เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ยื่นคำร้องเร่งด่วน (urgent appeal) กรณีการดำเนินคดีและการคุมขังของ ดร.พอล แชมเบอร์ส (Dr. Paul Chambers) นักวิชาการสัญชาติอเมริกัน ภายใต้มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ไปยังกลไกพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ หรือ UN Special Procedures กล่าวคือ ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิเสรีภาพทางความคิดและในการแสดงออก (Special Rapporteur on Freedom of Opinion and Expression)
ก่อนหน้านี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเคยได้ส่งคำร้องเร่งด่วนในกรณีของ “ตะวันและแบม” ที่ระบุถึงความน่ากังวลของการใช้มาตรา 112 ที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ
สำหรับกรณีของ ดร.พอล นั้นมีความเร่งด่วนอันสืบเนื่องมาจากการถูกเพิกถอนวีซ่า และการยึดพาสปอร์ต ซึ่งส่งผลต่อสถานะการพำนักอาศัยในประเทศไทย และการเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ดี แม้ว่า ดร.พอล ได้เดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว แต่กระบวนการอุทธรณ์คำร้องเพิกถอนวีซ่าและคำสั่งยกเลิกการจ้างงาน ดร.พอล ยังคงดำเนินต่อสืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยยังไม่สามารถคาดหมายได้ถึงกรอบกำหนดเวลาและผลภายใต้กระบวนการดังกล่าว
ที่มาของการยื่นคำร้องเร่งด่วน: ความเสี่ยงในการถูกพิจารณาว่าเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา และสิทธิในการพำนักอาศัยและทำงานของ ดร.พอล ในประเทศไทย
กระบวนการยื่นคำร้องเร่งด่วน (urgent appeal) เป็นหนึ่งในช่องทางของกลไกพิเศษแห่งสหประชาชาติในการส่งเรื่องร้องเรียนต่อผู้รายงานพิเศษ ซึ่งมีหน้าที่ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในหลากหลายด้าน สำหรับกรณีของ ดร.พอล เป็นการยื่นคำร้องต่อผู้รายงานพิเศษด้านเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก เนื่องจากคดีของ ดร.พอล มีความเกี่ยวเนื่องกับเสรีภาพดังกล่าว
ผู้รายงานพิเศษด้านเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อข้อมูลอันเกี่ยวเนื่องมาจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การควบคุมตัว การเลือกปฏิบัติ การข่มขู่คุกคาม หรือการใช้ความรุนแรง ซึ่งรวมไปถึงการประหัดประหารและข่มขู่ต่อบุคคลที่พยายามใช้หรือส่งเสริมการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก
สืบเนื่องจากกรณีที่ ดร.พอล ถูกดำเนินคดี จับกุม และคุมขังภายใต้มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และต่อมาถูกเพิกถอนวีซ่า ซึ่งส่งผลให้ ดร.พอล มีความเสี่ยงที่จะถูกเนรเทศและถูกพิจารณาว่าเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non grata) ทั้งนี้ ดร.พอล ได้ทำการยื่นอุทธรณ์ในกรณีเพิกถอนวีซ่า เนื่องจากการเพิกถอนวีซ่าส่งผลต่อสถานะทางกฎหมาย และสิทธิในการประกอบอาชีพภายในประเทศไทย อันสืบเนื่องมาจากการออกคำสั่งเลิกจ้างงาน ดร.พอล จากมหวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งดร.พอลได้ยื่นอุทธรณ์ต่อกรณีดังกล่าวเช่นกัน อีกทั้งการเพิกถอนวีซ่าของ ดร.พอล ส่งผลให้ความเป็นอยู่และอาชีพที่เขาสร้างมานานหลายสิบปีตกอยู่ในอันตราย
การดำเนินคดีต่อ ดร.พอล นั้นเป็นการละเมิดสิทธิในการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพทางวิชาการอย่างร้ายแรง ซึ่งสิทธิดังกล่าวได้รับการคุ้มครองภายใต้มาตรา 34 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และข้อ 19 กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights – ICCPR) และยังสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว (chilling effect) ต่อการอภิปรายในที่สาธารณะและงานวิจัยทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกองทัพไทย
ปัจจุบัน แม้ว่าประเทศไทยเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ อย่างไรก็ตาม กลไกพิเศษแห่งสหประชาชาติได้ทำการการส่งหนังสือร้องเรียนถึงรัฐบาลไทยและออกแถลงการณ์อธิบายถึงความไม่สอดคล้องของมาตรา 112 กับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในหลายต่อหลายครั้ง เช่น ในกรณีของพิมพ์สิริ และอานนท์ นำภา
คุมขัง การค้นโดยไม่มีหมาย และการเพิกถอนวีซ่า: การละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกอันเป็นประเด็นหลักในการส่งคำร้องเร่งด่วน
การคุมขัง ดร.พอล ที่เรือนจำพิษณุโลก
คำร้องเร่งด่วนระบุว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2568 ภายหลังจากที่ ดร.พอล ได้รับหมายจับคดีมาตรา 112 ดร.พอลได้เดินทางไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจภูธรพิษณุโลก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และภายในวันเดียวกันนี้เอง ดร.พอล ถูกคุมขังที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลกในชั้นสอบสวน ภายหลังจากที่ยื่นประกันตัว 2 ครั้ง โดยศาลจังหวัดพิษณุโลกมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว พร้อมระบุเหตุผลว่า คดีมีอัตราโทษสูง ผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติ ประกอบกับผู้ร้อง (พนักงานสอบสวน) คัดค้านการประกันตัว จึงไม่อนุญาตให้ประกันตัว
ต่อมา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2568 ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาติให้ประกันตัวไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 6 โดยโต้แย้งคำสั่งของศาลจังหวัดพิษณุโลกที่อ้างอัตราโทษของมาตรา 112 เพื่อเป็นเหตุในการคุมขัง ดร.พอล อีกทั้งยังได้เน้นย้ำว่า ดร.พอล ให้การปฏิเสธในข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการโพสต์หรือเขียนข้อความที่ถูกมาใช้อ้างในการดำเนินคดี อีกทั้ง ดร.พอล ไม่ใช่ผู้มีอำนาจที่จะโพสต์ข้อความลงบนเว็บไซต์ของสถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค (ISEAS-Yusof Ishak Institute) อีกทั้งยังได้โต้แย้งเกี่ยวกับสถานะของ ดร.พอล ในฐานะที่ ดร.พอล เป็นชาวต่างชาติอันเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวว่า ดร.พอล ได้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากว่าสามทศวรรษ และเป็นอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยนเรศวร อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับในแวดวงวิชาการในไทยและต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นระหว่าง ดร.พอล และประเทศไทย ซึ่งประกันว่า ดร.พอล ไม่มีความเสี่ยงที่จะหลบหนี
ในช่วงเย็นของวันเดียวกันนี้เอง ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว ดร.พอล ในชั้นสอบสวน โดยให้วางหลักทรัพย์เป็นเงิน 300,000 บาท พร้อมกับให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิสก์ติดตามตัว (EM) กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล ยึดหนังสือเดินทาง และตั้งผู้กำกับดูแลในระหว่างปล่อยชั่วคราว
ภายหลังจากนั้น ดร.พอล ถูกคุมขังโดยเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เนื่องจากวีซ่าของ ดร.พอล ถูกเพิกถอนโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และต่อมาสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว ดร.พอล โดยให้วางหลักทรัพย์ประกัน 300,000 บาท และให้มารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ทุก 30 วัน
ค้นสถานที่ทำงานของ ดร.พอล โดยไม่มีหมาย ขัดกับกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
ในคำร้องเร่งด่วนฉบับนี้ ได้ระบุถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2568 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลกพร้อมหมายค้นออกโดยศาลจังหวัดพิษณุโลก ได้เดินทางเข้าไปขอตรวจค้นห้องทำงานของ ดร.พอล พร้อมยึดสิ่งของไปรวม 4 รายการ ได้แก่ คอมพิวเตอร์, อแดปเตอร์, เมาส์ และคีย์บอร์ด
ต่อมา วันที่ 11 เม.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเดียวกัน ได้ขอเข้าตรวจค้นห้องทำงานของ ดร.พอล ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นครั้งที่ 2 โดยไม่ได้มีหมายค้นจากศาลมาด้วย แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะอ้างถึงความยินยอมของรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร แต่อย่างไรก็ตามในการที่จะดำเนินกระบวนการค้น ต้องมีหมายค้นซึ่งออกโดยศาล และเนื่องจากข้อเท็จจริงในกรณีนี้มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีภายใต้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ดังนั้น การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทําความผิด พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จะต้องได้รับคำสั่งอนุญาตจากศาลก่อน
ทั้งนี้ ภายในวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางกลับโดยไม่มีการเข้าค้นแต่อย่างใด
เพิกถอนวีซ่า ดร.พอล อ้างพฤติการณ์ที่มีลักษณะต้องห้ามตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง และยื่นอุทธรณ์การเพิกถอนวีซ่า
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกนำเสนอในคำร้องเร่งด่วนฉบับนี้คือ การเพิกถอนวีซ่าของ ดร.พอล ขณะที่ยังอยู่ระหว่างการควบคุมตัวในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก อันสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2568 ดร.พอล ได้รับแจ้งว่าถูกเพิกถอนวีซ่าในระหว่างคุมขังที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอ้างเหตุในการเพิกถอนวีซ่าดังกล่าวว่า ดร.พอล เป็นผู้มีพฤติการณ์เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (8) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และเป็นพฤติการณ์ที่สมควรเพิกถอนการอนุญาติให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ต่อมาแม้ ดร.พอล ได้รับการประกันตัวโดยศาลอุทธรณ์ภาค 6 แต่นั่นหมายความว่า ดร.พอล ไม่มีสิทธิที่จะพำนักอาศัยและทำงานอย่างถูกกฎหมายภายในประเทศไทย จึงส่งผลให้ ดร.พอล ถูกคุมขังโดยเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และถูกส่งตัวไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพิษณุโลก
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า มาตรา 12 (8) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ได้วางหลักไว้ว่า “ห้ามมิให้คนต่างด้าวซึ่งมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้เข้ามาในราชอาณาจักร … (8) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเข้ามาเพื่อการค้าประเวณี การค้าหญิง หรือเด็ก การค้ายาเสพติดให้โทษ การลักลอบหนีภาษีศุลกากร หรือเพื่อประกอบกิจการอื่นที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน”
อย่างไรก็ตาม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ส่งจดหมาย ลงวันที่วันที่ 17 เม.ย. 2568 มายัง ดร.พอล โดยภายในจดหมายฉบับดังกล่าว ได้ระบุแจ้งขอแก้ไขหนังสือแจ้งการเพิกถอนวีซ่าลงวันที่ 9 เม.ย. 2568 เนื่องจากพบว่า “มีข้อผิดพลาดที่ผิดหลง” จากเดิมที่อ้างมาตรา 12 (8) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 โดยขอแก้ไขเป็น มาตรา 12 (7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 กล่าวคือ อ้างว่า ดร.พอล มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ
ต่อมา ในวันที่ 21 เม.ย. 2568 ทนายความของ ดร.พอล จึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำสั่งเพิกถอนวีซ่าดังกล่าว อย่างไรก็ดี พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มิได้มีระบุในเรื่องของระยะเวลาที่คณะกรรมดการตรวจคนเข้าเมืองจะต้องออกผลพิจารณาอุทธรณ์ ส่งผลให้การอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนวีซ่าของ ดร. พอล ยังคงอยู่ในขั้นตอนการรอผลพิจารณาจนถึงปัจจุบัน (วันที่ 25 ก.ค. 2568)
ข้อเรียกร้องต่อการดำเนินคดีต่อ ดร.พอล
ภายใต้การยื่นคำร้องเร่งด่วน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้มีข้อเรียกร้องต่อกลไกพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ ดังต่อไปนี้
- เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำรวจ และ/หรือ อัยการสูงสุด ยุติการดำเนินคดีต่อ ดร.พอล
- เรียกร้องให้คณะกรรมการตรวจคนเข้าเมืองในการกลับคำร้องเพิกถอนและอนุมัติวีซ่ากลับคืนแก่ ดร. พอล
- เรียกร้องให้ฝ่ายตุลาการของไทยรับรองสิทธิพื้นฐานในระบบยุติธรรมทางอาญา รวมถึงสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิด และสิทธิในการประกันตัว
- เรียกร้องให้รัฐไทยแก้ไขมาตรา 112 ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งสะท้อนตามข่าวเผยแพร่ของกลไกพิเศษแห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 ที่เรียกร้องให้ประเทศไทย “ยกเลิก” กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์
- เรียกร้องให้รัฐไทยเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพทางวิชาการในสังคมประชาธิปไตยตามที่รัฐธรรมนูญไทยรับรองและพันธกรณีระหว่างประเทศของประเทศ
แม้ว่าปัจจุบัน (วันที่ 25 ก.ค. 2568) อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีในทุกข้อกล่าวหาแก่ ดร.พอล แต่อย่างไรก็ดี กระบวนการอุทธรณ์คำร้องเพิกถอนวีซ่ายังคงดำเนินอยู่ต่อไป โดยยังไม่ทราบขอบข่ายระยะเวลาอย่างชัดเจน
