เปิดฟ้องคดี ม.112-116 ชุมนุม #ปลดอาวุธศักดินาไทย ที่หน้าราบ 11 หลังอัยการฟ้องครบ 8 ราย

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 64 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5) ได้มีคำสั่งฟ้องคดีจากการชุมนุม #ม็อบ29พฤศจิกา หรือชุมนุม #ปลดอาวุธศักดินาไทย ที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ราบ 11) เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 63 ต่อศาลอาญา โดยคดีมีข้อหาหลักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ มาตรา 116

คดีนี้มีผู้ถูกดำเนินคดีทั้งหมด 8 ราย ได้แก่ อานนท์ นำภา, “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ, “แหวน” ณัฎฐธิดา มีวังปลา, พรหมศร วีระธรรมจารี, “ทราย” อินทิรา เจริญปุระ โดยทั้งหมดเป็นผู้ปราศรัยในการชุมนุมดังกล่าว ยกเว้นอินทิราที่ไม่ได้ขึ้นปราศรัยใดๆ

สำหรับผู้ถูกฟ้องในวันที่ 26 พ.ย. 64 มีทั้งหมด 6 ราย โดยอานนท์และพริษฐ์ถูกฟ้องโดยไม่มีตัว เนื่องจากถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ส่วนชินวัตรและพรหมศร ยังไม่ได้เดินทางมาฟังคำสั่ง เนื่องจากติดภารกิจอื่น ซึ่งต่อมาทั้งสองคนได้เข้าฟังคำสั่งฟ้องคดีพร้อมกันในวันที่ 29 พ.ย. 64 ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ถูกสั่งฟ้องต่อศาลครบทั้งหมดแล้ว

สำหรับจำเลย 7 ราย ยกเว้นอินทิรา ได้ถูกฟ้องทั้งหมด 9 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, มาตรา 116, มาตรา 215, มาตรา 216, มาตรา 385, ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมฯ, เททิ้งปฏิกูล มูลฝอยลงบนถนน ตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ และข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะที่อินทิรา ถูกสั่งฟ้องใน 2 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ ข้อหาไม่แจ้งการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ โดยอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องในข้อหาตามมาตรา 112 ที่เธอถูกกล่าวหาในชั้นสอบสวนด้วย

.

ภาพจาก iLaw

.

เปิดเนื้อหาคำฟ้อง กล่าวหาคำปราศรัยหมิ่น ร.7, ร.9 และ ร.10

สำหรับเนื้อหาคำฟ้องของอัยการโดยสรุป ระบุว่าเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 จำเลยทั้งหมดได้ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยประกาศชักชวนประชาชนมาร่วมชุมนุมทางการเมืองผ่านทางช่องทางต่างๆ ในหัวข้อการชุมนุม “ปลดอาวุธศักดิ์นาไทย” ที่กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ โดยจำเลยทั้งหมด ยกเว้นอินทิรา ได้ร่วมกันกล่าวปราศรัยเรียกร้องเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันต่อสู้เปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อ พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผู้กำกับ สน.บางเขน หัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะดังกล่าว

การชุมนุมดังกล่าวมีประชาชนเข้าร่วมประมาณ 2,000 คน โดยรวมตัวกันปิดการจราจรบริเวณวงเวียนบางเขน มุ่งหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถเคลื่อนขบวนไปได้ เนื่องจากมีรถโดยสารเก่าจำนวน 2 คัน ที่เจ้าหน้าที่จอดเป็นแนวกั้นขวาง และมีการติดตั้งรั้วลวดหนาม เพื่อให้ยุติการเคลื่อนขบวน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมดันรถโดยสารและทำการรื้อลวดหนามออกได้บางส่วน กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนไปหน้ากรมทหารราบที่ 11 พร้อมรถบรรทุกเครื่องขยายเสียง และเป็ดยางลม ก่อนกั้นแบริเออร์และกรวยยางปิดการจราจรและปราศรัยบนถนนสาธารณะ อันเป็นการกีดขวางการจราจรและกีดขวางทางสาธารณะ และเป็นการทำกิจกรรมใดๆ ที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค

รวมทั้งยังไม่เลิกการชุมนุมตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ได้ประกาศว่าการชุมนุมดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนั้น ยังมีผู้เทสีและขีดเขียนข้อความลงบนพื้นถนนอันเป็นทางสาธารณะ

.

ภาพ #ม็อบ29พฤศจิกา จากประชาไท

.

จำเลยทั้งหมด ยกเว้นอินทิรา ยังได้ผลัดเปลี่ยนกันใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัยแก่ประชาชนที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 ในระหว่างการชุมนุมสาธารณะ โดยอัยการมีการระบุเนื้อหาคำปราศรัยของจำเลยทั้ง 7 คน ว่าเข้าข่ายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

  1. อานนท์ ปราศรัยตั้งคำถามถึงการโอนกองกำลังทหารให้ไปอยู่ใต้องค์พระมหากษัตริย์และย้ำข้อเรียกร้องขอให้สถาบันกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ 
  2. พริษฐ์ ปราศรัยถึงสถาบันกษัตริย์ไม่มีความจำเป็นต้องมีกองกำลังส่วนตัวและไม่ควรแทรกแซงอำนาจของประชาชน ทั้งสถาบันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่มีส่วนร่วมในการอุ้มหายประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหว
  3. ชินวัตร ปราศรัยถึงการวิจารณ์เรื่องการโอนทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ไปเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ ไม่ได้หมายความว่าต้องการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ แต่เพราะเป็นห่วงสถาบัน จึงขอให้โอนทรัพย์สินดังกล่าวกลับมาอยู่ที่ส่วนกลาง
  4. สมยศ ปราศรัยถึงประวัติที่มาของกองพลทหารราบที่ 11 ว่าตั้งขึ้นมาเพื่อรักษาความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 พร้อมตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดจึงไม่มีทหารเพื่อประชาชนและเรียกร้องถึงการตรวจสอบสถาบันกษัตริย์ได้อย่างโปร่งใส
  5. พรหมศร ปราศรัยตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดจึงต้องมีทหารส่วนพระองค์และเหตุใดจึงต้องมีผู้แทนพระองค์แทนสำนักงานทรัพย์สิน และต้องการให้สถาบันกษัตริย์สามารถตรวจสอบได้
  6. พิมพ์สิริ ปราศรัยถึงหน้าที่ของกองทัพไทยและสถาบันในการทำรัฐประหารของไทย พร้อมกล่าวถึงข้อคิดเห็นของผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติว่าไม่มีการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ย้ำว่ากฎหมายมาตรา 112 มีปัญหาและควรยกเลิก 
  7. ณัฎฐธิดา ปราศรัยว่า “มึงยัด 112 ให้กู ซึ่งกูไม่เคยรู้เรื่อง 112 จากพวกมึงเลย” และ “เมื่อถามคนบนฟ้าใครสั่งยิงก็ไม่ตอบ”

อัยการกล่าวหาว่าคำปราศรัยทั้งหมด เป็นการจาบจ้วง ล่วงเกิน ดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ โดยประการที่น่าจะทำให้รัชกาลที่ 7 รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดยมีเจตนาทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนชาวไทย ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้

ส่วนอินทิรา อัยการกล่าวหาว่าได้ร่วมกับจำเลยคนอื่นๆ ได้ร่วมกันชักชวน ยุยงให้ประชาชนเข้าร่วมชุมนุมมั่วสุมดังกล่าวทั้งหมด ที่เข้าข่ายข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116

อัยการยังระบุขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งหมด ยกเว้นอินทิรา ในชั้นพิจารณา อ้างว่า “เป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง มีอัตราโทษสูง และหากปล่อยตัวไป อาจกระทำความผิดซ้ำอีก” ส่วนอินทิรา อัยการไม่ได้คัดค้านการประกันตัว แต่ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล

.

ศาลให้ประกันตัว แบบมีเงื่อนไข ห้ามทำกิจกรรมที่เสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ฯ

หลังอัยการสั่งฟ้องคดี ศาลอาญาได้ให้ประกันตัวจำเลยที่ไม่ได้ถูกคุมขังอยู่ก่อนหน้านี้ ได้แก่ สมยศและชินวัตร ศาลให้วางหลักประกันจำนวนคนละ 200,000 บาท พิมพ์สิริ, ณัฎฐธิดา และพรหมศร ศาลให้วางหลักประกันคนละ 100,000 บาท ส่วนอินทิรา วางหลักประกันจำนวน 35,000 บาท หลักทรัพย์ทั้งหมดจากกองทุนราษฎรประสงค์

ศาลยังกำหนดเงื่อนไขการประกันตัวทุกคนเช่นเดียวกัน รวมทั้งอินทิรา ที่ไม่ได้ถูกฟ้องตามมาตรา 112 ได้แก่ ห้ามทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาต  คำสั่งประกันตัวลงนามโดย นายพริษฐ์ ปิยะนราธร รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา

ศาลได้กำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานในคดีต่อไปวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 9.00 น.

ขณะที่ส่วนของอานนท์ และพริษฐ์ ยังไม่ได้ยื่นประกันตัวในคดีนี้ เนื่องจากถูกคุมขังและไม่ได้รับการประกันตัวในคดีอื่นๆ อยู่ก่อนแล้ว

สำหรับการชุมนุม “ปลดอาวุธศักดินาไทย” ของกลุ่มราษฎร เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2563 เดิมประกาศชุมนุมหน้ากรมทหารราบที่ 1 ซึ่งเป็นบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อแสดงออกถึงการป้องกันและต่อต้านไม่ให้เกิดการรัฐประหารในช่วงดังกล่าว และต่อมาได้เปลี่ยนสถานที่ชุมนุมเป็นกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์แทน ผู้ถูกกล่าวหาทั้งแปดได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีนี้ที่ สน.บางเขน เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2563 โดยในส่วนของข้อหาตามมาตรา 112 มี นายวราวุธ สวาย เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษเอาไว้

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เปิดข้อหาคดี #ม็อบ29พฤศจิกา “ทราย” ไม่ได้ขึ้นปราศรัยแต่ถูกแจ้ง ม.112-116 ด้วย

.

X