ฟังเสียง 4 จำเลยคดี ม.112 ชุมนุมหน้าราบ 11 หลังทราบอัยการสั่งฟ้องคดี 

วันนี้ 25 พ.ย. 64 เวลา 9.00 น. พนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งฟ้องคดี #ม็อบ29พฤศจิกา63 หรือชุมนุม #ปลดอาวุธศักดินาไทย ที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 ต่อศาลอาญา โดยในคดีมีข้อหาหลักตามมาตรา 112 และ มาตรา 116 และมีผู้ต้องหา 8 คน ได้แก่ อานนท์ นำภา, “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ, “แหวน” ณัฎฐธิดา มีวังปลา, พรหมศร วีระธรรมจารี, “ทราย” อินทิรา เจริญปุระ โดยทั้งหมดเป็นผู้ปราศรัยในการชุมนุมดังกล่าว เว้นอินทิราที่ไม่ได้ขึ้นปราศรัยใดๆ 

วันนี้พนักงานอัยการจะทำคำฟ้องสำหรับผู้ต้องหาที่เดินทางมารายงานตัวจำนวน 4 คน คือ สมยศ, พิมพ์สิริ, ณัฎฐธิดา, อินทิรา  และอีก 2 คน คือ อานนท์และพริษฐ์ ซึ่งยังถูกคุมขังในคดีอื่นอยู่ รวมเป็น 6 คนที่จะถูกสั่งฟ้องไปก่อน โดยมีเพียงอินทิราที่ไม่ได้ถูกสั่งฟ้องในข้อหามาตรา 112 แต่ยังฟ้องในข้อหามาตรา 116 อยู่ ส่วนชินวัตรและพรหมศรที่ยังไม่ได้เข้ารายงานตัว เนื่องจากติดภารกิจอื่น จึงได้ขอเลื่อนส่งตัวฟ้องเป็นวันที่ 29 พ.ย. 64 แทน 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนชวนคุยกับทั้ง 4 ระหว่างที่พนักงานอัยการทำคำสั่งฟ้อง 

.

“ทราย” อินทิรา เจริญปุระ

ตั้งแต่ทนายแจ้งว่าจะโดนฟ้องคดี ทรายเองรู้สึกว่าไม่เข้าใจการทำงานของพนักงานอัยการ คดีที่โดนมันเป็นคดีแบบงงๆ คือมาตรา 112 ก็ต้องอาฆาตมาดร้ายใช่ไหม ซึ่งทรายก็เชื่อว่าที่ทรายโพสต์เพลง มันเป็นชื่อเพลง มันไม่ได้เข้าข่ายอะไรใดๆ หรือมาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น อะไรก็ตาม มันก็เป็นการโพสต์เพื่อแจ้งข่าวการชุมนุม ซึ่งสุดท้ายเราก็ไม่มีวันรู้ว่าอัยการใช้มาตรฐานใดในการตีความ เส้นมันคืออะไร อย่างไร หากเป็นข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โรคระบาดอะไรแบบนั้นก็เก็ตอยู่ มันตรงไปตรงมา แต่คดี 112 ก็จะงงนิดหน่อย      

เราเคยออกมาร่วมรณรงค์เรื่อง 112 ตั้งแต่ยุค ครก.112 ซึ่งตอนนั้นรู้สึกว่าการถูกดำเนินคดีมันไกลตัวนะ ก็ออกมาเรียกร้องว่าข้อหานี้เปิดช่อง ทำให้คนทั่วไปมาเปิดคดีฟ้องร้องกันไปมาได้ แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะโดน ตอนนั้นรู้สึกว่ามันเป็นการยกประเด็นมาพูดในแบบธรรมดา พอมาโดนฟ้องคดีด้วยตัวเองก็ “อ่อ” มันรู้สึกอย่างนี้นี่เอง อ่าว กูเหรอ OK กูด้วย รู้สึกทึ่ง แบบนี้ก็ได้หรือ มีความเป็นแบบนี้ก็ได้หรือ คือของทรายมันไม่ใช่ตำรวจเริ่มคดีก่อนด้วย เป็นบุคคลทั่วไปที่มาเริ่มต้นคดี 

ทรายก็มีความเข้าไม่ถึงการตีความของอัยการและคนในกระบวนการยุติธรรมนิดหน่อย 

ทรายเองได้รับกำลังใจค่อนข้างเยอะ คนอื่นเขาก็งงที่ถูกตั้งข้อหา 112 ด้วย คนยังนึกว่าทรายพูดเล่นอยู่เลยทรายเองบอกว่าอันนี้ไม่ใช่เรื่องที่มาพูดเล่นกันเนอะ ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ อย่างวันนี้มีคนจากสถานทูตมาสังเกตการณ์ จริงๆ มันทำให้เห็นว่าเป็นพื้นที่ที่ถกเถียงกันได้ และเป็นพื้นที่ที่บุคคลภายนอกมองเข้ามาแล้วก็ให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ ไม่ใช่บุคคลที่ถูกลืมเหมือนสิบหรือยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ตอนนี้มีการให้ความสำคัญกับความประหลาดและคลุมเครือนี้  

วันนี้ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก มันเลื่อนมาหลายรอบตั้งแต่สองสามเดือนก่อน เราดูเรื่องหลักทรัพย์ประกันตัวมากกว่า เราพอมีกำลัง เราก็ไม่อยากไปรบกวน ‘กองทุนราษฎรประสงค์’ เยอะ ไม่อยากให้เงินมาจม มีน้องอีกหลายคนที่จำเป็นกว่า ทรายก็จัดการและดูแลตัวเองได้ในส่วนนี้เอง หากเราไม่ได้ประกันจริง 

เราเตรียมกอดแมวไว้แล้วอย่างเต็มที่ มีกังวลเรื่องงานบ้างที่กลัวผิดนัดเขา เพราะมันก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  

สมยศ พฤกษาเกษมสุข

ในคดีนี้ผมร้องขอความเป็นธรรมมาตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการด้วย ไม่ทราบว่าพนักงานอัยการได้พิจารณาหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมของเราหรือไม่ จนมาถึงวันนัดฟ้องวันนี้ เพราะการปราศรัยของหลายคนเป็นการปราศรัยในเชิงวิชาการ ถ้าไม่ไต่สวนความเห็นของนักวิชาการจากหลายฝ่าย การส่งฟ้องใดๆ ในวันนี้ ก็ทำเห็นถึงวิกฤตการณ์ของกระบวนการยุติธรรมด้วย 

ผมรู้สึกว่าพนักงานอัยการควรจะทำงานโดยคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เพราะกลุ่มคนที่ถูกฟ้องวันนี้ได้ใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เป็นการแสดงออกในการหวงแหนสิทธิและเสรีภาพ หวงแหนประโยชน์ของประเทศชาติในเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นทางการเมืองในปีที่แล้ว ที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายกำลังพลไปยังพระมหากษัตริย์ 

ทั้งหมดเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตใจ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติด้วยกำลังพลเหล่านี้เกี่ยวข้องกับภาษีของเราเอง และเรามีความปรารถนาดีที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ 

ดังนั้น การฟ้องคดีในวันนี้จึงเป็นวันที่บอกว่าประเทศไทยจะมีอนาคตหรือไม่ ประเทศไทยจะมีหลักประกันในสิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชนมากน้อยแค่ไหน เพราะหากวันนี้เราไม่ได้รับการประกันตัวอีก นั้นก็ยิ่งหมายความว่าสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่จะทำหน้าที่พลเมืองของประเทศไทย มันตกต่ำ มันหายไป และเป็นอนาคตที่มืดมน 

ผมเป็นหนึ่งคนที่ถูกฟ้องคดีข้อหา 112 ในร้อยกว่าคน ส่วนตัวผม ผมถือว่าได้ทำหน้าที่พลเมืองในการมีส่วนร่วมทางการเมือง ในการแสดงถึงความห่วงใย และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าขึ้น 

ผมปฏิบัติหน้าที่ของผมแบบนั้น อย่างอิสระ และเป็นสิทธิตามธรรมชาติของคนที่อยากจะหยุดพ้นจากความเป็นทาส หรือความมืดมนใดๆ  เราพึงแสดงความคิดเห็นและไปเข้าร่วมการชุมนุม แต่เมื่อมีกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะมาตรา 112 เลยยิ่งทำให้การใช้สิทธิและเสรีภาพของเราถูกคุกคาม และทำให้ความเป็นพลเมืองดีมีส่วนร่วม หรือ Active Citizen ในระบอบประชาธิปไตย เสียหายไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศไทย 

รอบนี้ผมเตรียมตัวมานะ เบื้องต้นผมชวนน้องมาขับรถกลับให้ด้วย เผื่อจะไม่ได้ประกันตัว เตรียมพร้อมทางด้านกายภาพ เตรียมร่างกายให้รับสภาพกับการใช้ชีวิตแบบไร้อิสรภาพได้ 

ก่อนหน้านี้ดูแลด้านยารักษาโรคบ้าง ออกกำลังบ้าง เพื่อให้พร้อมกับการสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ผมฉีดวัคซีนแล้วเพื่อสู้กับโควิด แต่เสียดายว่าหากผมติดอีกที ผมจะไม่ได้เข็มที่ 3 ในเดือนธันวานี้ แต่ก็ยังหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้น ยังมั่นใจว่าวันนี้จะมีความยุติธรรมให้เป็นความหวังอยู่บ้าง ไม่เช่นนั้นแล้วประเทศไทยจะไม่มีทางออกเลย สุดท้ายทุกคนอาจจะต่อสู้อย่างรุนแรง 

.

“แหวน” ณัฎฐธิดา มีวังปลา

ตอนที่ทราบว่าจะถูกฟ้องคดีนี้ด้วยข้อหานี้ ตอนแรกก็รู้สึกตกใจนะ เพราะในสังคมไทยใครมีคดี 112 ปุ๊บ มันจะเป็นแกะดำในสังคม สิ่งที่เขายัดเยียดให้เรา สังคมยังไม่รู้รายละเอียดเลยว่าเราโดนคดีนี้ได้อย่างไร แต่สังคมตัดสินไปแล้ว อันนี้คือสิ่งที่เราต้องใช้ความพยายามที่จะตอบโจทย์กับสังคม 

เป็นกังวลอยู่อย่างเดียวว่าคนที่ไม่เปิดใจรับฟังเป็นส่วนที่เราต้องร่วมกันแก้ด้วย อยากให้สังคมเปิดใจกับคดี 112 มันเลวร้ายขนาดไหน สักวันหนึ่งหากคุณโดนกันตัวเอง คุณจะรู้สึกอย่างไร ไม่ว่าใครก็มีสิทธิ์โดนดำเนินคดีด้วยมาตรานี้ ไม่ว่าจะรักหรือไม่รัก 

การทำงานของพนักงานอัยการ แหวนมอง และรู้สึกว่าพนักงานอัยการทำงานตามใบสั่งหรือไม่ เราอยากให้ทั้งอัยการและผู้พิพากษาทำงานตามเสียงหัวใจของตัวเอง ยึดมั่นในศักดิ์ศรีเกียรติภูมิความรู้ การศึกษาที่ตัวเองเรียนมา 

ขอให้ยึดมั่นไว้ฟังเสียงของหัวใจตัวเอง อย่าฟังคำสั่ง ตราบใดที่คุณยังยืนหยัดในความเป็นนักสู้ที่จะพิทักษ์ความเป็นธรรม ตราบใดที่คุณยังบริสุทธิ์อยู่ตรงนี้ ตราบนั้นเราก็ยังเชื่อมันในระบอบอุดมการณ์ ความยุติธรรมของศาลไทย   

แหวนคิดว่าสิ่งที่แหวนและอีกหลายคนทำ เป็นการทำคุณประโยชน์ต่อสังคม เราออกช่วยเหลือประชาชนทุกภาคส่วนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของทางภาครัฐด้วยที่ถูกกระทำในการชุมนุม แหวนเองเป็นหน่วย Commando หน่วยพยาบาลภาคสนาม  

เหตุการณ์ที่จะถูกฟ้องคดีนั้น มันเป็นจุดพีคที่เราไปชุมนุมกันที่ราบ 11 ด้วย มันทำให้เราทำอะไรไม่ถูกเลย มันเจ็บที่ใจ มันเคยมีการแต่งตั้งนายกฯ ตามมาตรา 7 รัฐธรรมนูญฯ  ในที่ตรงนั้น คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เขาเป็นคนสั่งฆ่าคนเสื้อแดง เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบในกระบวนการกฎหมายของการสลายการชุมนุมปี 53 ทั้งผู้ที่บาดเจ็บและล้มตาย 

เหตุการณ์สลายการชุมนุมในปี 2553 ทำให้ชีวิตของแหวนเองเปลี่ยนจากบวกเป็นลบ ลบจนไม่เหลืออะไร ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือ เพื่อนเราที่ตายไปเป็นหน่วยแพทย์ที่ถูกฆ่าตาย แต่สุดท้ายคดีก็ยกฟ้องไปโดยรัฐบาลทหารที่เกี่ยวพันกับการแต่งตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เราก็เลยขึ้นไปทวงถามความเป็นธรรมให้เพื่อนทั้ง 6 ศพ และพูดถึงคนเสื้อแดงที่ถูกปรามาศว่าเป็นกลุ่มคนเผาบ้านเผาเมือง เป็นไพร่ เป็นม็อบชนรากหญ้า เป็นม็อบคนจนที่ถูกเขาจ้างมา ซึ่งตรงนี้เป็นการลดศักดิ์ศรีของความเป็นคน และการดูแคลน เกิดการเหลื่อมล้ำทางสังคม 

สำหรับวันนี้แหวนไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย ชีวิตไม่ได้มีแบบแผนอะไร คือคนที่ไม่เคยติดคุกอาจจะกลัว และเตรียมตัวมาเยอะ ด้วยความที่เราเป็นหน่วยแพทย์ออกภาคสนาม อุปกรณ์ รถพร้อม ตู้มออกเลย และไปปรับแผนกันตามหน้างาน เราไม่รู้หรอกว่าเด็กๆ จะเดินไปไหน พอออกม็อบทีมันก็เดินกันเหมือนปู เราก็จำเป็นต้องดูแลเด็กๆ  

แหวนรู้แล้วว่าหากฟ้องก็ต้องโดน ไม่มีโอกาสรอดหรอก ติดคุกก็ติดคุก รอดออกมาก็ไม่ตาย แต่ถ้าติดโควิดแล้วมีทางเป็นไป ก็คือไม่รอดแล้ว โอกาสที่อยู่ข้างนอกแล้วเราทำให้ดีที่สุด พยายามจะอธิบายความต่ออัยการและผู้พิพากษาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และอยากจะวิงวอนให้ทั้งสององค์กรเปิดใจรับฟังเรา ใช้ความบริสุทธิ์ของเราเข้าต่อสู้ สิ่งเดียวที่เรามีคือความบริสุทธิ์ที่จะต่อสู้  เพื่ออนาคตของลูกหลาน 

.

พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ

ตอนที่ได้รับหมายเรียกและไปรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อปลายปีที่แล้ว เราเองก็ดำเนินการอะไรบางอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่าคดีนี้ไม่มีประโยชน์ที่จะฟ้องเลย เช่น การออกแถลงการณ์ การส่งรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนต่อกลไกของสหประชาชาติ และมีหนังสือขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการด้วย  

วันนี้ในวันที่ต้องถูกฟ้องคดีจริงๆ ก็มีความเห็นต่อการทำงานของพนักงานอัยการด้วย เมื่อสักครู่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกับอัยการเจ้าของคดี เธอให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า อัยการเองมีคณะกรรมการกลั่นกรองการฟ้องคดีด้วย ซึ่งคณะกรรมการฯ มีความเห็นสั่งฟ้องในคดีนี้ ซึ่งเราตั้งคำถามว่าหากกลั่นกรองแล้วก็น่าจะรู้ว่าคดีนี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไร และเปลืองทรัพยากรของรัฐเข้าไปอีกที่จะทำให้เคสเข้าไปสู่การพิจารณาคดีต่อ 

ในคดีอาญา หลังจากตำรวจ อัยการควรเป็นอีกด่านที่จะกลั่นกรองว่าคดีไหนที่จะเข้าไปสู่การกระบวนการยุติธรรมบ้าง ถามว่าอันนี้เป็นภาระของผู้ที่ต้องถูกดำเนินคดีหรือไม่ ตอบว่าเป็น 

ถามต่อว่ามันไม่ได้เป็นภาระของคนที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาหรือไม่  เป็นภาระต่อทรัพยากรของรัฐหรือไม่ ทั้งเลขาศาล ผู้พิพากษา อัยการ มันน่าจะมีคดีอะไรอีกมาก ที่ไม่ใช่คดีแบบเชิงเสรีภาพ มันต้องมีคดีที่เป็น Actual การดำเนินคดีควรจะเอาทรัพยากรไปลงกับตรงนั้นมากกว่า 

คดีเกี่ยวกับชุมนุม แสดงความเห็น หมิ่นประมาทอาญาที่ไม่เป็นประโยชน์ คือ ความสิ้นเปลืองทางทรัพยากร ในแง่ของการบริหารทรัพยากรของรัฐที่มาจากภาษีประชาชน ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องฟ้อง เอาเวลาไปโฟกัสในคดีที่มีเนื้อหาทางอาญาจริง ที่ไม่ใช่การใช้เสรีภาพจะดีกว่า 

การเป็นส่วนหนึ่งของคนที่ถูกกล่าวหาในคดี 112 ในยุคสมัยนี้ เราคิดว่าคดีนี้ใครก็โดนได้แล้ว คือใครคิดว่าคดีแบบนี้ไม่เกี่ยวกับกู ใครหมั่นไส้คุณ เขาอาจเดินไปแจ้งความ 112 กับคุณก็ได้ อย่าคิดว่าตัวเองจะไม่เกี่ยว เพราะการใช้กฎหมายแบบจำกัดเสรีภาพใครก็โดนผลกระทบได้ เราจึงคิดว่าไม่แปลกที่เราโดนดำเนินคดีแบบนี้  

วันนี้เราไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก จัดการธุระส่วนตัวบ้าง ถ้าได้ประกันก็ออก ไม่ได้ประกันก็เข้า คิดอยู่ว่าหากต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ก็ตั้งใจว่าต้องออกกำลังกาย วิดพื้น สควอช เพื่อลดน้ำหนักสัก 3-4 กิโล ตามที่ตั้งใจมานานแล้ว เข้าไปข้างในก็น่าจะพอมีเวลา  

.

More from my site

X