ศาลอาญาไม่ให้ประกัน “ไผ่ – ครูใหญ่” คดีชุมนุม #19กันยา ทั้งสองยังคงต้องติดกำไล EM อยู่ในเรือนจำต่อ

วันที่ 5 ส.ค. 2569 ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ ในระหว่างพิจารณาคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร หลังจากทนายความยื่นขอประกันตัวในช่วงเช้า โดยระบุว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2569 ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องขอประกันตัวทั้งสองคน หลังจากทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งประกันของวันที่ 23 ก.ค. 2569  แม้ยืนยันว่าจำเลยทั้งสองคนมีพฤติการณ์ข้อเท็จจริงเป็นเหตุเพียงพอที่จะให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่ง 

ทั้งการที่จำเลยทั้งสองได้ประกันตัวในคดีชุมนุมที่อำเภอภูเขียว ที่ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวโดยให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเห็นว่าจำเลยทั้งสองหาได้มีพฤติการณ์หลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน 

อีกทั้ง เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็ส่งตัวจำเลยทั้งสองไปได้ติดอุปกรณ์ดังกล่าวที่ศาลจังหวัดภูเขียวแล้ว ในคดีนี้ จำเลยทั้งสองได้ยื่นขอถอนหลักประกันตัวเอง และไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวแต่อย่างใด

.

ในวันนี้ (5 ส.ค.2569) ซึ่งมีนัดสืบพยานในคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร อีกครั้ง ทนายความได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาลอาญาอีกครั้ง และนับว่าเป็นการยื่นประกันในคดีนี้ครั้งที่ 9 ของไผ่ และครั้งที่ 7 ครูใหญ่ ทั้งคู่เสนอหลักประกันจำนวน 200,000 บาท โดยคำร้องขอประกันตัวฉบับนี้ ได้ระบุข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้ถอนสัญญาประกันหรือหลักประกันของตน ทั้งในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ไม่ปรากฏพฤติการณ์ใดที่เป็นหลักฐานว่าจำเลยจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และไม่ได้ฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกันตัวแต่อย่างใด จึงขอให้ศาลอุทธรณ์กลับคำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น โดยอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้งสองคน

และมีสาระสำคัญระบุตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ในข้อที่ 9/3 ระบุว่า “กรณีที่มีการถอนสัญญาประกันหรือถอนหลักประกัน หรือผู้ต้องหาหรือจำเลยขอยกเลิกการปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ปรากฏพฤติการณ์ที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุภยันตรายประการอื่น ศาลมีอำนาจปล่อยชั่วคราวต่อไปได้ โดยนำพฤติการณ์ของผู้ต้องหาหรือจำเลยในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวมาประกอบการพิจารณากำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสมแทนการทำสัญญาประกันหรือวางหลักประกันก็ได้”  

อย่างไรก็ตาม เวลา 16.49 น. ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องระบุว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรณีนี้ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ที่ศาลนี้และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 7 และ 8 หลายครั้ง โดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว ยกคำร้อง”

.

สำหรับกรณีจตุภัทร์และอรรถพล ทั้งคู่ต้องติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) พร้อมกับถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ สืบเนื่องจากที่ศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกาในคดีปราศรัยที่อำเภอภูเขียว เมื่อวันที่ 11 มี.ค.​ 2569 แต่คดีอื่นศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ซึ่งเป็นคดีที่ทั้งคู่เป็นฝ่ายถอนประกันเอง และส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างสืบพยานในศาลชั้นต้น โดยเฉพาะจตุภัทร์ที่เหลือเพียงคดีชุมนุม 19 กันยาฯ เพียงคดีเดียวเท่านั้น

ขณะเดียวกัน น่าสังเกตว่าคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร นี้ อรรถพลถูกฟ้องในข้อหาหลักตามมาตรา 116 ไม่ได้ถูกกล่าวหาในข้อหามาตรา 112 แต่อย่างใด และ “แอมป์” ณวรรษ ที่ถูกกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน ศาลอาญาได้อนุญาตให้ประกันตัวในคดีนี้ แต่ทั้งสองคนยังไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวในคดีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ของศาลอาญากรุงเทพใต้เช่นเดียวกัน

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

กำไล EM กับกุญแจเท้า: ความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นเมื่อการได้ประกันตัวกับการคุมขังเกิดขึ้นพร้อมกัน 

X