สถานการณ์ผู้ต้องขังทางการเมือง มี.ค. 69: “ฟ้า” พรหมศร อดอาหารก่อนยุติ “ไผ่-ครูใหญ่” ยังคงถูกคุมขัง แม้ศาลฎีกาให้ประกันคดีภูเขียว ส่วน “วุฒิ” กลายเป็นผู้ต้องขังคดี ม.112 ที่ถูกคุมขังยาวนานที่สุด

ตลอดเดือนมีนาคม 2569 มีผู้ต้องขังในคดีที่มีเหตุจากการชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 62 คน (เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 34 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน)

ในจำนวนนี้ แยกเป็นผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี อย่างน้อย 28 คน และเป็นผู้ต้องขังสิ้นสุดแล้ว 33 คน และยังมีเยาวชน 1 คน ถูกคุมขังในสถานพินิจฯ ในคดีที่สิ้นสุดแล้ว

ในเดือนที่ผ่านมา สถิติจำนวนผู้ต้องขังเพิ่มขึ้น 1 ราย ได้แก่ “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี ซึ่งถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 จากกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษายืนจำคุก 2 ปี 10 เดือน ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง และศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างฎีกา 

ในกรณีของ “ฟ้า” พรหมศร อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี ภายหลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำคุก 2 ปี 10 เดือน ไม่รอลงอาญา จากกรณีรวมตัวเรียกร้องให้ปล่อยตัว “นิว” สิริชัย นาถึง ซึ่งถูกจับกุมในยามวิกาลด้วยข้อหามาตรา 112 ที่บริเวณหน้า สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564  คดีนี้ ศาลจังหวัดธัญบุรีส่งคำร้องขอประกันตัวไปให้ศาลฎีกาเป็นผู้สั่ง ภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว

ต่อมา 10 มี.ค. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยมพรหมศร เขาได้แจ้งว่าตัวเองได้เริ่มอดอาหารประท้วงตั้งแต่เย็นวันที่ 9 มี.ค. หลังต้องเข้ามาในเรือนจำ โดยไม่รับประทานอาหาร แต่กินเพียงน้ำเปล่า ฟ้าบอกว่าเขาต้องการเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรม “นักโทษทางความคิด” ซึ่งหมายถึงคดีมาตรา 112 ทุกคนด้วย 

“ไม่ว่าคุณจะคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร ทุกคนมีชุดความหวัง ความเชื่อที่แตกต่างต่างกันได้ การที่คนเรามีความเชื่อ ความหวังที่แตกต่างกัน ทำให้เราคิดต่างกัน พอเราคิดต่างกัน ก็กลายเป็นความขัดแย้ง เกิดเป็นข้อพิพาททางความคิด ถ้าสังคมจะก้าวต่อไปได้โดยที่เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราต้องโอบอุ้มทุกความคิดต่าง…

“สุดท้ายแล้วเราจะอยู่กันไปแบบนี้จริง ๆ เหรอ เราจะมองข้ามเรื่องมาตรา 112 ไปจริง ๆ เหรอ เมื่อเรื่องนี้คือคดีทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” 

ในระหว่างที่ถูกคุมขังไม่ได้ประกันในระหว่างฎีกา พรหมศรได้เปิดเผยความรู้สึกว่า เขาเป็นกังวลเรื่องของพ่อ ซึ่งมีอายุมากถึง 73 ปีแล้ว มีโรคภัยรุมเร้า ทั้งอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน โรคหัวใจ และโรคไต ซึ่งต้องฟอกไตสัปดาห์ละสามวัน โดยมี “ม๊า” คอยดูแลอยู่เพียงลำพัง ก่อนหน้านี้เขาเป็นผู้ทำงานหารายได้และดูแลครอบครัวไปด้วย การถูกคุมขังจึงส่งผลกระทบต่อครอบครัวอย่างเลี่ยงไม่ได้

หลังอาทิตย์เศษผ่านไป เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 พรหมศรได้ตัดสินใจยุติการอดอาหาร โดยได้เริ่มรับประทานอาหารที่ญาติฝากเข้าไป แต่เขามีอาการอาเจียนออกมา จึงแค่พยายามซดน้ำ ในช่วงกลางคืนก็มีอาเจียน ยังมีอาการหน้ามืด จุดเสียดแน่นท้อง อาการชาและหูอื้อก็ยังมี ต้องพยายามดูแลตัวเอง แต่ก็ค่อย ๆ ดีขึ้น พยายามจิบน้ำและเกลือแร่ไว้ และได้กลับมาทานยาสำหรับโรคเกาต์แล้ว

และเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ทนายความยื่นคำร้องประกันตัวเขาเป็นครั้งที่ 2  โดยคำร้องขอประกันตัวครั้งนี้ ระบุยืนยันว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ยินยอมให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) และขอให้ศาลไต่สวนเพื่อแต่งตั้งผู้กำกับดูแล อีกทั้งยังระบุถึงความจำเป็นในการออกมาดูแลบิดาและมารดาของตนที่มีโรคประจำตัวอยู่ด้วย

ต่อมา 30 มี.ค. ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุคำสั่งว่า “พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องของผู้ขอประกันแล้ว ยังไม่มีเหตุให้ศาลต้องไต่สวนเพื่อตั้งผู้กำกับดูแลตามที่ร้องขอ กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง”

การอดอาหารครั้งนี้ เป็นประท้วงในเรือนจำครั้งที่ 4 ของเขา โดย 3 ครั้งก่อนหน้าเกิดขึ้นในช่วงปี 2564 โดยครั้งที่ 1 อดอาหาร 19 วัน (มี.ค. – ต้น เม.ย. 64)  ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง, ครั้งที่ 2 อดอาหาร 15 วัน (ปลาย เม.ย. – ต้น พ.ค. 64) ในคดีเดียวกัน, และครั้งที่ 3 อดอาหาร 9 วัน (ส.ค. 64) ในคดีชุมนุมหน้า บก.ตชด. ภาค 1 

ระหว่างวันที่ 12 – 16 มี.ค. 2569 ทนายความได้ยื่นขอประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ใน 2 คดี และ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ ใน 5 คดี ทั้งสองเคยถูกถอนประกันและถูกพิพากษาจำคุกไปแล้วเมื่อปลายปี 2568 การยื่นประกันตัวในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในคดีมาตรา 112 จากเหตุการณ์ชุมนุมปราศรัยเหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว ซึ่งก่อนหน้านี้ ทั้งสองคนถูกคุมขังในชั้นฎีกามาเป็นเวลากว่า 6 เดือน 

ทั้งนี้ แม้ว่าทั้งสองคนจะได้รับการประกันตัวในคดีดังกล่าว แต่ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวในคดี ม.112 อีกคดีหนึ่ง ได้แก่ คดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น ยังไม่ได้มีคำพิพากษาแต่อย่างใด และก่อนหน้านี้ไผ่ก็ได้รับการประกันตัวในคดีนี้ ศาลอาญากลับมีคำสั่งยกคำร้อง ทำให้เขายังคงถูกคุมขังต่อไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 

ส่วนในกรณีของครูใหญ่ ซึ่งมีหมายขังอย่างน้อย 5 คดี แบ่งเป็นคดี ม.116 จำนวน 1 คดี, คดี ม.112 จำนวน 2 คดี และคดีชุมนุมทั่วไป – พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวม 2 คดี โดยครูใหญ่ยังเหลืออีก 4 คดีที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้เขาจะยังคงถูกคุมขังต่อไปเช่นเดียวกัน

ทั้งที่ในจำนวนนี้ มี 3 คดีที่ครูใหญ่เคยได้ประกันตัวก่อนหน้านี้ มีเพียงคดีปราศรัยที่แยกราชประสงค์ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาออกมาในระหว่างช่วงที่เขาถูกคุมขัง แต่คดีก็ยังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์

สถานการณ์ผู้ต้องขังในเดือนที่ผ่านมา ยังมีกรณีของ เอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องขังระหว่างฎีกาในคดีตามมาตรา 110 ที่ถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งในช่วงต้นเดือน มี.ค. มีอาการเจ็บและปวดแผลใกล้จุดที่เคยรักษาฝีในตับ และมีอาการปัสสาวะไม่สุด รวมทั้งภาวะต่อมลูกหมากโต ก่อนถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. 2569 

ต่อมา ทางกรมราชทัณฑ์ได้ออกแถลงถึงกรณีของเอกชัย โดยระบุถึงผลการตรวจอัลตราซาวน์ช่องทางส่วนบน เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 พบภาวะตับและม้ามโตเล็กน้อย และมีความเห็นว่าอาการดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย  

ส่วนผลการตรวจระบบทางเดินปัสสาวะ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 ผลการตรวจเลือดและปัสสาวะอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน และภาวะอักเสบรุนแรง แพทย์ได้ให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองด้วยวิธีฝึกกลั้นปัสสาวะ พร้อมจัดยาให้รับประทานต่อเนื่อง 4 เดือน เพื่อบรรเทาอาการและช่วยระบบขับถ่าย และมีความเห็นให้ส่งตัวกลับไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2569 พร้อมกับนัดหมายติดตามอาการอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ค. 2569

ส่วนเอกชัยยังอยากให้มีการตรวจ CT Scan เพื่อความแน่ชัดถึงสาเหตุของอาการ เนื่องจากเขายังมีอาการปวดแผลเป็นระยะ ๆ แต่ทางโรงพยาบาลยังไม่ได้มีการดำเนินการในส่วนนี้ให้ จึงยังต้องติดตามอาการของเขาต่อไป

.

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2569  “วุฒิ” อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัย ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ อายุ 53 ปี ถูกคุมขังครบระยะเวลา 3 ปี และยังคงต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรมในฐานะผู้ต้องขังคดีสิ้นสุด กับโทษจำคุกสูง 18 ปี 

เกี่ยวกับคดีนี้ เขาถูกฟ้องในคดีมาตรา 112 รวม 12 กระทง จากการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กจำนวน 12 โพสต์ในช่วงปี 2564 และถูกศาลปฏิเสธการประกันตัวนับแต่วันฟ้อง กระทั่งศาลอาญามีนบุรีตัดสินจำคุก 36 ปี แต่ลดโทษเหลือ 12 ปี 72 เดือน เนื่องจากให้การรับสารภาพ ปัจจุบันเขายังเหลือโทษอีกกว่า 15 ปี

ตลอด 3 ปี ในเรือนจำวุฒิตรวจพบไวรัสตับอักเสบซีในเลือด และเผชิญกับปัญหาต้อกระจก ซึ่งได้รับการผ่าตัดไปแล้วในช่วงเดือน มี.ค. 2568 แต่การฟื้นตัวกลับไม่ได้ราบรื่นมากนัก เมื่อเขาต้องถูกส่งตัวกลับแดนก่อนกำหนด และขาดยาหยอดตา ตลอดจนสภาพแวดล้อมในเรือนจำก็ไม่ได้เอื้อต่อการพักฟื้น 

แม้ต้องเผชิญกับความยากลำบากทางสุขภาพ เขายังคงยืนหยัดในจุดยืนทางการเมืองของตัวเองว่า การนิรโทษกรรมที่ไม่รวมมาตรา 112 ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง 

จากการติดตามสถานการณ์ผู้ต้องขังทางการเมืองของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนในช่วงต้นปี 2569 (ม.ค. – มี.ค.) พบว่ามีผู้ต้องขังที่คดีสิ้นสุดแล้วและถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำอย่างน้อย 33 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 จำนวน 19 ราย ซึ่ง “วุฒิ” เป็นผู้ต้องขังคดี ม.112 ที่ถูกคุมขังมานานที่สุดคือครบระยะเวลา 3 ปี ในขณะนี้

X