อัยการสั่งฟ้องคดี ม.112 อดีตสมาชิก “Korat Movement” เหตุพูดไลฟ์สดเรียกร้องยกเลิก 112-ปฏิรูปสถาบันฯ ในยืนหยุดขัง ปี 64 สั่งไม่ฟ้องนักกิจกรรม 1 ราย

วันที่ 8 มิ.ย. 2569 ที่ศาลจังหวัดนครราชสีมา พนักงานอัยการ มีคำสั่งฟ้องคดีของ “เตอร์” มกรพงษ์ ทรัพย์ประเสริฐ อดีตนักกิจกรรมกลุ่ม Korat Movement วัย 27 ปี ในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เหตุถูกกล่าวหาจากการพูดไลฟ์สดในกิจกรรม  “ยืนหยุดขัง 112 นาที” บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2564

คดีนี้เดิมมีผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาสองราย นอกจากมกรพงษ์แล้ว ยังมี “บุ๊ค” วรัญญู คงสถิตย์ธรรม นักกิจกรรมโคราชที่ร่วมกิจกรรมในวันเดียวกัน ซึ่งเดิมให้การในฐานะพยาน ก่อนถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 เพิ่มเติมในภายหลัง อย่างไรก็ตาม เมื่อพนักงานอัยการพิจารณาสำนวนแล้ว มีคำสั่งฟ้องเฉพาะมกรพงษ์เพียงคนเดียว ส่วนวรัญญูนั้นอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง

ในช่วง 11.00 น. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ไปส่งตัวมกรพงษ์ที่สำนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้มีการดำเนินการฟ้อง แต่กว่ากระบวนการการหาสำนวนฟ้องจะเสร็จสิ้นก็เลยช่วงพักเที่ยง กระทั่งมีการนัดหมายไปส่งคำฟ้องใหม่ในช่วงบ่าย 

คำฟ้องระบุพูดไลฟ์สดวิจารณ์สถาบัน-เรียกร้องยกเลิก 112 อัยการชี้บิดเบือน ก่อนคัดค้านประกันตัว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ พ.ต.ท. ดร.ชูชีวรรณ ตมิศานนท์ พนักงานอัยการ บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า วันที่ 17 เม.ย. 2564 มกรพงษ์กับพวกรวมจำนวน 15-16 คน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ยืนหยุดขัง 112 นาที ที่บริเวณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ผู้ร่วมกิจกรรมได้ถือป้ายผ้า เขียนข้อความ ปล่อยเพื่อนเรา พร้อมชูป้ายกระดาษ เขียนข้อความยกเลิก 112 มีการตั้งกล้องโทรศัพท์ไลฟ์สดผ่านเพจ korat movement 

จำเลยกับพวกของจำเลยอีกหนึ่งคน เป็นผู้ดำเนินการ ได้พูดเชิญชวนประชาชนทั่วไป เชิญชวนให้กดไลก์ subscribe กดแชร์ เพจ korat movement ระหว่างดำเนินกิจกรรมดังกล่าวข้างต้น มีการพูดกล่าวข้อความโดยสรุปเกี่ยวกับการใช้เงินภาษีของประชาชน แต่ไม่นำมาดูแลประชาชน ปัญหาเรื่องมาตรา 112 และเรื่องวัคซีนพระราชทาน

อัยการกล่าวหาว่าข้อความปราศรัยเป็นการใส่ความ อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น และแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ด้วยการถ่ายทอดสด ผ่านบัญชีเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ korat movement ที่เปิดสถานะเป็นสาธารณะให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึง และพันตำรวจโทอุกกฤษณ์ แพงไธสง กับพวก ซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์ ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาตามกฎหมาย 

โจทก์กล่าวหาว่าเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง และจาบจ้วงสถาบัน ทำให้ประชาชนผู้รับฟังทั้งในที่เกิดเหตุและผู้ใช้งานเฟซบุ๊กทั่วไปเกิดความรู้สึกดูหมิ่นเกลียดชัง และเข้าใจผิดต่อพระมหากษัตริย์ อันอาจนำมาซึ่งความเกลียดชังและความแตกแยกในสังคม 

นอกจากนี้อัยการยังคัดค้านการประกันตัว โดยอ้างว่าคดีนี้มีอัตราโทษสูงและเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

ภายหลังศาลมีคำสั่งรับฟ้อง มกรพงษ์ถูกนำตัวไปขังที่ใต้ถุนศาลตั้งแต่เวลา 14.00 น.  ทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อศาล

จากนั้นในเวลาประมาณ 16.40 น.ศาลจังหวัดนครราชสีมามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างพิจารณาคดี โดยให้วางหลักทรัพย์ 105,000 บาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใด ๆ เพิ่มเติม โดยหลักทรัพย์ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ พร้อมกำหนดนัดคุ้มครองสิทธิและตรวจพยานหลักฐานต่อไปในวันที่ 17 ส.ค. 2569 

.

สำหรับกิจกรรมยืนหยุดขัง 112 นาที บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2564 เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ซึ่งถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว ทั้งที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาว่ากระทำผิด

ก่อนหน้าคดีมาตรา 112 มกรพงษ์เคยถูกดำเนินคดีจากการออกมาชุมนุมทางการเมืองมาแล้วสามคดี

คดีแรก จากกิจกรรมคาร์ม็อบ  “CAR MOB KORAT คาราวานไล่เผด็จการ”  ที่ศาลแขวงนครราชสีมามีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2565 ชี้ว่าจำเลยไม่ใช่ผู้จัดชุมนุม และการชุมนุมไม่เสี่ยงแพร่โควิดในวงกว้าง อย่างไรก็ตามอัยการยื่นอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2566 พิพากษาแก้ให้วรัญญูและมกรพงษ์มีความผิดฐานร่วมชุมนุมเสี่ยงแพร่โควิด ปรับคนละ 2,000 บาท

คดีที่สองจากกิจกรรมสาดสีประณามตำรวจที่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมในกรุงเทพฯ  ศาลแขวงนครราชสีมามีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2565 ชี้ว่าจำเลยไม่ใช่ผู้จัดชุมนุม และไม่มีผู้ติดโควิดหลังการชุมนุม ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยืนยกฟ้องตามศาลชั้นต้น

คดีที่สามจากกิจกรรมคาร์ม็อบ “โคราษฎร์ปฏิวัติ”  ศาลแขวงนครราชสีมามีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2566 ชี้ว่าโจทก์ไม่มีหลักฐานว่าจำเลยทั้งหกคนเป็นผู้จัดชุมนุม และการชุมนุมไม่เสี่ยงแพร่โควิด นับเป็นคดีสุดท้ายในชุดคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในโคราชที่ศาลชั้นต้นพิพากษา 

ส่วนคดีมาตรา 112 ที่อัยการมีคำสั่งฟ้องในวันนี้จึงเป็นคดีที่เหลืออยู่และข้อหาหนักที่สุดที่เตอร์ยังต้องเผชิญ

.

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

‘เตอร์’ Korat Movement: ในก้าวย่างและหนทางไปสู่การเมืองที่ดี

X