ช่วงต้นเดือน พ.ย. 2568 ธราธร สราสุข ประชาชนชาวจังหวัดสระบุรี วัย 46 ปี ได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 จาก ร.ต.อ.สันติ กาบแก้ว พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพะเยา ให้ไปรับข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ที่ สภ.เมืองพะเยา ในวันที่ 26 พ.ย. 2568
สำหรับคดีนี้มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มอบอำนาจให้ นายอาทิตย์ มานัสสา เข้าแจ้งความดำเนินคดีกรณีที่มีประชาชนแสดงความคิดเห็นข้อความในเฟซบุ๊ก สืบเนื่องจากการที่ รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน อภิปรายถึงขบวนการสแกมเมอร์และการฟอกเงิน ซึ่งเชื่อมโยงถึงนักการเมืองสำคัญ ในช่วงการอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล
.
เห็นว่าตั้งใจแจ้งความคดีทางไกล จึงขอความเป็นธรรมผู้กำกับฯ โอนคดีไปภูมิลำเนาผู้ต้องหา
แม้ธราธรต้องการจะต่อสู้คดีตามสิทธิในกระบวนการยุติธรรม แต่เขาเห็นว่าได้รับหมายเรียกจากสถานีตำรวจที่อยู่ไกลออกไปจากภูมิลำเนามากกว่า 600 กิโลเมตร ทำให้ต้องเผชิญกับภาระทางค่าใช้จ่าย ผลกระทบต่อการทำงาน ชีวิตส่วนตัว และความยากลำบากในการต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม
ธราธรจึงยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพะเยา ขอโอนย้ายคดีดังกล่าวไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองสระบุรี ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของเขา อ้างอิงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการโอนคดีและการรวมคดี พ.ศ. 2565 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจในการโอนคดีไปยังท้องที่ภูมิลำเนาของผู้ต้องหาได้
คำร้องระบุว่า กฎหมายและระเบียบดังกล่าวให้อำนาจผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับผู้บังคับการจนถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาโอนคดีเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ต้องหา โดยเฉพาะคดีที่ไม่มีความจำเป็นต้องสอบสวนพยานในพื้นที่ เช่น คดีออนไลน์ ซึ่งพนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ได้จากทุกท้องที่
นอกจากนี้ ธราธรยังแสดงความกังวลต่อความปลอดภัย และ ความเป็นกลางของกระบวนการสอบสวน เนื่องจากผู้กล่าวหาเป็นนักการเมืองที่มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดพะเยา และคดีมีลักษณะเข้าข่ายคดีปิดปาก (SLAPP) ซึ่งเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือสร้างภาระเกินสมควรแก่ผู้ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะเมื่อผู้กล่าวหาเลือกให้ผู้อื่นมาดำเนินคดีในพื้นที่ห่างไกลจากภูมิลำเนาของผู้ต้องหา
เนื่องจากมีการยื่นคำร้องขอโอนคดี ธราธรจึงขอให้พนักงานสอบสวนพิจารณา เลื่อนการนัดรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 พ.ย. 2568 ออกไปก่อน เพื่อรอคำสั่งผู้กำกับการพิจารณาเรื่องการโอนคดีอีกครั้ง
.
ธรรมนัสระบุมีการแจ้งความดำเนินคดีที่พะเยา ประมาณ 270 คดี – ผอ.ข่าวเวิร์คพอยท์ ถูกแจ้งข้อหาแล้ว
สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา ปัจจุบันสังกัดพรรคกล้าธรรม ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยกล่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2568 หลังการอภิปรายของรังสิมันต์ โรม ถึงการดำเนินคดีจากการอภิปรายเรื่องสแกมเมอร์และธุรกิจสีเทา รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ในประเด็นดังกล่าวว่า ได้มีการดำเนินคดีอยู่ที่จังหวัดพะเยา ประมาณ 270 คดี รวมทั้งประชาชนที่ไปแสดงความคิดเห็นท้ายข่าวก็มีการดำเนินคดีกว่า 100 คดี
ธรรมนัสยังระบุว่า “เมื่อคุณกล้าสู้กับผม คุณก็ต้องพร้อม ไปกินข้าวเย็นที่พะเยา พร้อมขึ้นศาลพะเยา และผมกำลังจะฟ้องที่ตาก ที่นราธิวาสด้วย แล้วอย่ามาขอโทษให้ผมถอนฟ้องอีก ไม่เอานะ คนบางคนน่ะ”
หลังจากนั้นพบว่ามีกรณีของ สมภพ รัตนวลี หรือ “ติ่งข่าว” ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวเวิร์คพอยท์ทีวี ซึ่งเป็นสื่อมวลชน ที่ได้รับหมายเรียกไปแจ้งข้อกล่าวหาที่ สภ.เมืองพะเยา จากกรณีถูกกล่าวหาหมิ่นประมาทธรรมนัสในลักษณะเดียวกันนี้ ได้เข้ารับทราบข้อหาเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2568 แล้ว
หากย้อนกลับไปในช่วงการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ธรรมนัส ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือของพรรคพลังประชารัฐ และลงสมัครเลือกตั้ง สส. เขต 1 จังหวัดพะเยา เคยมอบอำนาจแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนหลายรายในพื้นที่จังหวัดพะเยา รวมทั้งนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา จากการที่โพสต์เฟซบุ๊กและแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับผู้สมัคร สส. ของพรรคพลังประชารัฐ ในขณะหาเสียงเลือกตั้ง
กรณีของนิสิตรายดังกล่าวเพียงแต่ไปแสดงความคิดเห็นในเชิงตั้งคำถามในโพสต์ของผู้สมัคร สส. ในพื้นที่พะเยา ทำให้ถูกผู้กำกับการ สภ.เมืองพะเยา ติดต่อเรียกตัวไปพบที่สถานีตำรวจ ก่อนมีการสอบปากคำเอาไว้ โดยยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ตำรวจมีการตักเตือนให้นิสิตหยุดการโพสต์วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ แล้วผู้แจ้งความจะทำการถอนการแจ้งความร้องทุกข์ด้วย
.
