ชุมนุม-สาดสีหน้า สตช. กดดันปล่อย #คณะราษฎรอีสาน ถูกตั้งข้อหา พ.ร.บ.ชุมนุมฯ-ทำให้เสียทรัพย์

วานนี้ (22 ธ.ค. 2563) เวลา 10.00 น. ที่ สน. ปทุมวัน “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ แกนนำกลุ่ม “ขอนแก่นพอกันที” และทิพอัปสร แก้วมณี นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง กลุ่ม “ลูกพ่อขุนโค่นล้มเผด็จการ” เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก จากการชุมนุมและสาดสีหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัว #คณะราษฎรอีสาน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยใช้กำลังเข้าจับกุมจากบริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปควบคุมตัวที่ บก.ตชด.ภาค 1 จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2563   

ร.ต.ท. สิทธิกร วิจิตรโสภา รองสารวัตร (สอบสวน) สน. ปทุมวัน พนักงานสอบสวนบรรยายพฤติการณ์การกระทำความผิดว่า เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2563 เวลาประมาณ 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมรวมทั้งผู้ต้องหานัดรวมตัวกันที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน โดยมีผู้ต้องหาเป็นผู้จัดการชุมนุม มีการปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียง 

ต่อมา ผู้ชุมนุมได้เคลื่อนตัวไปยังบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าพนักงาน  การชุมนุมนี้มีการปิดกั้นเส้นทางจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้มั่วสุม, ใช้รถยนต์กระบะติดตั้งเครื่องขยายเสียงโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำการพ่นสีใส่ป้ายที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นผู้ต้องหาและพวกได้ทำการสาดสี และขว้างปาสิ่งของเข้าไปด้านในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝั่งหน้าประตูทางเข้า ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่ จนเป็นเหตุให้เครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 3 นาย ได้รับความเสียหายจากการถูกสีน้ำ ความเสียหายประมาณ 7,500 บาท

 

                                                ภาพหน้า สตช. โดย iLAW 

 

แจ้งข้อหา “ครูใหญ่”  โทษหนักจำคุกไม่เกิน 5 ปี เป็นหัวหน้าในการมั่วสุม

ร.ต.ท. สิทธิกร แจ้งข้อกล่าวหาทิพอัปสร รวม 7 ข้อหา ดังนี้

  1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง มีอัตราโทษจำคุกไม่ 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  3. พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะฯ ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  4. พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะฯ ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะตลอดจนผู้ชุมนุมไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะฯ  มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  5. ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 385 ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวาง หรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท 
  6. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 19 ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  7. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 12 ร่วมกันขูด กระเทาะ ขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏด้วยประการใดๆ ซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใดๆ บนถนน โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ทั้งนี้ ในการแจ้งข้อกล่าวหาอรรถพล นอกจาก 7 ข้อหาข้างต้น ซึ่งในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 แตกต่างจากทิพอัปสร โดยระบุว่า อรรถพล “ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้สั่งการ” ตามมาตรา 215 วรรคสาม มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับพนักงานสอบสวนยังได้แจ้งข้อกล่าวหาที่ 8 คือ พ.ร.บ. ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ มาตรา 4 “ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงไม่ได้รับอนุญาต” มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 200 บาท

ภายหลังอรรถพลและทิพอัปสรรับทราบข้อกล่าวหาและข้อเท็จจริง รวมไปถึงสิทธิของผู้ต้องหา ทั้งคู่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือภายใน 30 วัน และ 20 วันตามลำดับ 

                     

 

เพนกวิน-อั๋ว โดนหมายเรียกด้วย แต่ขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาเหตุติดธุระอื่น

ในคดีนี้พนักงานสอบสวน สน. ปทุมวัน ยังมีหมายเรียกให้ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “อั๋ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวานนี้ด้วย แต่ทั้งคู่ติดภารกิจอื่นไม่สามารถเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ โดยพริษฐ์แจ้งว่าต้องเดินทางไป สน. พหลโยธินตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดี มาตรา 112 จากเหตุร่วมชุมนุมหน้า SCB สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2563 จึงขอเลื่อนนัดรับทราบข้อกล่าวหาเป็นวันที่ 11 ม.ค. 2564 เวลา 10.00 น. ส่วนจุฑาทิพย์แจ้งว่าเดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัดในช่วงนี้จึงขอเลื่อนนัดเป็นวันอื่นที่ยังไม่กำหนดแทน โดยทั้งคู่ยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือหลีกเลี่ยงไม่มาตามหมายเรียกโดยไม่มีเหตุสมควรแต่อย่างใด 

 

                                      ภาพการจับกุม #คณะราษฎรอีสาน

 

เรียกร้องให้ปล่อยเพื่อน #คณะราษฎรอีสาน 21 ราย ควบคุมตัวโดยไม่ชอบ ตำรวจตามเก็บเป็นคดี 

เหตุของคดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม เวลาประมาณ 15.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าล้อมพื้นที่ชุมนุม บริเวณทางเท้าหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และพยายามจะเข้า “ขอคืนพื้นที่” เพื่อให้ขบวนเสด็จในช่วงเย็นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก่อนเริ่มทยอยมีการควบคุมตัวผู้ชุมนุม “คณะราษฎรอีสาน” ไปทีละคน รวมถึงนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ (แอมมี่ นักร้องวง the Bottom Blues) และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน”  โดยมีทั้งการอุ้มและลากตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังของตำรวจ รวม 21 ราย เดินทางไปยัง บก.ตชด.ภาค 1 บริเวณคลองห้า จังหวัดปทุมธานี 

จนเวลาประมาณ 17.40 น. กลุ่มนักกิจกรรมที่ยังเหลืออยู่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้เดินทางไปสมทบกับการนัดรวมตัวกันที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวไปแล้ว  คาดว่ามีผู้ชุมนุมกว่า 500 คน มีการปราศรัย ตะโกน “ปล่อยเพื่อนเรา” “ขี้ข้าเผด็จการ”  และ “หยุดคุกคามประชาชน” ในขณะที่มีบางคนพูดเรื่องรัฐสวัสดิการและเชิญชวนผู้สัญจรผ่านไปมาให้ช่วยกันเพื่ออนาคตที่ดีกว่า โดยมีบางคนทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์สาดสีใส่ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อทวงความเป็นธรรม ซึ่งมีตำรวจยืนเป็นแนวอยู่บริเวณดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. จึงประกาศยุติการชุมนุม 

 

เพนกวินยังมีนัดหมายคดีอื่นวานนี้ เหตุใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธทั้งสิ้น

วานนี้ พริษฐ์ยังมีนัดฟังคำสั่งอัยการ ในคดีฝ่าฝืนข้อกำหนดเรื่องการชุมนุม ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการทำกิจกรรม #Saveวันเฉลิม ทวงความเป็นธรรมให้วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูกบังคับสูญหาย บริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2563 และจากการทำกิจกรรมอ่านประกาศคณะราษฎร บริเวณสกายวอล์คมาบุญครอง เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2563 อีกด้วย ซึ่งอัยการเลื่อนฟังคำสั่งไปเป็นวันที่ 2 ก.พ. 2564  

เช่นเดียวกันในคดีหมิ่นประมาท กกต. ซึ่งอัยการนัดฟังคำสั่งวานนี้ แต่ยังไม่มีคำสั่งฟ้อง จึงเลื่อนนัดฟังคำสั่งไปเป็นวันที่ 22 ม.ค. และ 25 ก.พ. 2564  

 

อ่านเพิ่มเติม: 

คุมตัว #คณะราษฎรภาคอีสาน 21 ราย พาตัวไป ตชด.ภาค 1 ก่อนส่งศาลฝากขัง ไม่ให้ประกัน 

สถิติผู้ถูกจับกุม-ดำเนินคดี ตั้งแต่การชุมนุม #คณะราษฎร 13 ต.ค.

แจ้งข้อกล่าวหา “แอมมี่” ในเรือนจำ ปมสาดสี: ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับเป็นอันตราย-พ.ร.บ.ความสะอาดฯ 

พงส. แจ้งพฤติการณ์เพิ่ม “แอมมี่” สาดสี ยกฎีกาอ้าง ผลักอก ตร. 1 นาย ถือว่าทำร้ายร่างกาย 10 นาย