เสร็จสิ้นไต่สวนมูลฟ้องคดี ‘สุชาติ ชมกลิ่น’ ฟ้องหมิ่นประมาท ‘โกวิท’ บก. The Isaan Record กรณีแชร์ข้อความค้ามนุษย์แรงงานเบอร์รี่ฟินแลนด์

วันที่ 22 พ.ค. 2569 ศาลจังหวัดชลบุรีนัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีของ โกวิท โพธิสาร บรรณาธิการสำนักข่าว The Isaan Record ซึ่งถูก สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟ้องร้องจากกรณีแชร์โพสต์ของ หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการบริหารจากสำนักข่าวเดียวกัน  เรื่องการเรียกรับสินบนในการส่งแรงงานไทยไปยังบริษัทเก็บเบอร์รี่ในฟินแลนด์ โดยในวันนี้มีการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่ 8 มิ.ย. 2569 ว่าคดีมีมูลเพียงพอที่ศาลจะรับฟ้องไว้พิจารณาหรือไม่

ย้อนไปเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2569 โกวิท โพธิสาร ได้รับหมายศาลที่ระบุว่าเขาถูก สุชาติ ชมกลิ่น ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 พร้อมกับเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท โดยระบุว่าเนื้อหาในโพสต์ของโกวิททำให้ตนได้รับความเสียหาย อับอาย และได้รับความทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างร้ายแรง

ก่อนหน้าที่โกวิทจะได้รับหมายศาล ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2569 หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการบริหาร The Isaan Record ก็ถูกฟ้องโดยสุชาติ ชมกลิ่น ที่ศาลอาญา ในกรุงเทพฯ จากการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์กรณีแรงงานเก็บเบอร์รี ในข้อหาเดียวกับที่โกวิทถูกกล่าวหา พร้อมกับเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ต่อมาในวันที่ 22 เม.ย. 2569 หทัยรัตน์เดินทางไปรับเอกสารถอนฟ้อง โดยระบุเหตุผลว่า “เนื่องจากโจทก์ไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป” ลงวันที่ 23 มี.ค. 2569 ซึ่งเป็นการขอถอนฟ้อง 2 วัน หลังจากหทัยรัตน์ได้รับหมายศาล  

โกวิทเปิดเผยกับศูนย์ทนายฯ อีกด้วยว่า สุชาติ ชมกลิ่น ได้เสนอว่าหากตนขอโทษอาจยอมถอนฟ้องคดีนี้ แต่โกวิทยืนยันว่าสิ่งที่ตนแสดงความเห็นนั้นวางอยู่บนข้อมูลและข้อเท็จจริง และยืนยันที่จะสู้คดีต่อไป โดยก่อนหน้านี้ศาลมีนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีในวันที่ 27 เม.ย. 2569 ก่อนที่จะเลื่อนนัดมาเป็นวันที่ 22 พ.ค. 2569

.

ศาลยกคำร้องการออกหมายเรียกเอกสาร DSI – ปปช. ปมค้ามนุษย์แรงงานเบอร์รี่ เพื่อยืนยันว่าข้อความที่จำเลยโพสต์ไม่ใช่เรื่องเท็จ 

เวลา 09.00 น. ห้องพิจารณาที่ 6 ของศาลจังหวัดชลบุรี ฝ่ายจำเลยมีทนายความเดินทางมาศาล ส่วนฝ่ายโจทก์ สุชาติ ชมกลิ่น ไม่ได้มาศาล แต่ได้มอบหมายให้ สุทัศน์ พุทธะวรรณศักดิ์ เป็นผู้รับมอบอำนาจเดินทางมาศาลแทน 

ในวันนี้มีอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จำนวน 5 คน เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์คดีนี้ แต่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ได้แจ้งว่าศาลไม่อนุญาตให้มีการสังเกตการณ์คดี แต่อาจารย์ได้แจ้งว่าจะแถลงขอต่อศาลด้วยวาจาเอง เมื่อศาลออกนั่งบัลลังก์ในเวลา 09.23 น. จึงมีการแจ้งต่ออาจารย์และนักศึกษาว่าได้อนุญาตให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ แต่ขอให้เป็นไปโดยสงบ

ก่อนเริ่มการไต่สวน ศาลแจ้งทนายจำเลยว่า ศาลยกคำร้องการขอออกหมายเรียกพยานเอกสาร ได้แก่ สำนวนการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเอกสารของ ปปช. ที่เกี่ยวกับการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีที่มีการพบหลักฐานว่ามีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้บริหารระดับกระทรวงแห่งหนึ่งเกี่ยวข้องขบวนการส่งแรงงานไทยเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในฟินแลนด์ เพื่อใช้ประกอบการยืนยันว่าข้อความที่จำเลยโพสต์ไม่ใช่เรื่องเท็จ

ศาลระบุเหตุผลในการยกคำร้องว่า คดีนี้เป็นการฟ้องในความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 326 และ 328 ไม่ใช่ความผิดการนำข้อความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ศาลจะไต่สวนเพียงว่ากรณีนี้เป็นการกระทำผิดที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ โดยทนายจำเลยขอคัดค้านคำสั่งดังกล่าวต่อไป

.

ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ ระบุข่าวรับสินบนค้ามนุษย์แรงงานเบอร์รี่ที่ฟินแลนด์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย แต่เป็นข่าวที่มีประโยชน์ต่อสาธารณะ ทั้งไม่ทราบ ‘โกวิท’ เป็นนักข่าว

โจทก์มีพยาน 1 ปาก คือ สุทัศน์ พุทธะวรรณศักดิ์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ เข้าเบิกความ 

พยานเบิกความว่าตนเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจาก สุชาติ ชมกลิ่น โจทก์ในคดีนี้ ให้รับผิดชอบติดตามหาข้อมูลเพื่อดำเนินคดีกับจำเลย โดยโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายสมัย หลายตำแหน่ง ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พยานได้พบโพสต์ของจำเลยที่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยมีข้อความว่า “ผมจะบอกคุณสุชาติ ชมกลิ่น ว่า เราไม่ใช่สื่อท้องถิ่น พวกเราเป็นสำนักข่าว International ที่เชื่อมระหว่าง Global และ Local เราเดินทางมาถึงยุคที่อินเทอร์เน็ตทลายกรอบความเป็นท้องถิ่นหรือเมืองเพียงเพราะสถานที่ตั้งขององค์กรแล้ว ที่ผ่านมาเราเดินทางทำงานแทบจะทั่วโลก รวมทั้งฟินแลนด์ที่คุณสุชาติคุ้นเคยด้วย

“ส่วนประเด็นอื่น ๆ Hathairat Phaholtap เขียนไปแล้ว ผมไม่จำเป็นต้องขีดเส้นใต้อีกครั้งกระมัง”

พยานกล่าวว่าข้อความของจำเลยเป็นการนำเอาข้อความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จากนั้น ศาลแจ้งต่อพยานว่าในคดีนี้ไม่ได้มีการฟ้องในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ศาลจะไต่สวนเพียงแค่ว่าข้อความดังกล่าวเป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่เท่านั้น 

จากนั้นพยานเบิกความต่อว่า ข้อความดังกล่าวประชาชนและผู้พบเห็นข้อความอาจเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อโจทก์ อาจมองโจทก์เป็นผู้กระทำความผิดและมิชอบต่อหน้าที่ได้ ซึ่งกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติคุณ และเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ 

นอกจากนี้ ในปัจจุบัน สำนักงาน ปปช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ยังไม่ได้ชี้มูลความผิดตามที่กล่าวหาและปัจจุบันโจทก์ยังมีดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากโจทก์กระทำความผิดดังกล่าวจริง คงไม่สามารถดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้

โจทก์จึงขอให้จำเลยจ่ายค่าเสียหาย โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือค่าเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติคุณของโจทก์ จำนวน 5 แสนบาท ส่วนที่สองคือค่าเสียหายต่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน จำนวน 3 แสนบาท และส่วนสุดท้าย คือค่าเสียหายจากการที่ทำให้โจทก์เกิดความอับอายและความทุกข์ทางใจ จำนวน 2 แสนบาท รวมค่าเสียหายทั้งหมด 1 ล้านบาท โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี พร้อมระบุว่าโจทก์และพยานไม่เคยรู้จักจำเลยมาก่อน

สุทัศน์ตอบทนายจำเลยถามค้าน โดยพยานรับว่า ตนได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดชลบุรี 3 คดี และโจทก์ยังมีการฟ้องสื่อและประชาชนอย่างน้อย 16 คดีต่อศาลนี้

พยานรับว่าโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถแสดงความคิดเห็นได้ และทราบว่าโจทก์เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในช่วงปี 2563

ทนายจำเลยให้พยานดูโพสต์เฟซบุ๊กข้อความที่จำเลยแชร์ ซึ่งเป็นข้อความที่โจทก์ถูกกล่าวหาว่ารับสินบนจากบริษัทที่จัดการเรื่องการเก็บเบอร์รี่ป่าในฟินแลนด์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อหาการค้ามนุษย์ โดยพยานทราบข่าวดังกล่าว

ทนายจำเลยถามว่า พยานทราบหรือไม่ว่า หทัยรัตน์ พหลทัพ เป็นนักข่าวและบรรณาธิการบริหาร The Isaan Record และ โกวิท โพธิสาร เป็นบรรณาธิการสำนักข่าว The Isaan Record โดยพยานตอบว่าตนทราบว่า หทัยรัตน์เป็นบรรณาธิการบริหาร  แต่ไม่ทราบว่า โกวิทเป็นบรรณาธิการแต่อย่างใด

จากนั้นทนายจำเลยให้พยานดูเอกสาร ซึ่งระบุว่าโกวิท โพธิสาร เป็นบรรณาธิการ The Isaan Record พยานดูเอกสารดังกล่าวและยอมรับว่าเป็นไปตามที่เอกสารระบุ

พยานรับว่าข่าวเกี่ยวกับกรณีที่มีแรงงานไทยไปเก็บเบอร์รี่ป่าที่ฟินแลนด์และมีประเด็นเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ตามที่จำเลยแชร์มานั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ ส่วนสำนักข่าว The Isaan Record จะทำข่าวเจาะลึกในประเด็นนี้มาหลายปีแล้วหรือไม่นั้น พยานไม่ทราบ

ทนายจำเลยถามพยานว่าทราบหรือไม่ว่า ในวันนี้โจทก์ไม่ได้ติดการประชุมสภา พยานตอบว่าทราบ ทนายจำเลยจึงถามต่อว่าแต่ที่โจทก์มอบอำนาจให้พยานมาศาลและไม่ได้มาด้วยตนเอง เพราะกลัวว่าจะถูกถามค้าน ศาลแจ้งต่อทนายจำเลยว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจรู้ได้ว่าโจทก์รู้สึกอย่างไร และไม่ขอบันทึกคำถามดังกล่าว

พยานรับว่าตนได้รับมอบอำนาจมาเบิกความ แต่ไม่ได้รับมอบบันทึกข้อเท็จจริงจากโจทก์อันเกี่ยวกับกรณีที่จำเลยแชร์โพสต์ดังกล่าวมาที่ศาลในวันนี้แต่อย่างใด 

ที่พยานตอบคำถามต่อทนายโจทก์ว่า ‘ในกรณีดังกล่าว สำนักงาน ปปช. ยังไม่ได้ชี้มูลความผิดแต่อย่างใด’ นั้นหมายความว่า พยานได้หาข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวมาก่อนแล้วหรือไม่ พยานตอบว่าใช่

ทนายจำเลยได้เปิดวิดีโอที่โจทก์เคยตอบกระทู้ถามของ สหัสวัส คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับประเด็นการหลอกแรงงานไปไทยไปเก็บเบอร์รี่ป่าและค้ามนุษย์ที่ฟินแลนด์ไว้ โดยในวิดีโอโจทก์ได้แถลงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ทนายจำเลยถามว่าจากวิดีโอที่เปิดให้ดู โจทก์ไม่ปฏิเสธว่าตนมีคดีอยู่ที่สำนักงาน ปปช.และกรมสอบสวนคดีพิเศษจริง พยานตอบว่าโจทก์มีคดีที่ถูกยื่นร้องไว้จริง แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ชี้มูลความผิด

ทนายจำเลยให้พยานดูข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษเมื่อปี 2567 ที่มีการแถลงว่ามีการดำเนินคดีต่อรัฐมนตรี 2 คน ซึ่งในข่าวดังกล่าวไม่ได้มีการระบุชื่อ แต่จากการที่พยานไปหาข้อมูลแล้วพบว่าไม่มีการชี้มูล แปลว่าในข่าวคือโจทก์ใช่หรือไม่ พยานตอบเพียงแค่ว่าในข่าวไม่ได้ระบุชื่อโจทก์

พยานรับว่าข้อความข่าวที่จำเลยแชร์มาจาก หทัยรัตน์ พหลทัพ เป็นข่าวที่เกี่ยวกับโจทก์และเป็นข่าวที่ปรากฏโดยทั่วไป และเนื้อหาข่าวในโพสต์ของหทัยรัตน์ ไม่ได้ระบุว่า สำนักงาน ปปช. ชี้มูลความผิดแล้วแต่อย่างใด และยังนำเสนอข้อชี้แจงของโจทก์ด้วย

พยานไม่ทราบว่าโจทก์ได้ฟ้องหทัยรัตน์จากการพิมพ์ข้อความตามโพสต์ต้นทางหรือไม่ พยานเพียงได้รับมอบให้ดำเนินคดีกับจำเลยเท่านั้น และไม่ทราบว่าหลังจากโพสต์ของหทัยรัตน์ได้ถูกเผยแพร่ออกไป โจทก์ได้ออกมาแถลงเกี่ยวกับข้อความดังกล่าวหรือไม่ พยานทราบเพียงแต่ว่าในโพสต์ข้อความของหทัยรัตน์มีคนแชร์ข้อความจำนวนมาก 

พยานไม่ทราบว่าศาลฟินแลนด์มีคำพิพากษาออกมาเกี่ยวกับกรณีการค้ามนุษย์แรงงานเก็บเบอร์รี่ เนื่องจากไม่ได้ติดตามข่าวดังกล่าว และไม่ทราบว่ามีข่าวอัยการสูงสุดฟินแลนด์พบเบาะแสว่ารัฐมนตรีของไทยเกี่ยวพันกับกรณีการเก็บเบอร์รี่

พยานไม่ทราบว่านอกจาก The Isaan Record มีสำนักข่าวอื่นลงข่าวเกี่ยวกับกรณีของโจทก์อีกหรือไม่ ทนายจำเลยจึงให้พยานดูข่าวกรณีสหภาพแรงงานเบอรร์รี่ตอบโต้สุชาติ พยานรับว่าในข่าวดังกล่าวเป็นข่าวเกี่ยวกับโจทก์และมีชื่อโจทก์ 

พยานทราบว่าโจทก์เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและดำรงตำแหน่งดังกล่าวในช่วงเวลาเดียวกับที่มีกรณีการค้ามนุษย์แรงงานเก็บเบอร์รี่ป่า

ทนายจำเลยให้พยานดูเอกสารแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2567 เป็นข่าวเกี่ยวกับกรณีที่แรงงานไทยเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ที่ฟินแลนด์ พยานรับว่าข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่โจทก์ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ทนายจำเลยถามพยานว่าทราบหรือไม่ว่าจำเลยในคดีนี้เป็นนักข่าวและเป็นบรรณาธิการซึ่งนำเสนอข่าวในหลาย ๆ ประเด็น ไม่ได้หรือนำเสนอประเด็นใดเป็นพิเศษเจาะจง และไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใด พยานตอบว่าไม่ทราบ โดยพยานรับว่าตนและโจทก์ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ทั้งนี้ ทนายโจทก์ไม่ถามติง

.

หลังเสร็จสิ้นการเบิกความของพยานโจทก์ปากนี้ โจทก์แถลงหมดพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลจึงนัดฟังคำสั่งในวันที่ 8 มิ.ย. 2569 เวลา 09.00 น. ว่าคดีมีมูลเพียงพอที่ศาลจะรับฟ้องไว้พิจารณาหรือไม่

สถานการณ์ในคดีนี้ ทำให้ต้องจับตาการใช้กฎหมายหมิ่นประมาท โดยนักการเมืองที่เกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งตนเองมีอิทธิพล มุ่งดำเนินการต่อนักการเมืองคู่แข่ง หรือประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์ประวัติหรือการทำงาน ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาบางส่วนต้องเดินทางไกลและมีภาระในการต่อสู้คดี ซึ่งกำลังกลายเป็นแนวโน้มที่พบเพิ่มมากขึ้น จนกระทบต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน 

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เลือดบนผลเบอร์รี่: ‘โกวิท โพธิสาร’ นักข่าวพเนจรจากสุรินทร์ กับวันเสรีภาพสื่อในมือข้างที่ถือหมายศาล

.

X