พนักงานออฟฟิศจากกรุงเทพฯ ถูกแจ้งข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ – หมิ่นประมาท “ธรรมนัส” ที่พะเยาอีกราย

วันที่ 27 ก.พ. 2569 ที่ สภ.เมืองพะเยา “ธนู” (นามสมมติ) พนักงานออฟฟิศจากกรุงเทพฯ วัย 30 ปี เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทโดยโฆษณา และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ตัดต่อทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 16 

ธนูได้รับหมายเรียกดังกล่าวเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่าคดีนี้มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มอบอำนาจให้ อาทิตย์ มานัสสา อดีตนายกฯ อบต.สันโค้ง และเป็นกรรมการมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าแจ้งความดำเนินคดี กรณีที่มีเพจเฟซบุ๊กโพสต์ภาพและข้อความวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับดราม่าเงินนักกีฬามหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2568 และดราม่ามูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ที่ระบุผู้รับทรัพย์สินหากจดทะเบียนเลิกคือมูลนิธิธรรมนัส 

เวลา 10.00 น. ธนูและทนายความเดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สันติ กาบแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพะเยา โดยมีประชาชนที่ทราบข้อมูลเดินทางมาให้กำลังใจบริเวณสถานีตำรวจประมาณ 4 คน พนักงานสอบสวนได้แจ้งเรื่องห้ามบันทึกเสียงขณะสอบสวน หากพบเห็นมีการนำคลิปเสียงไปเผยแพร่จะดำเนินคดี 

ข้อกล่าวหาโดยสรุประบุว่า เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2568 เวลาประมาณ 9.00 น. ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊กทำการตัดต่อภาพ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในขณะกำลังวิ่งผลัด มีข้อความและแคปชันว่า “ใครมันจะบ้าไปรับไม้ต่อเรื่องดราม่าจากพี่นัสวะ” ผู้กล่าวหาอ้างว่าเป็นการใส่ความ ร.อ.ธรรมนัส และเป็นการตัดต่อภาพประกอบข้อความลงในระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ทำให้เข้าใจว่า ร.อ.ธรรมนัส เป็นคนไม่ดี อมเงินนักกีฬา นำไปเข้ามูลนิธิ แล้วเข้ากระเป๋าตัวเอง ซึ่งไม่เป็นความจริง

ในคดีนี้ อาทิตย์ มานัสสา ผู้รับมอบอำนาจผู้กล่าวหา พบเห็นข้อความที่ที่ทำการมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ในจังหวัดพะเยา จึงได้รับมอบอำนาจให้มาแจ้งความดำเนินคดี

ธนูได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะส่งคำให้การในรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป ก่อนพนักงานสอบสวนจะให้พิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และลงบันทึกประจำวันไว้ พร้อมแจ้งว่าจะติดต่อนัดหมายให้มารายงานตัวอีกครั้งต่อไป

คดีนี้เป็นหนึ่งในคดีจำนวนมาก ที่พบว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบอำนาจให้อาทิตย์ไปแจ้งความดำเนินคดีประชาชนที่โพสต์หรือคอมเมนต์ข้อความในโลกออนไลน์ ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส เคยกล่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2568 ว่าได้มีการดำเนินคดีอยู่ที่จังหวัดพะเยา ประมาณ 270 คดี  ต่อมาวันที่ 30 ม.ค. 2569 ยังได้ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมการข่าวระบุว่าได้ฟ้องคดีที่จังหวัดพะเยาประมาณ 600 คดี

ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 มีประชาชนจากหลายจังหวัดทยอยได้รับหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทธรรมนัสที่ สภ.เมืองพะเยา และต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา อาทิ กรณีของ “แอปเปิ้ล” แม่ค้าจากราชบุรี, ธราธร ชาวจังหวัดสระบุรี, “เอกลักษณ์” (นามสมมติ) ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา หรือสื่อมวลชนอย่าง สมภพ รัตนวลี ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวเวิร์คพอยท์ทีวี รวมทั้ง รังสิมันต์ โรม และรักชนก ศรีนอก ที่ถูกฟ้องคดีโดยตรงต่อศาลจังหวัดพะเยา โดยกรณีของธนูนี้ได้มีการแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วย

สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ต้องจับตาการใช้กฎหมายหมิ่นประมาท โดยนักการเมืองที่เกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งตนเองมีอิทธิพล มุ่งดำเนินการต่อนักการเมืองคู่แข่ง หรือประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์ประวัติหรือการทำงาน ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องเดินทางไกลและมีภาระในการต่อสู้คดี ซึ่งกำลังกลายเป็นแนวโน้มที่พบเพิ่มมากขึ้น 

.

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ย้อนทบทวนรอบ 8 ปี “ธรรมนัส” มอบอำนาจไปกล่าวหาคดีหมิ่นประมาท ‘ประชาชน-คู่แข่งทางการเมือง’ ต่อเนื่อง

.

X