หลัง #เลือกตั้ง69 พบนักการเมืองหลายพื้นที่ฟ้อง “หมิ่นประมาท” ประชาชนที่โพสต์วิจารณ์-เรียกร้องการตรวจสอบเพิ่มขึ้น

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แนวโน้มสถานการณ์คดีจากการแสดงออกที่พบเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้แก่ คดีที่นักการเมืองในพื้นที่ต่าง ๆ ฟ้องร้องหรือกล่าวหาประชาชนและสื่อมวลชนที่โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติ หรือติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

ลักษณะคดีที่พบโดยมาก เป็นคดีที่กล่าวหาโดยนักการเมืองที่เรียกกันว่า “บ้านใหญ่” ในจังหวัดต่าง ๆ และดำเนินการทางคดีในพื้นที่ที่ตนเองมีอิทธิพล เช่น จังหวัดพะเยา, ชลบุรี, ร้อยเอ็ด 

ในแต่ละพื้นที่ มีประชาชนหลายคนถูกกล่าวหาพร้อม ๆ กันหลายคดี จากการโพสต์หรือคอมเมนต์ข้อความ หรือเพียงแค่แชร์ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊กต้นทาง รวมทั้งพบว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งด้วย

การดำเนินคดี มีทั้งในรูปแบบการฟ้องคดีโดยตรงต่อศาล เพื่อให้ศาลไต่สวนมูลฟ้อง และรูปแบบการดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ ให้ตำรวจรวบรวมสำนวน เพื่อส่งให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องคดี

ประชาชนหรือสื่อมวลชนที่ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ไม่ได้มีภูมิลำเนาหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ถูกกล่าวหา ทำให้หลายคนเกิดภาระด้านต่าง ๆ เพื่อเดินทางไปต่อสู้คดี ซึ่งจะใช้ระยะเวลายาวนาน บางกรณีผู้กล่าวหามีการเจรจาเสนอข้อตกลงต่าง ๆ เพื่อให้ยอมรับเงื่อนไข จึงจะถอนแจ้งความหรือถอนฟ้องคดี

แนวโน้มลักษณะคดีเช่นนี้ เข้าข่ายเป็นการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน หรือที่เรียกกันว่า “การฟ้องคดีปิดปาก” (SLAPP) ซึ่งเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมโดยมิได้มุ่งหวังผลทางคดีเป็นหลัก แต่มุ่งให้เกิดผลกระทบต่อผู้ถูกกล่าวหา ต้องเดินทางไกลไปต่อสู้คดี เกิดภาระและต้นทุนทางคดี ทั้งยังส่งผลเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของผู้ถูกกล่าวหาและประชาชนในสังคมโดยรวม รวมทั้งส่งกระทบต่อการทำงานของสื่อมวลชนในการติดตามตรวจสอบบุคคลสาธารณะ

สถานการณ์ดังกล่าว เท่าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ติดตามข้อมูล พอสรุปประมวลได้ดังนี้

.

.

พะเยา: ธรรมนัสกล่าวหากว่า 600 คดี ก่อนทยอยถอนแจ้งความหลังยื่นข้อเสนอให้ประชาชนลบโพสต์-ไม่พูดถึง แต่ยังดำเนินคดีต่อคนไม่ยินยอม

กรณีชุดคดีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวหาที่จังหวัดพะเยา แม้จะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง คือตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ที่มีประชาชนเริ่มได้รับหมายเรียก แต่หลายคนเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาในช่วงหลังการเลือกตั้ง และบางคดีก็ยังดำเนินสืบเนื่องต่อมาถึงปัจจุบัน 

สถานการณ์เริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายน 2568 หลัง รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ได้อภิปรายในสภาช่วงแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ถึงขบวนการสแกมเมอร์และการฟอกเงิน ซึ่งเชื่อมโยงถึงนักการเมือง ทำให้เกิดการคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นของประชาชนบนโลกออนไลน์ รวมทั้งการพูดถึงคุณสมบัติและประวัติที่ผ่านมาของรัฐมนตรีในขณะนั้น

ต่อมาในช่วงปลายปี 2568 พบว่ามีประชาชน สื่อมวลชน และนักการเมืองฝ่ายค้าน ทยอยได้รับหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา บางกรณียังรวมถึงข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากเหตุที่ ร.อ.ธรรมนัส ปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคกล้าธรรม มอบอำนาจให้ อาทิตย์ มานัสสา ไปแจ้งความไว้จำนวนมากที่ สภ.เมืองพะเยา 

ต่อมา ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าว ระบุว่าได้ดำเนินคดีลักษณะดังกล่าวที่จังหวัดพะเยาประมาณ 600 คดี โดยได้จัดตั้งวอร์รูมไว้ที่จังหวัดพะเยาและนราธิวาส  

กรณีผู้ถูกกล่าวหาที่น่าสนใจ นอกจากกรณีของรังสิมันต์ โรม และ รักชนก ศรีนอก สส. จากพรรคประชาชนแล้ว ยังมีสื่อมวลชนอย่าง สมภพ รัตนวลี ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวเวิร์คพอยท์ทีวี และ จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ พิธีกรข่าว ที่ถูกกล่าวหาจากการจัดรายการวิเคราะห์ข่าวทางยูทูปด้วย  

ต่อมา ทั้งสองคนเปิดเผยในรายการว่า คดีของตนในชั้นก่อนส่งสำนวนให้อัยการ ทางทนายความของธรรมนัส พยายามติดต่อเจรจาว่าจะถอนแจ้งความ หากยอมรับเงื่อนไขต่าง ๆ และไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกหลังถอนแจ้งความ แต่ทั้งสองคนปฏิเสธ เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้กระทำผิด และพร้อมต่อสู้คดี จากนั้นพบว่าฝ่ายผู้กล่าวหามีการถอนแจ้งความไปเอง ทำให้คดีสิ้นสุดลง โดยทั้งสองคนไม่ได้ตกลงรับเงื่อนไขใด ๆ 

ขณะที่นอกจากนักการเมืองและสื่อมวลชนแล้ว ยังมีประชาชนอีกหลายคนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา โดยจากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ทราบข้อมูลกรณีที่เป็นประชาชนทั่วไปถูกแจ้งข้อหาอีกอย่างน้อย 14 คน แทบทั้งหมดต้องเดินทางไกลจากจังหวัดต่าง ๆ ไปต่อสู้คดี อาทิ ราชบุรี, สระบุรี, ฉะเชิงเทรา, กรุงเทพฯ, ขอนแก่น, นครศรีธรรมราช, อยุธยา เป็นต้น

ต่อมา เริ่มมีการติดต่อจากทนายความของธรรมนัสไปยังฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา พร้อมยื่นข้อเสนอให้ลบโพสต์ในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับธรรมนัสทั้งหมด และต่อไปไม่ให้โพสต์ถึงธรรมนัสอีก จึงจะดำเนินการถอนการแจ้งความ ทำให้ประชาชนบางส่วนยินยอมรับข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากไม่ต้องการเป็นภาระทางคดี แต่ก็ยังมีประชาชนที่ตัดสินใจต่อสู้คดีต่อ เช่น กรณีของสุภาภรณ์ แม่ค้าจากราชบุรี ที่ขณะนี้ถูกอัยการสั่งฟ้องคดีต่อศาลแล้ว

.

.

ชลบุรี: สุชาติ ชมกลิ่น ฟ้องสื่อและประชาชน นำเสนอ-ติดตามตรวจสอบปัญหาการทุจริต

ที่จังหวัดชลบุรี มีกรณีที่ สุชาติ ชมกลิ่น ปัจจุบันสังกัดพรรคภูมิใจไทย เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ฟ้อง โกวิท โพธิสาร บรรณาธิการสำนักข่าว The Isaan Record ที่ศาลจังหวัดชลบุรี กรณีแชร์โพสต์ของ หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการบริหารจากสำนักข่าวเดียวกัน ที่นำเสนอเรื่องการเรียกรับสินบนในการส่งแรงงานไทยไปยังบริษัทเก็บเบอร์รี่ในฟินแลนด์ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

สำนักข่าว The Isaan Record ได้เกาะติดรายงานข่าวสืบสวนกรณีแรงงานไทยที่ถูกหลอกไปขายแรงงานเก็บผลไม้ป่าในต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการรายงานถึงสำนวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เกี่ยวกับคดีนักการเมืองรับสินบนรับเงินบริษัทเบอร์รี่ฟินแลนด์ ซึ่งได้ส่งสำนวนการกล่าวหาไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 

กรณีโกวิทหลังได้รับหมายศาล ผู้กล่าวหายังได้เสนอว่าหากขอโทษ อาจยอมถอนฟ้องคดีนี้ แต่โกวิทยืนยันว่าสิ่งที่ตนแสดงความเห็นนั้นวางอยู่บนข้อมูลและข้อเท็จจริง และยืนยันที่จะสู้คดีต่อไป โดยคดีอยู่ระหว่างรอฟังคำสั่งศาลว่าจะรับฟ้องหรือไม่

นอกจากนั้น ยังพบว่าตั้งแต่ปี 2567 สุชาติได้ฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่ศาลจังหวัดชลบุรี 1 คดี และศาลแขวงชลบุรีอีก 10 คดี ส่วนปี 2569 มีการฟ้องคดีอีก 5 คดี รวมทั้งหมด 16 คดี  

หนึ่งในนั้นพบว่ามีกรณีของแพทย์หญิงของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ แพทย์ด้านผิวหนังความงาม และอินฟลูเอนเซอร์ ที่โพสต์ข้อความระบุว่าถูกสุชาติฟ้องคดีที่จังหวัดชลบุรีเช่นเดียวกัน จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊กในช่วงเลือกตั้งเกี่ยวกับข้อสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่สุชาติเป็นรัฐมนตรีทั้งว่าการกระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

ขณะเดียวกันกรณีของสุชาติ ชมกลิ่น ยังมีการฟ้องคดีไว้ในกรุงเทพฯ คือที่ศาลอาญา อย่างกรณีของ หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการบริหาร The Isaan Record จากกรณีการโพสต์นำเสนอข่าวเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์กรณีแรงงานเก็บเบอร์รี ต่อมามีการถอนฟ้องคดีหลังผู้ถูกกล่าวหาได้รับหมายศาล แต่ยังไม่ได้มีการไต่สวนมูลฟ้องแต่อย่างใด โดยไม่ทราบจำนวนคดีแน่ชัดที่มีการฟ้องไว้ยังศาลต่าง ๆ 

.

.

ร้อยเอ็ด: สส.พรรคกล้าธรรม ฟ้องประชาชนที่แชร์โพสต์จากเพจ CSI LA ให้ตรวจสอบประวัติช่วงเลือกตั้ง 

ส่วนที่ร้อยเอ็ด พบคดีที่ รัชนี พลซื่อ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด และปัจจุบันเป็น สส.ร้อยเอ็ด สังกัดพรรคกล้าธรรม ฟ้องคดีต่อประชาชนที่แชร์โพสต์ของเพจเฟซบุ๊ก CSI LA ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง โดยเพจดังกล่าวได้แคปหน้าจอข้อมูลสรุปคดีของครอบครัวพลซื่อ ซึ่งสามีถูกศาลตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย 34 ล้านบาท ขณะที่รัชนี ภรรยา ถูกศาลอาญาทุจริตฯ พิพากษาจำคุก 6 ปี (แต่คดียังอยู่ระหว่างอุทธรณ์) พร้อมระบุว่า “ฝากพรรคกล้าธรรมช่วยตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครด้วยครับ…”

ต่อมามีประชาชนที่แชร์ข้อความดังกล่าว ได้รับหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีหมิ่นประมาทรัชนี ที่ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด กรณีที่พบได้แก่ กรณี “เมยวดี” (นามสมมติ) นิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งได้แชร์โพสต์ดังกล่าวโดยไม่ได้เขียนข้อความใดเพิ่มเติม

ทางฝ่ายโจทก์ยังระบุว่ามีการฟ้องร้องประชาชนที่แชร์โพสต์นี้อีกอย่างน้อย 4 ราย และแต่ละคดียังอยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวนมูลฟ้อง 

ต่อมาพบว่ามี นิชนันท์ วังคะฮาต อดีตผู้สมัครสมาชิก สส. จังหวัดชลบุรี ของพรรคก้าวไกล โพสต์ระบุว่าได้ถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้เช่นเดียวกันด้วย เธอเห็นว่าประชาชนควรมีสิทธิ์ตั้งคำถาม สงสัยคุณสมบัติของนักการเมืองที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ที่กำลังมีคดีความเกี่ยวข้องกับคดีทุจริต และควรชี้แจงข้อเท็จจริง ไม่ใช่ฟ้องปิดปากประชาชน

.

กรุงเทพฯ: ผู้สมัคร สส. พรรคกล้าธรรม ฟ้องประชาชนที่แชร์โพสต์เพจ CSI LA กรณีนำเสนอข้อมูลช่วงเลือกตั้ง

ที่ศาลอาญา ในกรุงเทพฯ  พบว่ามีกรณีของฟ้องร้องโดย รัตนมงคล เลิศทวีวิทย์ ผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร จากพรรคกล้าธรรม ต่อประชาชนหลายราย ที่แชร์โพสต์ข้อความของเพจเฟซบุ๊ก CSI LA ที่ลงข้อมูลเกี่ยวกับประวัติในอดีต ในช่วงระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง และขอให้พรรคกล้าธรรมตรวจสอบคุณสมบัติด้วย

โดยเท่าที่ทราบข้อมูลมีประชาชนทั่วไปได้รับหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องของศาลอาญาจำนวน 3 ราย โดยทั้งหมดเพียงแค่แชร์โพสต์ข้อความดังกล่าว และเขียนเนื้อหาประกอบให้พรรคการเมืองตรวจสอบผู้สมัครด้วยเท่านั้น โดยคดียังอยู่ในช่วงการไต่สวนมูลฟ้องของศาล

.

พิษณุโลก: สส.พรรคภูมิใจไทย กล่าวหาประชาชนแชร์ข้อความเกี่ยวกับการซื้อเสียงช่วงเลือกตั้ง

ที่จังหวัดพิษณุโลก มีรายงานกรณีของประชาชนที่แชร์โพสต์เกี่ยวกับการซื้อเสียงในพื้นที่ในช่วงการเลือกตั้ง ได้ถูกนักการเมืองซึ่งลงเลือกตั้งและได้รับเลือกเป็น สส. จากพรรคภูมิใจไทย กล่าวหาในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ไว้ที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง โดยเพิ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้

กรณีนี้ ยังต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีประชาชนถูกดำเนินคดีมากน้อยเพียงใด

ขณะเดียวกัน กรณีเหล่านี้เป็นเพียงสถานการณ์ที่นักการเมืองใช้กฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับประชาชน แต่ยังมีกรณีของหน่วยงานรัฐหรือองค์กรอิสระ ที่มีการกล่าวหาดำเนินคดีกับประชาชนที่ติดตามตรวจสอบการทำงานในช่วงต้นปี 2569 นี้ด้วย อาทิ กรณีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีการแจ้งความดำเนินคดีต่อประชาชนที่ติดตามตรวจสอบการนับคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในพื้นที่ชลบุรี หรือติดตามตรวจสอบกรณีบัตรลงคะแนนเสียงมีบาร์โค้ด ทำให้สามารถทราบว่าใครลงคะแนนให้ใครได้ 

.

X