เมื่อวานนี้ (23 ก.ค. 2569) ทนายความยื่นประกันตัวพร้อมขอให้ศาลมีการไต่สวนและแต่งตั้งผู้กำกับดูแล “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ ในระหว่างพิจารณาคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งถูกสั่งฟ้องในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลฎหมายอาญา มาตรา 112 และ “ยุยงปลุกปั่นฯ” ตามมาตรา 116
ในวันเดียวกัน ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุว่า “ไม่มีเหตุสมควรเพียงพอที่จะไต่สวน และไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม”
.
สำหรับกรณีจตุภัทร์และอรรถพล ปัจจุบันทั้งสองคนต้องติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) พร้อมกับถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ สืบเนื่องจากที่ศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกาในคดีมาตรา 112 และมาตรา 116 จากเหตุปราศรัยที่อำเภอภูเขียว เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 แต่คดีอื่นศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ซึ่งเป็นคดีที่ทั้งคู่เป็นฝ่ายถอนประกันเอง และส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างสืบพยานในศาลชั้นต้น โดยเฉพาะจตุภัทร์ที่เหลือเพียงคดีชุมนุม 19 กันยาฯ เพียงคดีเดียวเท่านั้น
การยื่นประกันตัวครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2569 นับว่าเป็นครั้งที่ 8 (จตุภัทร์) และครั้งที่ 6 (อรรถพล) พร้อมเสนอหลักประกันจำนวน 200,000 บาท พร้อมขอให้ศาลไต่สวนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.), อาจารย์ประจำวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิมนุษยชน ด้านเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ที่จำเลยขอให้เป็นกำกับดูแล
คำร้องขอประกันตัวมีใจความสำคัญระบุว่า เดิมจำเลยทั้งสองได้รับการประกันตัวในระหว่างพิจารณาคดีนี้ ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมีพฤติการณ์หลบหนี ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ก่อเหตุอันตรายประการอื่น หรือกระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกันตัวของศาลแต่อย่างใด แต่การที่ต้องคุมขังในคดีนี้ สืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสอง “ยื่นคำร้องขอถอนหลักประกันตัว” โดยสมัครใจ และขอส่งตัวเข้าสู่อำนาจการควบคุมของศาล ระหว่างรอฟังคำสั่งของศาลฎีกา ในคดีมาตรา 112 ของศาลจังหวัดภูเขียว ไม่ได้เกิดจากพฤติการณ์หลบหนีหรือการฝ่าฝืนคำสั่งศาลแต่อย่างใด
จำเลยทั้งสองมีข้อเท็จจริงใหม่อันเป็นสาระสำคัญเพียงพอที่ศาลจะใช้ประกอบดุลพินิจในการเปลี่ยนแปลงคำสั่งและอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งสอง คือ ปัจจุบันจำเลยติดกำไล EM ตามคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวของศาลฎีกาในคดี ม.112 ที่จำเลยทั้งสองถูกฟ้องว่ากระทำความผิดในลักษณะเดียวกับคดีนี้ อันเป็นหลักประกันที่น่าเชื่อถือได้ว่าหากจำเลยได้รับการประกันตัวแล้วจะไม่หลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพิจารณาคดี และศาลจังหวัดภูเขียวได้ออกหมายปล่อยจำเลยทั้งสองแล้ว
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2569 ศาลได้มีคำสั่งให้ประกันตัว “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หนึ่งในจำเลยคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เพื่อพิจารณาแล้วย่อมเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสอง (จตุภัทร์และอรรถพล) มีพฤติการณ์เดียวกันกับณวรรษในสาระสำคัญ การที่จำเลยทั้งสองต้องถูกคุมขังในระหว่างพิจารณาต่อไป ในขณะที่จำเลยรายอื่นในคดีเดียวกันซึ่งมีพฤติการณ์อย่างเดียวกันกลับได้รับอนุญาตให้ประกันตัว ย่อมเป็นการเลือกปฏิบัติที่กระทบต่อสิทธิในการต่อสู้คดีของจำเลย และกระทบต่อสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานและปฏิบัติเสมือนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิด
จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้ง อาจารย์ประจำวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิมนุษยชน ด้านเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้กำกับดูแลจำเลยทั้งสอง เพื่อทำหน้าที่สอดส่อง ดูแล และรับรองให้จำเลยปฏิบัติตามคำสั่งและเงื่อนไขการประกันตัว ตลอดจนมาศาลตามกำหนดนัด
นอกจากนั้น จำเลยทั้งสองยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขประกันตัวทุกประการ เช่น ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามกระทำการใดอันเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดี เพื่อเป็นหลักประกันต่อศาลว่าจำเลยทั้งสองจะมาศาลตามกำหนดนัดและจะไม่หลบหนีแต่อย่างใด
เนื่องจากที่ผ่านมาศาลมีคำสั่งยกคำร้องประกันตัว จำเลยยังไม่มีโอกาสนำพยานหลักฐานเข้าไต่สวนหรือชี้แจงข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในการพิจารณาคำร้องประกันตัว ดังนั้น จึงขอศาลมีคำสั่งให้ไต่สวนพยานของจำเลยทั้งสองด้วย ได้แก่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้กำกับดูแล
.
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันศาลมีคำสั่งยกคำร้องประกันตัวทั้งสองคน โดยระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์ตามคำร้องแล้ว เห็นว่ากรณีตามคำร้องยังไม่มีเหตุสมควรเพียงพอที่จะไต่สวน อีกทั้งศาลนี้และศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณียังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง แจ้งคำสั่ง” ผู้พิพากษาที่ลงนามทำคำสั่งคือ วชิระ ทนินซ้อน
ผลของคำสั่งดังกล่าว จึงทำให้ทั้งไผ่และครูใหญ่ยังคงถูกคุมขังในเรือนจำ พร้อมกับกำไล EM ต่อไป
.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
กำไล EM กับกุญแจเท้า: ความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นเมื่อการได้ประกันตัวกับการคุมขังเกิดขึ้นพร้อมกัน
ข่าวยื่นประกันตัว ไผ่-ครูใหญ่ คดีชุมนุม 19 กันยาฯ
- ยื่นประกันตัวครั้งที่ 1 (13 มี.ค. 2569) และยื่นอุทธรณ์คำสั่ง (16 มี.ค. 2569)
- ยื่นประกันตัวครั้งที่ 2 (28 มี.ค. 2569)
ยกคำร้อง! อานนท์ – ‘ไผ่’ จตุภัทร์ – ‘ฟ้า’ พรหมศร ศาลไม่ให้ประกันตัวคดี ม.112
- ยื่นประกันตัวครั้งที่ 4 เฉพาะไผ่ (10 เม.ย. 2569)
- ยื่นอุทธรณ์คำสั่งฯ เฉพาะจตุภัทร์ (23 เม.ย. 2569)
- ยื่นประกันตัวไผ่ครั้งที่ 6 และครูใหญ่ครั้งที่ 4 (15 มิ.ย. 2569)
- ยื่นประกันตัวไผ่ครั้งที่ 7 และครูใหญ่ครั้งที่ 5 (17 ก.ค. 2569)
