ยอดคนเจ็บม็อบเดือนสิงหา ไม่น้อยกว่า 115 ราย เป็นเด็กเยาวชน 32 ราย และไม่สามารถระบุผู้บาดเจ็บได้อีก 19 กรณี 

หลังปฏิบัติการสลายการชุมนุมของคนรุ่นใหม่ครั้งแรกใน #16ตุลาไปแยกปทุมวัน เมื่อปีที่แล้ว ด้วยน้ำแรงดันสูง และแก๊สน้ำตาผสมสารเคมี ผ่านมาหนึ่งปี ผู้ชุมนุมยังคงออกมาเรียกร้องถึงการบริหารล้มเหลวของรัฐบาลชุดนี้ ทั้งยังได้รับบาดเจ็บมากขึ้น และร้ายแรงขึ้นตั้งแต่กลางชุมนุมช่วงต้นปีนี้ กระทั่งถึงเดือนสิงหาคม มีตัวเลขประชาชนผู้บาดเจ็บได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งการเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมอิสระ ซึ่งภายหลังถูกเรียกว่า กลุ่ม “ทะลุแก๊ซ” ซึ่งรวมตัวที่สามเหลี่ยมดินแดงเกือบทุกคืนตลอดเดือนที่ผ่านมา   

การปฏิบัติการปราบปรามผู้ชุมนุมตลอดเดือนสิงหาคมปี 2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ถึง 29 ส.ค. 64 มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งสามารถระบุตัวผู้บาดเจ็บได้อย่างน้อย 115 ราย เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 31 ราย (อายุต่ำสุดคือ 13 ปี จำนวน 3 ราย) และผู้ใหญ่ 84 ราย

ในจำนวนนี้เป็นสื่อมวลชนจำนวน 8 ราย ชาวต่างชาติ 1 ราย เป็นผู้ถูกจับกุมและถูกดำเนินคดี 65 ราย และประชาชนที่ไม่ได้ร่วมชุมนุม และไม่ถูกดำเนินคดี แต่ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 ราย 

ส่วนสาเหตุของผู้ได้รับบาดเจ็บ เกิดจากถูกยิงด้วยกระสุนยางจำนวน 46 ราย ถูกยิงช่วงหัวมากถึง 18 ราย โดยพบกรณีเด็กอายุ 13 ปี มีแผลที่กลางหน้าผาก และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนยางอย่างน้อย 3 ราย อยู่ในอาการอัมพาต 1 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ตาบอดสนิทอีก 2 ราย โดยรายหนึ่งถูกกระสุนยางยิงเข้าที่บริเวณกระบอกตา และอีกรายจากกระบอกแก๊สน้ำตา 

รวมถึงยังพบกรณีที่เจ้าหน้าที่ยิงกระสุนยางเข้าเคหสถานของประชาชนอย่างน้อย 5 ครั้ง และไม่สามารถระบุจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บได้ 

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ประชาชนได้รับบาดเจ็บจากเจ้าหน้าที่เคลื่อนที่เร็วขับรถพุ่งชนได้รับบาดเจ็บ 8 ราย และระบุผู้บาดเจ็บไม่ได้ 7 ครั้ง

.

เด็กเยาวชนเจ็บกว่า 31 ราย อายุต่ำสุดเพียง 13 ปี และมี 1 ราย บาดเจ็บสาหัส หลังถูกยิงเข้าที่ก้านสมอง

ในส่วนของเด็กและเยาวชนที่ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยกว่า 32 ราย แยกเป็นเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จำนวน 10 ราย (ชาย 9 ราย และ LGBTQ+ 1 ราย) โดยอายุน้อยที่สุด 13 ปี จำนวน 3 ราย ส่วนเยาวชนอายุระหว่าง 15-18 ปี ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 22 ราย เป็นเยาวชนชาย 20 ราย และหญิง 2 ราย

เด็กและเยาวชนหลายรายได้ถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าจับกุม ทั้งการเตะหรือตีที่ร่างกาย การใช้เครื่องพันธนาการที่แน่นจนเกิดรอยแผลที่ข้อมือ บางรายขณะถูกจับกุม ไม่มีการแจ้งสิทธิ รวมไปถึงหลายรายได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยาง โดยมีอย่างน้อย 5 ราย ที่ถูกกระสุนยางยิงช่วงศีรษะ

.

+++ #ม็อบ10สิงหา เยาวชน 16 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ใช้ของแข็งทุบหัวขณะจับกุม อีกรายระบุ ได้รับบาดเจ็บ แต่ จนท.ไม่พาไปรักษาทันที +++

วันที่ 10 ส.ค. 64 เยาวชนอายุ 16 ปี รายหนึ่งที่ถูกจับกุมใน #ม็อบ10สิงหา ระบุว่า ตนได้รับบาดเจ็บจากการถูกของแข็งตีที่ศีรษะจนล้มลง ขณะถูกพาตัวขึ้นรถผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ยังได้ใช้ของแข็งทุบเข้าที่หลังและหัว ทำให้ได้รับความเจ็บปวดอย่างมาก 

ขณะที่อีกรายระบุ ถูกแก๊ซน้ำตาและถูกยิงกระสุนยางเข้าที่บริเวณต้นแขนขวาและใต้ข้อศอก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้พาตัวไปรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที

.

+++ #ม็อบ16สิงหา เยาวชน 15 ปี ถูกยิงเข้าก้านสมอง ยังอยู่ใน ICU +++

วันที่ 16 ส.ค. 64 สำนักข่าวหลายสำนักรายงานว่า เวลาประมาณ 20.45 น. พบชายไม่ทราบชื่อ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณ สน.ดินแดง ต่อมาโรงพยาบาลราชวิถีออกแถลงระบุเขาถูกนำส่งมารักษาด้วยอาการหมดสติ ไม่มีชีพจร ตรวจสอบพบบาดแผลจากระสุนที่ลำคอด้านซ้าย โดยกระสุนค้างอยู่ที่บริเวณก้านสมอง 1 นัด และพบกระดูกต้นคอซี่ที่ 1 และ 2 แตก

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 64 โรงพยาบาลราชวิถี รายงานความคืบหน้า ระบุ เยาวชนอายุ 15 ปี ยังคงใช้เครื่องช่วยหายใจ และมีอาการอัมพาตแขนขาทั้งสองข้าง โดยผู้ได้รับบาดเจ็บยังคงอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU)

ด้าน แม่ผู้ได้รับบาดเจ็บให้สัมภาษณ์กับ สำนักข่าว The Reporters ระบุ “มันไม่ควรที่จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้ มันไม่ควรที่จะเกิดเลยกับใครก็ตาม” 

.

+++ #ม็อบ20สิงหา LGBTQ+ อายุ 14 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังจับกุม กดคอและถอดกางเกง ส่วนเด็ก 13 ปี 2 ราย ถูกขู่ให้เหยียบระเบิดและบังคับให้รับสารภาพพกอาวุธ +++

วันที่ 20 ส.ค. 64 หลังผู้ถูกจับกุมระหว่างการชุมนุม #ม็อบ20สิงหา ถูกนำตัวมาที่ บช.ปส. และทนายความเข้าพบลูกความ พบว่ามีเยาวชนที่นิยามตัวตนว่าเป็นทอม อายุ 14 ปี มีบาดแผลถลอกที่ข้อศอกขวา โดยเยาวชนเผยว่าได้รับบาดเจ็บขณะถูกจับกุม จากการถูกเจ้าหน้าที่กดคอลงพื้น อีกทั้งยังถูกจับถอดกางเกงอีกด้วย 

อีกกรณีเป็นเด็กอายุ 13 ปี จำนวน 2 รายที่ถูกจับกุมเช่นกัน ทั้งสองระบุว่าเจ้าหน้าที่ คฝ. ใช้กำลังเข้าจับกุม ถูกกระชากคอเสื้อ และขู่ให้เหยียบระเบิดที่ทั้งสองติดตัวอยู่ ก่อนที่ทั้งสองจะถูกล็อคคอขึ้นกระบะไปยัง สน.พญาไท และถูกยึดโทรศัพท์ไม่ให้ติดต่อบุคคลภายนอก อีกทั้งเจ้าหน้าที่ ยังได้บังคับให้รับสารภาพว่า พกอาวุธ ซึ่งขณะจับกุมไม่มีการแจ้งสิทธิ และขณะทำบันทึกจับกุมไม่มีที่ปรึกษาทางกฎหมาย (ทนายความในคดีเยาวชน) เข้าร่วมกระบวนการด้วย

นอกจากกรณีข้างต้นแล้ว ในวันดังกล่าวยังมีผู้ถูกจับกุมที่มีอาการบาดเจ็บขณะถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมอย่างน้อย 5 ราย 

ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ให้ข้อมูลว่าถูกยิงด้วยกระสุนยางเข้าที่หลังและบริเวณรักแร้ มี 3 ราย ระบุว่า ถูกตีที่ศีรษะ ที่เหลือได้รับบาดเจ็บจากการถูกกดคอและหลังลงบนพื้น มีบางรายให้ข้อมูลว่า ถูกกระทืบที่หลังด้วย โดย 1 ราย ซึ่งถูก เจ้าหน้าที่คฝ.ตีที่ศีรษะ ถูกส่งตัวไปทำแผลที่โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนถูกนำตัวไปที่ บช.ปส. เพื่อจัดทำบันทึกจับกุมในเวลาต่อมา

.

ผู้ใหญ่เจ็บ 84 ราย ตาบอด 2 ราย หลายรายบาดเจ็บทั้งที่ไม่ได้ร่วมชุมนุม

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บที่เป็นผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป มีจำนวนอย่างน้อย 84 ราย แยกเป็นชาย 72 ราย และหญิง 12 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสูญเสียดวงตาถึง 2 ราย อีก 1 ราย หวิดตาบอดจากกระสุนยาง 

นอกจากนี้ ยังพบว่าประชาชนที่ไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมอย่างน้อย 10 ราย ได้รับเจ็บจากการปฎิบัติการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่อีกด้วย โดยมี 2 ราย ถูกยิงเข้าที่ศีรษะขณะอยู่ด้านนอกบ้าน อีกรายถูกทำร้ายด้วยกระบองตำรวจขณะเดินทางกลับบ้าน ขณะเดียวกันยังพบว่ามีประชาชนอย่างน้อย 2 ราย ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางที่เจ้าหน้าที่ยิงเข้าเคหสถานยามวิกาล

.

+++ ไม่ร่วมชุมนุมแต่เจ็บอย่างน้อย 10 ราย +++

ตลอดเดือนสิงหาพบว่า มีประชาชนที่ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมอย่างน้อย 10 รายได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการเข้าสลายการชุมนุม บางรายถูกกระสุนยางเข้าที่ศีรษะ ขณะออกไปซื้อของด้านนอก บางรายเป็นพ่อค้าที่อยู่บริเวณชุมนุม หลังแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะเข้ามาเก็บร้าน กลับถูกยิงกระสุนยางเข้าที่กลางหลัง หรือบางรายเป็นจักรยานยนต์รับจ้าง หลังส่งผู้โดยสารที่ปลายทาง ใกล้ที่ชุมนุมกลับถูกเจ้าหน้าที่รุมเข้าทำร้าย

.

+++ #ม็อบ11สิงหา ไล่ทุบประชาชนขณะกลับบ้าน พร้อมขู่หากไปรพ.จะนำจับ+++

วันที่ 11 ส.ค. 64 เวลา 21.00 น. สำนักข่าวเนชั่นไลฟ์สดพบ ชายสูงวัยถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนทำร้ายขณะกลับบ้านหลังเยี่ยมลูกชายที่ย่านดินแดง ชายคนดังกล่าวระบุว่า หลังเห็นเหตุการณ์สลายการชุมนุมสงบ ตนได้ใช้เส้นทางดินแดงกลับบ้านย่านบางปะอิน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธตี จนได้รับบาดเจ็บ 

อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังบอกกับตนว่า หากไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลจะถูกจับ ซึ่งขณะเจ้าหน้าเคลื่อนที่เร็วได้ยิงกระสุนยาง  และจับกุมประชาชนอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ชุดนี้ยังได้พยายามแย่งโทรศัพท์มือถือเพื่อไม่ให้เก็บภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ด้วย

คลิปขณะปฐมพยาบาลกลางถนน

+++ #ม็อบ13สิงหา และ #ม็อบ15สิงหา ระดมยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ตาบอด 2 ราย อีกรายถูกยิงหัว นอนหายใจข้างถนน+++

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 64 สำนักข่าวหลายสำนักรายงานว่า ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ “ลูกนัท” ได้รับบาดเจ็บบริเวณใกล้ดวงตา ระหว่างการปราศรัยบนรถเครื่องขยายเสียง บนถนนวิภาวดี หลังเข้ารับการรักษาแพทย์ระบุว่า ดวงตาขวาได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ส่งผลให้ดวงตาขวาบอดลง หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ปัจจุบันลูกนัทกลับมาขึ้นปราศรัยในการชุมนุมต่างๆ อยู่หลายครั้ง

ในวันเดียวกันนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจนสูญเสียการมองเห็นทั้ง 2 ข้าง อีกหนึ่งราย สำนักข่าว UDD NEWS รายงานกรณีของ ฐนกร ผ่านพินิจ หรือ “หนึ่ง” หนุ่มวัย 46 ปี เสาหลักของครอบครัวได้เปลี่ยนแปลงไป หลังขับรถผ่านมาสังเกตการณ์การชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ถูกเจ้าหน้าที่ระดมยิงกระสุนยางเข้าใส่จนทะลุหมวกกันน็อคถูกดวงตาทั้งสองข้าง หลังเข้ารับการผ่าตัด เจ้าตัวระบุว่า ตาขวาแตก และเลนส์ตาซ้ายเคลื่อน ส่งผลให้ปัจจุบันดวงตาทั้งสองบอดลง

นอกจากสองรายดังกล่าว เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 64 ยังมีชายไม่ทรายชื่ออีกรายที่ถูกกระสุนยิงเข้าที่ศีรษะ โดยสื่อรายงานว่า เวลา 21.00 น. ใกล้จุดที่เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตา แยกดินแดง พบชายไม่ทราบชื่อ นอนหมดสติ จมกองเลือด ทั้งยังระบุอีกว่าขณะนั้นนักข่าวได้เรียกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย ที่ขับรถผ่านเข้าช่วยเหลือ ปรากฎว่าตำรวจไม่ได้เข้าช่วยเหลือแต่อย่างใด 

หลังจากนั้น หลานชายผู้ประสบเหตุได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทยรัฐ ระบุว่า ลุงของตนมักใช้เส้นทางที่เกิดเหตุกลับบ้านเป็นประจำ คาดว่าคืนดังกล่าว ลุงอาจไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่กำลังเข้ากระชับพื้นที่ทำให้ถูกกระสุนยางยิงที่หัวจนได้รับบาดเจ็บ หลังรักษาพบมีอาการเลือดหุ้มที่สมอง ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ

ด้านหลานชายระบุอีกว่า พื้นที่บริเวณนั้นไม่มีเหตุให้ใช้ความรุนแรง เนื่องจากเป็นพื้นที่ชุมชนที่มีผู้พักอาศัยอยู่ อีกทั้งเวลาเกิดเหตุใกล้กับเวลาเคอร์ฟิว มีผู้ชุมนุมไม่มาก แต่เจ้าหน้าที่กลับใช้กระสุนยางสาดเข้าไปในบ้านเรือนของประชาชน

.

+++ เคลื่อนที่เร็วไล่ชนแล้วจับ เจ็บอย่างน้อย 8 ราย ระบุผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ได้อีก 7 กรณี +++

ในเหตุการณ์บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ยังได้ใช้ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว โดยขึ้นรถกระบะ หรือจักรยานยนต์ขับขี่ไล่ตามผู้ชุมนุม โดยขับรถชนแล้วไล่จับในหลายครั้ง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 8 ราย และไม่สามารถระบุผู้บาดเจ็บได้อีกถึง 7 กรณี

สำหรับ ปฏิบัติการในลักษณะดังกล่าว พบภาพ และคลิปวิดีโอบนโลกออนไลน์ครั้งแรกใน #ม็อบ11สิงหาไล่ลาทรราช ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งจัดโดยกลุ่มทะลุฟ้า 

ในวันดังกล่าว ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเผยแพร่คลิปจากกล้องหน้ารถ ภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่เคลื่อนตัว ผลักผู้ขับขี่รถจักยานยนต์บนท้องถนนแล้วเข้าจับกุม ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่สามารถระบุจำนวนผู้รับบาดเจ็บได้ 

Cr. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kantaphat Peerakijteeraphuwadol

นอกจากเหตุการณ์ดังกล่าว ยังมีอีก 6 กรณีที่คล้ายคลึง โดยเจ้าหน้าที่ คฝ. ขับรถพุ่งชนจนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ล้ม ก่อนเข้าจับกุม โดยหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บที่สามารถระบุได้ เป็นเยาวชน 16 ปี รายหนึ่งที่ถูกจับในม็อบ #16สิงหา ระบุว่าขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ถูกเจ้าหน้าที่ขับรถกระบะมาชนทำให้ล้มลง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่เข้ามารุมเตะที่หน้าอก ถูกไม้กระบองตีหลังมือ โดยเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้มาชุมนุม

ทั้งนี้ พบว่ามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ล้ม แล้วถูกเจ้าหน้าที่รุมเข้ามาทำร้ายอย่างน้อย 2 ราย รายหนึ่ง  ระบุว่า ในช่วงค่ำของวันที่ 7 ส.ค. 64  เวลาประมาณ 20.00 น. หลังการชุมนุมยุติ ได้ขับรถอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขณะนั้นขับรถเสียหลักล้ม จากนั้นเจ้าหน้าที่ คฝ. ที่อยู่ใกล้ได้เข้ามารุมทำร้ายเขาและเพื่อน โดยถูกรุมเตะที่ศีรษะหลายครั้ง

อีกรายเป็นเยาวชน 16 ปี ระบุว่ารถเสียหลักหลังรถจักรยานยนต์คันด้านหน้าล้ม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ประมาณ 2-3 นาย ได้เข้าประชิดตัวเตะและตีที่ช่วงท้อง นอกจากนี้ยังพบว่ามีรอยกระสุนยางที่ 1 จุดที่บริเวณข้อศอกซ้าย

ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ประชาชนหลายรายได้รับบาดเจ็บทางกาย และทางจิตใจที่ไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ ต่อเนื่องมาถึงสถานการณ์ในเดือนกันยายน ยังคงมีข่าวผู้ได้รับบาดเจ็บที่สืบเนื่องมาจากมาตรการการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่เกือบทุกวัน

ล่าสุดพบกรณี เด็กวัย 3 เดือน ได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตาที่เจ้าหน้าที่ใช้บริเวณบ้านพักอาศัย ถือเป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับผลกระทบ รวมไปถึงกรณีร้ายแรงสุดจนเสียชีวิต เมื่อสำนักข่าวรายงานว่าพบชายวัย 50 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ พุ่งชนตู้คอนเทนเนอร์ ที่เจ้าหน้าที่ทิ้งไว้หลังจากใช้ปิดกั้นพื้นที่การชุมนุม ใกล้รัฐสภาจนเสียชีวิตในช่วงกลางดึก

เห็นได้ชัดว่า ปฏิบัติการของควบคุมฝูงชนที่ระบุว่า เพื่อรักษาความสงบและจับกุมผู้กระทำผิดนั้น เป็นไปโดยรุนแรงเกินกว่าเหตุ เกินความจำเป็น และไม่จำกัดเป้าหมาย ภายใต้การยืนยันว่าปฎิบัติการดังกล่าวเป็นไปเพื่อรักษาความสงบ และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงแถลงว่าปฏิบัติการทุกอย่างเป็นไปตาม “หลักสากล”

ภาพขณะปฐมพยาบาล พล.ต.ต.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผบก.ประจำ บช.น. หลังได้รับบาดเจ็บระหว่างควบคุมม็อบ CR.เดลินิวส์

.

X