รอบสามเดือน: ศาลอาญาสั่งห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีเพิ่มอีก 3 คดี – พบเหตุการณ์พยายามสั่ง ‘ห้ามจดบันทึกในคดี ม.110’ 

สถานการณ์เกี่ยวกับการพิจารณาคดี โดยเฉพาะในคดีตามมาตรา 112 และคดีจากการแสดงออกทางการเมือง ที่ประชาชนให้ความสนใจ ที่ศาลอาญา ยังคงพบว่ามีคดีที่ศาลมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ระบุว่าห้ามมิให้บุคคลใดนำเหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีและในศาลอาญาถ่ายทอดเผยแพร่สู่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต เพิ่มขึ้นอีก

ในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2568 ศาลอาญาได้มีคำสั่งในลักษณะดังกล่าว เพิ่มอีก 3 คดี ได้แก่ คดีของ “นารา” อนิวัต ประทุมถิ่น, คดีของ “บี๋” นิราภร อ่อนขาว และคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร (ในคดีหลังนี้ศาลมีคำสั่งในนัดสืบพยานต้นเดือนกันยายนในวันเดียว แต่ได้นำข้อความออกในนัดต่อ ๆ มา) 

ทั้งสามคดีนี้ถูกสั่งฟ้องในข้อหาหลักคือ “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ทำให้ในจนถึงปัจจุบันมีคดีทางการเมืองที่ศาลอาญามีคำสั่งลักษณะนี้แล้วจำนวน 10 คดี

ก่อนหน้านี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเริ่มพบสถานการณ์ดังกล่าวตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2568 ในนัดฟังคำสั่งคดีละเมิดอำนาจศาลของอานนท์ นำภา ต่อมาในเดือนเมษายน 2568 พบว่าศาลมีคำสั่งลักษณะนี้เพิ่มอีก 3 คดี ซึ่งทั้งหมดเป็นคดีตามมาตรา 112 ส่วนในเดือนพฤษภาคม 2568 ไม่พบคดีที่มีคำสั่งลักษณะนี้เพิ่มเติม ในเดือนมิถุนายน 2568 ศาลอาญากลับมามีคำสั่งในลักษณะนี้อีกอย่างน้อย 3 คดีในข้อหามาตรา 112 ต่อเนื่องมาจนถึงกันยายน 2568

สำหรับคดีที่ศาลมีคำสั่งเพิ่มในเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2568 ได้แก่ 

1. คดีของ “นารา” อนิวัต ประทุมถิ่น ถูกฟ้องในข้อหาตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กสืบเนื่องกับการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2563

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2568 ในนัดสืบพยานนัดแรกที่ห้องพิจารณาคดีที่ 912 ของศาลอาญา ศาลมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ด้วยข้อความเดียวกับคดีที่เคยมีคำสั่งก่อนหน้านี้ว่า “ห้ามมิให้บุคคลใดนำเหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีและในศาลอาญาถ่ายทอดเผยแพร่สู่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต มิฉะนั้น ศาลจะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลต่อไป”

คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ ทำให้ไม่มีการสืบพยานต่อหลังจากวันดังกล่าว ต่อมาในวันที่ 3 ก.ย. 2568 ศาลนัดฟังคำพิพากษา และพบว่าก็ได้มีคำสั่งห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีระบุในรายงานกระบวนพิจารณาคดีด้วยข้อความเดียวกัน

2. คดีของ “บี๋” นิราภร อ่อนขาว ถูกฟ้องในข้อหาตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเพจ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” และโพสต์ข้อความ 3 โพสต์

ในนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสามวัน ในวันที่ 26-27 และ 29 ส.ค. 2568 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 806 ของศาลอาญา พบคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาคดีระบุว่า “ห้ามมิให้บุคคลใดนำเหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีและในศาลอาญาถ่ายทอดเผยแพร่สู่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต มิฉะนั้น ศาลจะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลต่อไป”

3. คดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ต่อเนื่องถึงสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 2563 โดยมีนักกิจกรรมทั้งสิ้น 22 คน ถูกดำเนินคดีจากเหตุชุมนุมนี้ แบ่งเป็น 7 คน ถูกฟ้องด้วยข้อหาหลักตามมาตรา 112 ส่วนอีก 15 คน ถูกฟ้องในข้อหาหลักตามมาตรา 116 นอกจากนี้ยังมีข้อหาอื่น ๆ อีกหลายข้อหา

คดีนี้ในนัดสืบพยานโจทก์เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2568 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 805 ของศาลอาญา ซึ่งเป็นนัดสืบพยานครั้งแรกในปีนี้ที่ต่อเนื่องมาจากปี 2567 พบว่ามีคำสั่งศาลระบุในรายงานกระบวนพิจารณาคดีไว้ว่า “ห้ามมิให้บุคคลใดนำเหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีและในศาลอาญาถ่ายทอดเผยแพร่สู่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต มิฉะนั้น ศาลจะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลต่อไป” 

ในคดีนี้ก่อนหน้านี้ไม่พบการสั่งลักษณะนี้ในนัดสืบพยานในปี 2567 มาก่อน หลังจากวันนั้นดังกล่าว ในนัดสืบพยานวันถัดมา (3 ก.ย. 2568) หลังทีมทนายจำเลยทักท้วงเกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าว ก็ไม่ได้มีการระบุคำสั่งลักษณะนี้ในรายงานกระบวนพิจารณาอีก

.

นอกจากนั้น ยังว่ามีคดีมาตรา 112 ของทักษิณ ชินวัตร ที่ตามรายงานข่าวระบุว่าในนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยเมื่อวันที่ 1-3, 16 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา ศาลอาญาได้มีคำสั่งให้พิจารณาคดีเป็นการลับ อีกด้วย  ทำให้หากนับเฉพาะในช่วงคดีหลังปี 2563 เป็นต้นมา พบว่ามีคดีมาตรา 112 อย่างน้อย 8 คดีแล้ว ที่ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีเป็นการลับ 

นอกจากนั้นยังพบว่าในคดีมาตรา 110 ของเอกชัย หงส์กังวาน และพวกรวม 5 คน เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 ก่อนที่ศาลอาญาจะอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ พบว่ามีเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีได้เข้ามาพูดคุย พยายามสั่งห้ามไม่ให้จดบันทึกคำพิพากษาและบรรยากาศในห้องพิจารณาคดี ต่อมาทราบในภายหลังว่าเป็นเลขานุการศาลอาญา 

แต่อย่างไรก็ตาม ทนายจำเลยได้ปรึกษากับผู้พิพากษาในคดีถึงการจดบันทึก ผู้พิพากษาอนุญาตให้จดบันทึกได้ และไม่ปรากฏว่ามีคำสั่งห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีในรายงานกระบวนพิจารณา

ในคดีที่ประชาชนให้ความสนใจและเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องทางการเมือง ซึ่งควรยิ่งต้องเป็นไปโดยเปิดเผยและโปร่งใส เปิดโอกาสให้สื่อมวลชน และสาธารณชนติดตามสังเกตการณ์ นำเสนอรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เพื่อให้บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีรับรู้ถึงสถานการณ์การพิจารณาคดี ในฐานะเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบถ่วงดุล (Check and balance) อำนาจตุลาการ และเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม

การพยายามห้ามจดบันทึกในห้องพิจารณาคดี การห้ามรายงานการพิจารณาคดีต่อสาธารณะ ส่งผลอย่างยิ่งต่อหลัก “การพิจารณาคดีโดยเปิดเผย” (Public Trial) และสิทธิของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจตุลาการ ซึ่งจะนำไปสู่สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม (Right to Fair Trial) 

อีกทั้งหากคำสั่งต่าง ๆ ที่เป็นไปในลักษณะเดียวกัน ไม่ได้มาจากดุลยพินิจของผู้พิพากษาในแต่ละคดี แต่มีลักษณะเป็นคำสั่งที่มาจากนโยบาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดคำถามต่อการขัดต่อหลักความอิสระของตุลาการ (Judicial Independence) หรือไม่ เพราะอำนาจในการออกคำสั่งจำกัดสิทธิควรอยู่ภายใต้การพิจารณาในคดีอย่างเฉพาะเจาะจงจากผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดี  และเหตุจำเป็นที่ต้องออกคำสั่งที่ต่างกันไปในแต่ละคดี 

.

ถึงแม้ว่าตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.​ 2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเคยยื่นหนังสือถึงอธิบดีศาลอาญา เสนอความเห็นทางกฎหมายต่อการพิจารณาคดีของศาลสืบเนื่องจากกรณีห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดี ทั้งที่ศาลไม่ได้มีคำสั่งให้พิจารณาคดีลับแต่อย่างใด การดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีของศาลย่อมต้องเป็นไปตามหลักการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยตามหลักการแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182 วรรคสอง การสั่งห้ามของศาลในลักษณะดังกล่าวโดยไม่ปรากฏเหตุผลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย ย่อมเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อหลักการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย

อีกทั้งยืนยันถึงสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย (Right to Public Trial) เป็นส่วนหนึ่งของสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม (Right to Fair Trial) กล่าวคือ ระหว่างการพิจารณาคดีไม่ว่าในข้อหาใดก็ตาม ครอบครัว ญาติ เพื่อน องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน สื่อมวลชน หรือประชาชนคนทั่วไปที่สนใจอยากทราบรายละเอียดในการพิจารณาคดี สามารถเข้าไปร่วมรับฟังกระบวนการพิจารณาคดีในศาลได้ การพิจารณาโดยเปิดเผยนี้จึงเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยสร้างความโปร่งใสของการใช้อำนาจตุลาการ และเพื่อรับประกันว่าจำเลยจะได้รับสิทธิในการต่อสู้คดีอย่างเท่าเทียม

ภายหลังจากที่ได้มีการยื่นหนังสือดังกล่าว ยังไม่ได้มีการชี้แจงใด ๆ จากศาลอาญา และยังพบว่ามีเหตุการณ์การสั่งห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดี เป็นระยะตลอดมาจนถึงเดือนกันยายน 2568 

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ศาลอาญาสั่งห้ามนำเหตุการณ์ในห้องพิจารณาเผยแพร่ ในคดี ม.112 เพิ่มอีก 3 คดี – ขณะมีคดีชุมนุม ประชาชนถูกจำกัดการเข้าฟังคำพิพากษา

ศาลอาญาเริ่มสั่งห้ามนำเหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีเผยแพร่สู่สาธารณะ ในคดี ม.112 – คดีประชาชนให้ความสนใจ 

X