นอกเครื่องแบบติดตามประชาชนในสกลนคร 4 ราย อ้างเป็น “บุคคลเฝ้าระวัง” ถือวิสาสะเข้าบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต

นักกิจกรรม-ประชาชน ในจังหวัดสกลนคร อย่างน้อย 4 ราย ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเดินทางไปหาที่บ้าน ระบุว่าเป็น “บุคคลเฝ้าระวัง” คาดว่าสืบเนื่องมาจากสมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จสกลนครในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้

10 พฤษภาคม 2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งข้อมูลว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเดินทางยังไปบ้านของภูเบศวร์ เห็นหลอด หรือ เอ็ม นักกิจกรรมในอำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร โดยเอ็มเล่าว่าในช่วง 10.00 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ 2 นาย เดินทางไปที่บ้าน โดยขณะนั้นเอ็มไม่อยู่บ้าน ตำรวจจึงเข้าไปถามแม่ว่า เอ็มอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ แม่ตอบไปว่า เอ็มไม่อยู่เพราะไปทำงาน ตำรวจจึงถ่ายรูปรอบบริเวณรอบ ๆ บ้าน ใช้เวลาราว 10 นาทีก่อนเดินทางกลับ โดยไม่ได้แนะนำตัวหรือแจ้งสังกัด

เอ็มเป็นหนึ่งในผู้จัดกิจกรรม “ยืนหยุดขัง” ในตัวเมืองสกลนคร เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 และคดีทางการเมืองอื่นๆ ซึ่งจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์มาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว เอ็มเปิดเผยว่า ส่วนตัวเขาแล้วไม่รู้สึกกังวลอะไร เพราะก่อนหน้านี้เคยมีเจ้าหน้าที่เดินทางมาหาที่บ้านหลายครั้งแล้ว เอ็มยังแจ้งอีกว่า มีคนอื่น ๆ ในสกลนครที่ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามไปที่บ้านเช่นกัน

ภาพจากเฟซบุ๊ก เอ็ม ภูเบศวร์

สมบูรณ์ ทิพย์บุปผา หรือ บลู เป็นอีกคนที่เคยร่วมกิจกรรม “ยืนหยุดขัง” และถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 2 นาย เข้าไปยังบ้านในอำเภอโพนนาแก้วในวันเดียวกัน ขณะนั้นบลูไม่อยู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปพูดคุยกับพ่อและแม่ของบลู โดยสอบถามหาบลู และบอกเพียงว่า ได้รับคำสั่งให้มา ไม่มีการแจ้งหน่วยงานที่สังกัด แต่พ่อของบลูพอจะจำได้ว่าเป็น ตำรวจจ สภ. โพนนาแก้ว มีการพูดคุยเพียงไม่ถึง 5 นาที พร้อมทั้งเดินไปถ่ายรูปบริเวณบ้านแล้วจึงกลับไปในเวลาอันสั้น

ภาพจากเฟซบุ๊ก เอ็ม ภูเบศวร์

นอกจากนี้ ที่อำเภอคำตากล้า เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ 2 นาย ยังเดินทางไปที่บ้านของ ศตานนท์ ชื่นตา นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม โดยเจ้าหน้าที่เดินผ่านประตูทางเข้าไปยังตัวบ้านโดยไม่ได้ขออนุญาต ศตานนท์จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นบันทึกวิดีโอ พร้อมทั้งถามถึงสังกัดของเจ้าหน้าที่ที่มา ทั้ง 2 คน บอกเพียงว่ามาจาก สภ. คำตากล้า มีคำสั่งมาว่าให้มาติดตาม “บุคคลเฝ้าระวัง” ว่าอยู่พื้นที่หรือไม่ ศตานนท์จึงถามต่อว่า คำว่าบุคคลเฝ้าระวังคืออะไร แต่เจ้าหน้าที่พยายามบ่ายเบี่ยงไม่ตอบคำถาม บอกเพียงว่ามาตามหน้าที่เท่านั้น

ศตานนท์ยังคงตั้งคำถามกับเจ้าหน้าที่ว่า ทำไมเขาถึงเป็นบุคคลต้องสงสัย และใครเป็นผู้สั่งการ ขณะเจ้าหน้าที่ก็ยังคงไม่ตอบคำถาม ระบุเช่นเดิมว่า ถูกสั่งให้มาเช็คดูว่าศตานนท์อยู่ในพื้นที่หรือไม่ พร้อมเอาหนังสือคำสั่งให้ดู แต่ปิดชื่อผู้สั่งการ  ให้เห็นเพียงรายชื่อของศตานนท์และภูเบศวร์อยู่ในบัญชีรายชื่อบุคคลเฝ้าระวังของอำเภอคำตากล้า ศตานนท์จับใจความจากพูดคุยได้ว่า สาเหตุที่ตำรวจมาติดตามครั้งนี้เนื่องมาจากการที่สมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จมาจังหวัดสกลนครในช่วงวันที่ 20 พฤษภาคมนี้

การพูดคุยใช้เวลาราว 20 นาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปร่วมกับศตานนท์ และเดินทางกลับ ทั้งนี้ ศตานนท์ให้ข้อมูลว่า ในระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ตนไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมืองเลย รวมทั้งไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม “ยืนหยุดขัง” ที่ในตัวเมืองด้วย แต่ก่อนหน้านี้ เมื่อต้นปี 2562 ศตานนท์ก็เคยถูกทหารไปพบที่บ้านก่อนการเสด็จของพระเทพฯ เช่นเดียวกันนี้ ครั้งนั้นทหารเข้าไปสอบถามศตานนท์ว่า ชาวบ้านจะไปยื่นฎีกากับพระเทพฯ หรือไม่

อีกรายที่ถูกเจ้าหน้าที่ไปพบในวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมาจากสาเหตุเป็น “บุคคลเฝ้าระวัง” คือ ผกามาศ มาตย์เทพ โดยในช่วงบ่าย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ 4 นาย เข้าไปหาผกามาศที่บ้านในตัวอำเภอเมืองสกลนคร  เจ้าหน้าที่เปิดรั้วด้านนอกและเข้าไปในบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต พบเพียงแม่ของผกามาศวัย 74 ปี ที่กำลังทำอาหารอยู่ เจ้าหน้าที่เอารูปของผกามาศให้แม่ดูพร้อมหนังสือคำสั่งแล้วถามว่า เป็นอะไรกับคนในรูป แม่จึงตอบไปว่าเป็นลูกสาว เจ้าหน้าที่สอบถามอีกว่า ลูกสาวได้เล่นการเมืองหรือไม่ แม่ตอบปฏิเสธพร้อมทั้งบอกว่า มีเพียงสามีของลูกที่เคยลงสมัคร ส.ส. ก่อนกลับไปเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้มีการแนะนำตัว ได้บอกกับแม่ของผกามาศว่า ไม่ต้องกังวล พวกเขามาคุ้มครอง และผกามาศนั้นเป็นบุคคลเฝ้าระวัง

แต่เมื่อผกามาศทราบเรื่องจากแม่ก็รู้สึกกังวลอย่างมาก เพราะถือเป็นการบุกรุกเข้าไปในบ้านของตน นอกจากนี้ แม่ของเธอยังมีโรคหัวใจและหอบหืด ผกามาศจึงเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.ตาดโตน แต่ไปพบกับตำรวจชุดที่เข้าไปที่บ้านก่อน เจ้าหน้าที่อธิบายว่า พยายามตะโกนเรียกแล้วแต่ไม่มีคนตอบ จึงถือวิสาสะเปิดประตูรั้วเข้าไป ซึ่งผกามาศมองว่าเป็นคุกคาม การติดตามคนยังมีวิธีอีกมากมายที่ดีกว่านี้ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวจึงได้โทรศัพท์ไปอธิบายให้แม่ของผกามาศหายกังวลใจ โดยบอกว่าเจ้าหน้าที่เพียงแต่ไปตรวจดูความเคลื่อนไหวเท่านั้น สุดท้ายผกามาศจึงตัดสินใจยังไม่แจ้งความ แต่ยังคงกังวลใจและสงสัยว่าทำไมตัวเองจึงเป็นบุคคลต้องเฝ้าระวัง โดยไม่มีคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่

โดยตัวของผกามาศนั้นมีอาชีพรับราชการ ไม่ได้ทำกิจกรรมทางการเมือง เพียงแต่สามีคือ อภิชิต ถาบุตร เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 จังหวัดสกลนคร ผกามาศคาดว่า ที่ตนถูกติดตามมาถึงที่บ้านเพราะรถยนต์ที่สามีใช้เป็นชื่อของเธอ ตำรวจอาจจะสืบหาข้อมูลจากทะเบียนรถและติดตามมา

ก่อนหน้านี้ศูนย์ทนายฯ ก็เคยได้รับแจ้งข้อมูลจากประชาชนในบางจังหวัดว่า ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามคุกคามในลักษณะเดียวกันนี้ในช่วงก่อนและระหว่างการเสด็จของ ร.10 และสมเด็จพระเทพฯ

     >> รับปริญญาอีสานวุ่น เจ้าหน้าที่ตามติดนักกิจกรรม ไล่จับสแตนดี้ สมศักดิ์-ปวิน-จัสติน

     >> ทหาร-ฝ่ายปกครอง เข้าถามถึงบ้านศตานนท์ หวั่นยื่นฎีกากรณีขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยโทง

     >> จนท.ติดตามความเคลื่อนไหว นร.-น.ศ.-นักกิจกรรมจำนวนมาก ก่อนการเสด็จถวายผ้าพระกฐินที่อุบลฯ

     >> ตำรวจอุดรฯ เกรงนักเรียน-นักกิจกรรม ชู 3 นิ้ว ระหว่างเสด็จ ปรามถึงโรงเรียน-บ้าน

 

ขอบคุณภาพปกจากเฟซบุ๊ก Satanonn Chuenta