“นักกิจกรรมสุราษฎร์” ถูกตำรวจติดต่อจะมาพบ-เรียกให้ไปรายงานตัวที่สถานี อ้างมารับตำแหน่งใหม่

วันที่ 26 มิ.ย. 2569 เจษฎา ขอประเสริฐ ประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ออกมาทำกิจกรรมทางการเมือง และเคยถูกดำเนินคดีจากการร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบ “ราษฎรสุราษฎร ขับไล่ตู่” เปิดเผยข้อมูลว่าวานนี้ (25 มิ.ย. 2569) ได้มีบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนของ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ติดต่อมาทางโทรศัพท์ จะขอมาพบที่บ้าน หรือให้เขาไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจ โดยอ้างว่าเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ในพื้นที่ จึงต้องการพูดคุยด้วย แต่เขาปฏิเสธที่จะไป

เจษฎาระบุว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับกลุ่ม “ฅนสุราษฎร์จะไม่ทน” ในช่วงปี 2563-65 และเคยถูกดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่คดีได้สิ้นสุดไปแล้ว และศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยในช่วงที่มีการชุมนุม เขาเคยถูกเจ้าหน้าที่มาติดตามคุกคามถึงบ้าน หรือคอยติดตามในการทำกิจกรรม แต่ลักษณะการมาถึงบ้านก็ลดน้อยไปแล้วในช่วงหลัง ที่ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง

แต่ครั้งนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เขาไม่เคยพบหรือรู้จักมาก่อนติดต่อมาหา โดยอ้างว่าเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งใหม่ จึงอยากพบเพื่อพูดคุยด้วย โดยในตอนแรกจะขอมาหาที่บ้าน แต่เขาปฏิเสธ ต่อมาก็ระบุว่าจะให้ไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่สะดวกไป โดยตำรวจไม่ได้มีหนังสือ หมายเรียก หรือเอกสารใดในการมาเรียกตัวเขาไปด้วย และไม่ทราบชัดเจนว่าต้องการจะพูดคุยในเรื่องอะไร

เขาระบุว่าการมาเรียกตัวไปแบบนี้ โดยไม่มีหมายใด ๆ ตำรวจไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย ไปแล้วไม่ทราบว่าจะมีการดำเนินการอะไรหรือไม่ และงงว่าจะพูดคุยไปทำไม ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ไปทำอะไรผิดแต่อย่างใด เพียงแต่ช่วงก่อนหน้านี้เขาได้ออกมาร่วมรณรงค์ในช่วงประชามติให้มีการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นอกจากนั้นเจษฎาระบุว่า มีเพื่อนที่เคยถูกดำเนินคดีด้วยกันอีกรายหนึ่ง ก็ทราบว่ามีตำรวจไปพบที่บ้านด้วย โดยลักษณะเหมือนไปตรวจเช็คว่ายังอยู่ที่เดิมหรือไม่ หรือยังเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่หรือไม่ ทำให้สันนิษฐานว่า ทางตำรวจน่าจะมีการไปติดตามพูดคุยกับหลายคนที่เคยออกมาทำกิจกรรมทางการเมืองในจังหวัดในช่วงนี้ แต่ยังไม่ทราบว่าจะมีในจังหวัดอื่น ๆ หรือไม่ และไม่มีข่าวว่าจะมีบุคคลสำคัญมาในพื้นที่ด้วย

.

ทั้งนี้ จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน แม้สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองจะลดน้อยไป แต่การติดตามนักกิจกรรมหรือประชาชนที่เคยออกมาเคลื่อนไหวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ยังมีรายงานอยู่เป็นระยะ เช่น ในช่วงปี 2568 พบกรณีการคุกคามนักกิจกรรมหรือประชาชน ไม่น้อยกว่า 83 กรณี โดยการติดตามไปตรวจเช็คความเคลื่อนไหวในขณะมีบุคคลสำคัญลงพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ขณะที่ก็พบกรณีที่ไม่ได้มีใครลงพื้นที่ แต่ผู้เคยถูกดำเนินคดีจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือญาติของผู้ถูกคุมขังได้ถูกเจ้าหน้าที่เข้าติดตามด้วย

ในปี 2569 แม้จะมีรายงานสถานการณ์การติดตามคุกคามลดลง แต่ก็ยังมีกรณีผู้เคยถูกดำเนินคดีทางการเมือง หรือญาติของผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ถูกตำรวจติดตามไปพบที่บ้านอยู่ด้วยเป็นระยะ อาทิ กรณีภรรยาของ “วิจิตร” ผู้ต้องขังในคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่มีตำรวจไปพบที่บ้านและถ่ายภาพบ้านเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

.

ย้อนอ่านบทสัมภาษณ์เรื่องราวในการออกมาเคลื่อนไหวของเจษฎา

“เราภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นตัวกลางสื่อสารข้อเรียกร้องของประชาชน”: คุยกับจำเลยคดีคาร์ม็อบสุราษฎร์ธานี ก่อนศาลพิพากษา

.

X