สส.ร้อยเอ็ด ‘รัชนี พลซื่อ’ ฟ้องหมิ่นประมาทฯ นิสิต ม.บูรพา เหตุแชร์โพสต์ตั้งคำถามคุณสมบัติก่อนเลือกตั้ง แม้ไม่ได้เขียนข้อความใดเพิ่ม

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีของ “เมยวดี” (นามสมมติ) นิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา ในกรณีที่ถูก ‘รัชนี พลซื่อ’ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด และปัจจุบันเป็น สส.ร้อยเอ็ด สังกัดพรรคกล้าธรรม ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 พร้อมเรียกค่าเสียหาย 300,000 บาท

จุดเริ่มต้นของคดีมาจากเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2569 ขณะที่รัชนีลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 3 จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดพรรคกล้าธรรม ห่างจากวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ราวหนึ่งเดือน ปรากฏเพจเฟซบุ๊ก  “คันฉ่องส่องราชการไทย in ร้อยเอ็ด” โพสต์ข้อมูลสรุปคดีของครอบครัวพลซื่อ ระบุว่า “เอกภาพ พลซื่อ” สามี ถูกศาลตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย 34 ล้านบาท ขณะที่รัชนี ภรรยา ถูกศาลพิพากษาจำคุก 6 ปี ไม่รอลงอาญา 

ต่อมาเพจ CSI LA นำโพสต์ดังกล่าวมาแคปหน้าจอและโพสต์ใหม่ พร้อมเขียนแคปชั่นว่า  “ฝากพรรคกล้าธรรมช่วยตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครด้วยครับ…” ก่อนที่ “เมยวดี” จะกดแชร์โพสต์ของเพจ CSI LA เข้าสู่บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะ โดยไม่ได้เขียนข้อความใดเพิ่มเติมของตนเอง

.

โจทก์กล่าวหา “การแชร์โพสต์” มีเจตนาทำลายคะแนนเสียงช่วงเลือกตั้ง

คดีนี้เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2569 รัชนี พลซื่อ มอบอำนาจให้ เอกประดิษฐ์ ประกอบสาย ทนายความผู้รับมอบอำนาจ เป็นผู้ยื่นฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และความผิดฐานละเมิด รวมถึงเรียกร้องให้ชดเชยค่าเสียหาย 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี

โจทก์ระบุในคำฟ้องว่า ข้อความที่จำเลยแชร์นั้นบิดเบือนและทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะขณะที่เมยวดีแชร์โพสต์ดังกล่าว คดีทุจริตของรัชนียังอยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นอุทธรณ์ ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และรัชนียังไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปีแต่อย่างใด เพราะการตัดสิทธิ์ดังกล่าวเป็นกรณีของเอกภาพ พลซื่อ สามี ที่ถูกศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาในปี 2565 จากคดีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง อบจ. รัชนีจึงยังมีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

โจทก์ยังอ้างด้วยว่าจำเลยแชร์โพสต์ดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพราะมีเจตนาพิเศษ มุ่งหวังให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื่อว่าโจทก์เป็นคนทุจริตหรือคนโกง และกับมีความคิดว่าโจทก์ไม่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อให้ลดคะแนนให้แก่โจทก์ในการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 

โจทก์อ้างว่าหลังจากมีการแชร์โพสต์ดังกล่าว ได้เกิดกระแสตั้งคำถามถึงคุณสมบัติของรัชนีทั้งจากประชาชนและคณะกรรมการการเลือกตั้ง และข้อความยังถูกส่งต่อแพร่กระจายไปยังเฟซบุ๊กกลุ่ม “แจ้งข่าวชาวร้อยเอ็ด” จนสร้างความเสียหายทั้งด้านชื่อเสียง เกียรติคุณ และสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้ง 

.

ทนายโจทก์ยืนยัน จำเลยเพียงแค่กดแชร์ ไม่ได้เขียนอะไรเพิ่ม 

ในวันที่ 12 พ.ค. 2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 11 ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีของ “เมยวดี” ด้านฝ่ายโจทก์นำพยาน 2 ปากเข้าเบิกความ 

พยานปากแรกคือ เอกประดิษฐ์ ประกอบสาย ทนายความผู้รับมอบอำนาจโจทก์ เบิกความเป็นเอกสารถึงที่มาของการฟ้องร้อง

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการถามค้านของทนายจำเลย พยานยืนยันว่ารัชนีต้องคำพิพากษาจำคุก 6 ปี จริง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ในความผิดฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเกี่ยวกับการจัดซื้อสื่อการเรียนการสอน แต่คดียังไม่ถึงที่สุดเพราะอยู่ระหว่างอุทธรณ์ 

พยานยังยืนยันด้วยว่าเนื้อหาที่จำเลยแชร์ไม่มีแคปชั่นหรือข้อความส่วนตัวประกอบ มีเพียงข้อความของเพจ CSI LA ที่ฝากให้พรรคกล้าธรรมตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร อ้างอิงมาตรา 42 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2561 ซึ่งห้ามผู้อยู่ระหว่างเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือต้องคำพิพากษาจำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล ลงสมัครรับเลือกตั้ง

พยานรับว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นการตั้งคำถามถึงคุณสมบัติตามกฎหมาย แต่ระบุว่าควรสอบถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ควรมาโพสต์แบบนี้ ก่อนเบิกความทิ้งท้ายว่าไม่ทราบว่าโจทก์และจำเลยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนหรือไม่

อีกพยานรับ ไม่แน่ใจว่าเห็นโพสต์จากเฟซบุ๊กจำเลยโดยตรง – ประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบนักการเมือง

พยานปากที่ 2 คือ ดิเรก อ่อนแสง อายุ 55 ปี พ่อค้าชาวอำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกับโจทก์ เบิกความว่าตนเล่นเฟซบุ๊กทุกวัน วันละ 7-8 ชั่วโมง และเป็นสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊กที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดร้อยเอ็ดหลายกลุ่ม รวมถึงกลุ่ม “แจ้งข่าวชาวร้อยเอ็ด” โดยเคยเห็นโพสต์ที่กล่าวถึงรัชนีในกลุ่มดังกล่าวและกลุ่มอื่น ๆ แต่ไม่ยืนยันว่าเห็นจากเฟซบุ๊กส่วนตัวของจำเลยโดยตรง

ดิเรกเบิกความว่าหลังอ่านข้อความดังกล่าวรู้สึกไม่ดีกับรัชนี และคิดว่านักการเมืองทุกคนล้วนมีการทุจริต จนในที่สุดไม่ได้เลือกรัชนีเป็น สส. โดยไปหย่อนบัตรให้พรรคอื่นแทนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา 

แต่เมื่อทนายจำเลยถามค้าน ดิเรกรับว่าประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบนักการเมืองที่ใช้เงินภาษีของแผ่นดิน และรับทราบว่าการที่รัชนีถูกพิพากษาจำคุก 6 ปี นั้นเป็นเรื่องจริง

.

หลังเสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวน ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดนัดฟังคำสั่งว่าคดีมีมูลเพียงพอที่ศาลจะรับฟ้องไว้พิจารณาหรือไม่ในวันที่ 16 มิ.ย. 2569 เวลา 10.00 น.

ทั้งนี้ ทนายความผู้รับมอบอำนาจโจทก์เปิดเผยว่า นอกจากคดีของเมยวดีแล้ว โจทก์ยังฟ้องร้องประชาชนที่แชร์โพสต์เดียวกันอีกอย่างน้อย 4 ราย และทุกคดีอยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวนมูลฟ้อง

สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ต้องจับตาการใช้กฎหมายหมิ่นประมาท โดยนักการเมืองที่เกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งตนเองมีอิทธิพล มุ่งดำเนินการต่อนักการเมืองคู่แข่ง หรือประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์ประวัติหรือการทำงาน ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาบางส่วนต้องเดินทางไกลและมีภาระในการต่อสู้คดี ซึ่งกำลังกลายเป็นแนวโน้มที่พบเพิ่มมากขึ้น จนกระทบต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำให้ยังต้องติดตามการแก้ไขปัญหาของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต่อไป อาทิ กรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีการกล่าวหาดำเนินคดีประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดพะเยา

.

X