ในวันที่ 20 ก.พ. 2569 เวลา 09.00 น. ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในคดีของนักกิจกรรมและประชาชนรวม 7 คน ที่ถูกกล่าวหาในข้อหาหลักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 116 จากกรณีการชุมนุม #ม็อบ29พฤศจิกา หรือการชุมนุม “ปลดอาวุธศักดินาไทย” ที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2563
หนึ่งในผู้ถูกฟ้องในคดีนี้ ได้แก่ “มุก” พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้ขึ้นปราศรัยในวันดังกล่าวด้วย โดยได้กล่าวถึงปัญหาเรื่องมาตรา 112 ในประเทศไทย ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มโทษหลังรัฐประหาร 6 ตุลา 2519 เปรียบเทียบกับข้อหาลักษณะเดียวกันในต่างประเทศ พร้อมกล่าวถึงข้อคิดเห็นของผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ ซึ่งเคยให้ความเห็นว่าไม่ควรมีการใช้กฎหมายลักษณะนี้ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย จึงเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายมาตรานี้ รวมทั้งยังกล่าวถึงปัญหาการรัฐประหารในประเทศไทยและการโอนกำลังพลไปเป็นส่วนราชการในพระองค์
ในช่วงการสืบพยานในคดีนี้ระหว่างกลางปี 2568 ที่ผ่านมา องค์กรสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยระดับสากลหลายองค์กร รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนขององค์กรสหประชาชาติหลายด้าน ได้เคยออกแถลงการณ์ ส่งจดหมายเปิดผนึก หรือโพสต์ข้อความบอกเล่าถึงการดำเนินคดีต่อพิมพ์สิริ พร้อมเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ก่อนวันฟังคำพิพากษาที่กำลังจะมาถึง ชวนย้อนทบทวนภาพรวมของปฏิกิริยาจากองค์กรระดับนานาชาติดังกล่าว ที่มีการดำเนินคดีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนไทย
.
.
FIDH-OMCT ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อพิมพ์สิริ-นักกิจกรรมไทย
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2568 โครงการสังเกตการณ์เพื่อการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (The Observatory for the Protection of Human Rights Defenders) ภายใต้สมาพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) และองค์การต่อต้านการทรมานโลก (OMCT) ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ต่อกรณีการดำเนินคดีต่อพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ ในข้อหาตามมาตรา 112
แถลงการณ์ระบุว่าพิมพ์สิริเคยทำงานด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาค และเคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่โครงการประเทศไทยของ ARTICLE 19 ที่ทำงานด้านเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและข้อมูลข่าวสาร
แถลงการณ์ให้ข้อมูลว่า พิมพ์สิริถูกดำเนินคดีหลายข้อหาจากการปราศรัย ซึ่งได้อ้างถึงถ้อยแถลงเมื่อปี 2017 ของผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติด้านเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก ที่วิพากษ์วิจารณ์บทบัญญัติมาตรา 112 ของไทย ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย และในช่วงปี 2566-67 เธอยังถูกศาลปฏิเสธคำร้องในการเดินทางออกนอกประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติ การอุทธรณ์ต่อศาลสูงก็ยังถูกปฏิเสธคำร้อง รวมทั้งมีการดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันต่อนักกิจกรรมไทยอีกหลายราย
แถลงการณ์ระบุว่าดูเหมือนการดำเนินคดีดังกล่าวต่อพิมพ์สิริ จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนของเธอ ซึ่งเป็นการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ
แถลงการณ์จึงได้เรียกร้องให้ทางการไทยยุติการคุกคามโดยกระบวนการยุติธรรมทุกรูปแบบต่อพิมพ์สิริและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนรายอื่น ๆ โดยเฉพาะการใช้ข้อหามาตรา 112 และเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวโดยพลการทั้งหมดโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข
.
.
คณะอนุ กมธ. สิทธิมนุษยชน รัฐสภายุโรป แสดงความกังวลต่อการใช้ ม.112 อย่างแพร่หลาย
วันที่ 16 มิ.ย. 2568 คณะอนุกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนของรัฐสภายุโรป (European Parliament’s Subcommittee on Human Rights: DROI) ได้ทวีตข้อความระบุว่า Mounir Satouri ประธานของคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ระบุแถลงการณ์ถึงกรณีประเทศไทย แสดงความรู้สึกกังวลต่อการใช้กฎหมายมาตรา 112 อย่างแพร่หลาย ต่อประชาชนผู้เคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย
ทางประธานของอนุกรรมาธิการยังเห็นว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกคนที่ถูกดำเนินคดีหรือถูกคุมขังภายใต้กฎหมายนี้ สมควรได้รับนิรโทษกรรมโดยทันที รวมถึง อานนท์ นำภา และ พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ
.
12 องค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติ ร่วมออกแถลงเรียกร้องยุติการดำเนินคดี-ให้ไทยปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ
วันที่ 18 มิ.ย. 2568 องค์กรสิทธิมนุษยชนระดับนานาชาติ รวม 12 องค์กร ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการดำเนินคดีจากการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบต่อพิมพ์สิริ โดยเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีดังกล่าว
แถลงการณ์ได้ชี้ถึงคดีที่เกิดขึ้นกับพิมพ์สิริว่า เหตุเกิดจากการที่เธอได้ปราศรัยอ้างถึงถ้อยแถลงของผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติฯ แต่เธอกลับถูกตั้งข้อหาตามมาตรา 112 ซึ่งมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างกว้างขวางเกินสมควรและไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิดความกังวลอย่างร้ายแรงต่อการนำกฎหมายไปใช้เพื่อจำกัดประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ
การถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ยังทำให้เธอต้องประกันตัวโดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และถูกศาลปฏิเสธคำร้องให้เดินทางไปร่วมการประชุมของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
องค์กรสิทธิมนุษยชนที่ร่วมกันแถลงการณ์ ได้ระบุว่าการฟ้องร้องและการห้ามเดินทางออกนอกประเทศดังกล่าวถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการเซ็นเซอร์อย่างร้ายแรง อีกทั้งยังเป็นการขัดต่อพันธกรณีของประเทศไทยในการปฏิบัติ คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในระดับระหว่างประเทศ จึงเรียกร้องให้ทางการไทยปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
สำหรับองค์กรที่ร่วมออกแถลงการณ์ดังกล่าว ได้แก่ Alternative ASEAN Network on Burma (ALTSEAN Burma), ASEAN SOGIE Caucus (ASC), ASEAN Youth FORUM, Asia Democracy Network, CIVICUS: World Alliance for Citizen Participation, International Federation for Human Rights (FIDH), Front Line Defenders, The Asian Forum for Human Rights and Development (FORUM-ASIA), The International Commission of Jurists (ICJ), International Service for Human Rights (ISHR), Southeast Asia Freedom of Expression Network (SAFEnet) และ World Organisation against Torture (OMCT)
.
.
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษสหประชาชาติหลายด้าน ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการดำเนินคดีพิมพ์สิริ ย้ำ ม.112 ไม่ควรมีที่ทางในสังคมประชาธิปไตย
วันที่ 11 ก.ค. 2568 คณะผู้เชี่ยวชาญพิเศษในประเด็นสิทธิมนุษยชนด้านต่าง ๆ ของสหประชาชาติ ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการพิจารณาคดีของพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการตั้งข้อหาต่อเธอและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคนอื่น ๆ ที่เข้าร่วมการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย
คณะผู้เชี่ยวชาญที่ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ ได้แก่ คณะทำงานว่าด้วยการเลือกปฏิบัติต่อสตรีและเด็กผู้หญิง, ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยการสนับสนุนและปกป้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก, ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบและการสมาคม และผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
แถลงการณ์ดังกล่าวได้เน้นย้ำความเห็นของผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติหลายด้าน ที่มีเรื่อยมา ซึ่งเห็นว่ากฎหมายมาตรา 112 ของไทย ใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือและกำหนดโทษอย่างรุนแรง ไม่ควรมีที่ทางในระบอบประชาธิปไตย การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างกว้างขวางและในเชิงลงโทษ ปราบปรามการอภิปรายสาธารณะ และข่มขู่นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ฝ่ายการเมืองตรงข้าม นักกิจกรรมภาคประชาสังคม ผู้สื่อข่าว และประชาชนทั่วไป ถือเป็นการละเมิดพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญแห่งสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้ไทยแก้ไขและยกเลิกกฎหมายดังกล่าว ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ นำไปสู่บรรยากาศแห่งความหวาดกลัวและการเซ็นเซอร์ตนเอง
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2568 Mary Lawlor ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติด้านสถานการณ์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (UN Special Rapporteur for Human Rights Defenders) ยังได้โพสต์ข้อความใน X แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ของพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนของไทย พร้อมเรียกร้องให้ยุติการตั้งข้อหาตามมาตรา 112 ต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบในทันที
.
โครงการ Trial Watch ส่งจดหมายถึงศาลอาญาเรียกร้องให้คุ้มครองเสรีภาพการแสดงออก
วันที่ 5 ส.ค. 2568 โครงการ Trial Watch ภายใต้มูลนิธิคลูนีย์เพื่อความยุติธรรม ซึ่งทำงานติดตามสถานการณ์ในกระบวนการยุติธรรมที่ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพการแสดงออก ได้ออกจดหมายเปิดผนึกพร้อมบันทึกความเห็นทางกฎหมาย ส่งถึงศาลอาญา เรียกร้องให้ไทยคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกในคดีมาตรา 112 ของพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ และตระหนักถึงพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ โดยรับรองว่าคำปราศรัยของพิมพ์สิรินั้นเป็นการแสดงออกที่ควรได้รับความคุ้มครอง
บันทึกฯ ยังขอให้ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่า ฝ่ายโจทก์ไม่ได้แสดงให้เห็นว่า คำพูดของพิมพ์สิริก่อให้เกิดภัยคุกคามอันเฉพาะเจาะจงและซึ่งหน้าต่อความมั่นคงของรัฐหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชนอย่างไร และเห็นว่าการดำเนินคดีในครั้งนี้ไม่เป็นไปตามมาตรฐานระหว่างประเทศ
.
ภาพจากเครือข่าย IUSY
.
องค์กรนานาชาติด้านปฏิบัติการไร้ความรุนแรง-ด้านสังคมนิยม ออกแถลงแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับพิมพ์สิริ เรียกร้องยุติการดำเนินคดี
วันที่ 8 ส.ค. 2568 CANVAS (Center for Applied NonViolent Actions and Strategies) องค์กรนานาชาติที่ส่งเสริมด้านปฏิบัติการไม่ใช้ความรุนแรงในการผลักดันสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย ได้เผยแพร่ข้อมูลและข้อเรียกร้องในกรณีการดำเนินคดีต่อพิมพ์สิริ โดยสรุปข้อมูลคดี และชี้ว่ามาตรา 112 ในประเทศไทย มีโทษจำคุกที่รุนแรงและถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปิดกั้นการแสดงความคิดคิดเห็นที่แตกต่าง ข่มขู่นักกิจกรรม และทำลายการถกเถียงในที่สาธารณะ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวในการใช้สิทธิเสรีภาพ ก่อให้เกิดบรรยากาศการเซ็นเซอร์ตนเอง
CANVAS จึงร่วมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับนักกิจกรรมชาวไทย และองค์กรสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการดำเนินคดีกับพิมพ์สิริและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคนอื่น ๆ ที่ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย
วันที่ 9 ก.ย. 2568 เครือข่าย IUSY (International Union of Socialist Youth) ซึ่งเป็นเครือข่ายเยาวชนสังคมนิยมระดับนานาชาติ ผ่านการรวมกลุ่มพรรคและขบวนการเยาวชนที่มีอุดมการณ์สังคมนิยม สังคมประชาธิปไตย และแรงงาน จากหลายประเทศ ก็ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับพิมพ์สิริ ซึ่งเป็นอดีตรองประธานฝ่ายเอเชีย-แปซิฟิกของเครือข่าย รวมทั้งนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทยทุกคน
เครือข่ายได้เน้นย้ำว่าการดำเนินคดีต่อพิมพ์สิริ ทำให้การแสดงความคิดเห็นต่างโดยสันติกลายเป็นข้อหาทางอาญา และส่งผลเป็นการปิดกั้นการแสดงออกทางประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน จึงร่วมเรียกร้องให้ยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อเธอและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย หยุดการมุ่งเป้าเล่นงานนักกิจกรรมที่เรียกร้องประชาธิปไตยโดยสันติ และขอให้ไทยเคารพพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
.
คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน UN ระบุในรายงานแสดงความกังวลกรณีจำกัดการเดินทางของ “พิมพ์สิริ” ส่งผลถึงการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน
วันที่ 9 ก.ย. 2568 คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council: UNHRC) ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับกรณีการข่มขู่และการตอบโต้ (reprisal) ต่อบุคคลที่ให้ความร่วมมือกับสหประชาชาติ ผู้แทน และกลไกต่าง ๆ ของสหประชาชาติในด้านสิทธิมนุษยชน
ส่วนหนึ่งของรายงานดังกล่าว (หน้า 36-38) ได้แสดงความกังวลต่อกรณีของประเทศไทย ในการสร้างข้อจำกัดการเดินทางของ พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ ซึ่งเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เคยได้รับทุนซาคารอฟ (Sakharov Fellow) โดยระบุว่าการไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศในระหว่างการถูกดำเนินคดีของพิมพ์สิริ ได้จำกัดความสามารถในการทำงานรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนในระดับนานาชาติ รวมถึงการทำงานร่วมกับสหประชาชาติ และข้อจำกัดที่ยังดำเนินอยู่อาจส่งผลให้เธอและผู้อื่นลังเลที่จะเข้าร่วมเวทีสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ
รายงานระบุว่า พิมพ์สิริถูกปฏิเสธการอนุญาตให้ออกนอกประเทศมาโดยตลอด ทั้งที่ในช่วงปี 2022–2024 มีผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 หลายราย ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัวหรือด้านการศึกษา
.
.
ผู้ได้รับทุน-รางวัลซาคารอฟ จากสหภาพยุโรป ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีศาลอาญา เรียกร้องยุติการดำเนินคดี
วันที่ 16 ก.ย. 2568 ผู้เคยได้รับทุนซาคารอฟ (Sakharov Fellows) แห่งรัฐสภายุโรป ซึ่งเป็นทุนที่รัฐสภายุโรปสนับสนุนนักปกป้องสิทธิมนุษยชนให้มีความสามารถในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย และผู้รับรางวัลซาคารอฟเพื่อเสรีภาพทางความคิด (Sakharov Prize) จำนวนรวม 19 คน จากหลายประเทศ ได้ร่วมกันส่งจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อแสดงความสนับสนุนต่อพิมพ์สิริ และแสดงความกังวลต่อการดำเนินคดีที่เกิดขึ้น รวมทั้งเรียกร้องให้ยุติการคุกคามด้วยกระบวนการยุติธรรมโดยรวมต่อผู้ที่ใช้เสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างสันติในประเทศไทย
จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ ให้ข้อมูลว่าพิมพ์สิริเป็น Sakharov Fellow ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในการทำงานส่งเสริมสิทธิทางพลเรือนและการเมือง รวมทั้งความเท่าเทียมของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เธอยังมีส่วนร่วมกับขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในไทยและระดับภูมิภาค เป็นแกนนำของภาคประชาสังคม และมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของ Sakharov Fellowship ในปี 2561
จดหมายเปิดผนึกระบุว่า การถูกดำเนินคดีดังกล่าว ทำให้พิมพ์สิริถูกกำหนดเงื่อนไขการประกันตัว ไม่สามารถเดินทางออกจากนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้ขัดขวางไม่ให้เธอทำหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชน เช่น ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2566 ศาลอาญาไม่อนุญาตให้พิมพ์สิริเดินทางเข้าร่วมการประชุมในหลายครั้งของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่กรุงเจนีวา
จดหมายเปิดผนึกยังระบุว่า ข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 นี้ ยังเกี่ยวโยงกับการที่เธออ้างคำพูดของผู้รายงานพิเศษว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพด้านการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก เกี่ยวกับประเทศไทย ในเรื่องข้อกล่าวหานี้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ถูกใช้เพื่อปิดปากผู้เห็นต่างทางการเมืองหลายร้อยคน จากการเรียกร้องอย่างสันติให้มีการปฏิรูปตามระบอบประชาธิปไตย
.
อ่านประมวลการต่อสู้คดีนี้ เปิดบันทึกสืบพยาน คดี ม.112 เหตุ #ม็อบ29พฤศจิกา ชุมนุม “ปลดอาวุธศักดินาไทย” ที่หน้าราบ 11
.



