ศาลอาญายกฟ้อง “นิว” สิรวิชญ์ คดีถูก กกต. กล่าวหาหมิ่นประมาทฯ ปราศรัยปี 62 เห็นว่าติชมโดยสุจริตอันเป็นวิสัยของประชาชน

วันที่ 24 ก.พ. 2569 เวลา 09.00 น. ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในคดีของ “นิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักกิจกรรมทางการเมือง ที่ถูกฟ้องในข้อกล่าวหาร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้มอบอำนาจไปกล่าวหา จากกรณีกล่าวปราศรัยในกิจกรรมล่ารายชื่อถอดถอน กกต. เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2562

ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่า ช่วงเกิดเหตุ การเลือกตั้งได้เสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ทาง กกต. ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้ง จึงทำให้เกิดข้อสงสัย ในแถลงการณ์ที่จำเลยอ่านขณะปราศรัยเป็นการท้วงติงการทำงานเพื่อให้เกิดความสุจริต ไม่ได้เจาะจงคณะกรรมการเลือกตั้งรายใด ยังเป็นการติชมโดยสุจริตอันเป็นวิสัยของประชาชน ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

.

เกือบ 7 ปี กับคดีของสิรวิชญ์ – กกต. ไม่มาเบิกความ – พบศาลสั่ง ‘ห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ฯ’

สำหรับเหตุในคดีนี้ เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. โดยเฉพาะเรื่องสูตรคำนวณ สส. นำไปสู่การรณรงค์ล่ารายชื่อถอดถอน กกต. บน change.org และมีการตั้งจุดลงชื่อในสถานที่ต่าง ๆ โดยมีผู้ร่วมลงชื่อกว่า 8 แสนบัญชี (และเพิ่มเป็นกว่า 1 ล้านในช่วงต่อมา) ซึ่งต่อมา กกต. ได้มอบอำนาจแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนอย่างน้อย 20 คน ใน 4 คดี 

สำหรับคดีนี้เหตุเกิดจากกิจกรรม #เห็นหัวกูบ้าง ที่สกายวอล์คอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2562 ซึ่งมีการปราศรัยเรียกร้องให้เปิดเผยผลการลงคะแนนทุกหน่วย และให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบการทำงานของ กกต.

ต่อมาทาง กกต. ได้มอบอำนาจให้ พินิจ จันทร์ฉาย ไปแจ้งความดำเนินคดีต่อนักกิจกรรม 3 ราย ได้แก่ “แม่น้องเกด” พะเยาว์ อัคฮาด, “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “นิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ โดยทั้งสามได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.พญาไท เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2562 ซึ่งต่อมาตำรวจมีความเห็นควรสั่งฟ้องและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ โดยมีการเลื่อนฟังคำสั่งเรื่อยมา จนถึงช่วงต้นปี 2563 ก็ไม่ได้นัดหมายให้ไปรายงานตัวและฟังคำสั่งอีก 

หลังผ่านไปกว่า 5 ปี ในช่วงต้นปี 2567 เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ได้ติดต่อนัดหมายเฉพาะสิรวิชญ์ให้ไปฟังคำสั่งอัยการอีกครั้ง อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น อัยการยังเลื่อนฟังคำสั่งอีก 4 ครั้ง โดยทุกครั้งได้ระบุเหตุผลว่า พนักงานสอบสวนยังไม่ส่งพยานหลักฐานในคดีนี้ให้แล้วเสร็จ จึงขอให้ผู้ต้องหามาฟังคำสั่งใหม่อีกครั้ง และในที่สุดก็ได้ยื่นฟ้องสิรวิชญ์ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2567

ในนัดตรวจพยานหลักฐานเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2568 สิรวิชญ์ให้การขอต่อสู้คดี โดยยืนยันว่าข้อความในแถลงการณ์เป็นการติชมโดยสุจริต ด้วยความเป็นธรรม อยู่ในวิสัยของประชาชนย่อมกระทำได้ และศาลได้กำหนดวันนัดสืบพยานเมื่อวันที่ 25-26 พ.ย. 2568 

ทั้งนี้ในการสืบพยาน พินิจ จันทร์ฉาย ผู้รับมอบอำนาจจาก กกต. ไม่ได้เดินทางมาเบิกความแต่อย่างใด และไม่มีตัวแทนจาก กกต. เข้าเบิกความแม้แต่ปากเดียว อัยการมีเพียงพยานความคิดเห็น 1 ปาก และพนักงานสอบสวนในคดีเท่านั้น ที่นำเข้าเบิกความในการสืบพยานฝ่ายโจทก์

นอกจากนี้ พบว่าทั้งสองวัน ศาลยังได้มีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาคดี ระบุห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ในห้องพิจารณาเอาไว้ด้วย แต่ไม่ได้ระบุเหตุผลในการสั่งห้ามไว้ ซึ่งจากสถิติคดีที่ศาลอาญามีคำสั่งลักษณะดังกล่าวพบอย่างน้อย 12 คดีแล้ว

.

วันนี้ (24 ก.พ. 2569) ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 809 มีคดีรอการพิจารณารวม 15 คดี ทำให้ภายในห้องแออัดเต็มไปด้วยคู่ความและญาติในคดีต่าง ๆ  แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจศาลจะได้นำเก้าอี้มาเสริม 1 แถว แต่ที่นั่งก็ยังคงแออัด ภายในห้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจศาล 2 นาย และมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อีก 2 นาย

เวลา 09.48 น. ผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณา 3 ท่าน และดำเนินคดีตามลำดับ จนเวลา 10.07 น. ศาลได้เริ่มอ่านคำพิพากษาในคดีนี้ โดยอ่านแบบย่อสั้นสรุปได้ว่า พิพากษายกฟ้องโจทก์ เห็นว่าในวันและเวลาตามฟ้อง จำเลยได้อ่านแถลงการณ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยในขณะนั้นได้มีการจัดการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง จึงทำให้มีข้อสงสัยเกิดขึ้นแก่สังคม 

แถลงการณ์ที่จำเลยอ่านมีลักษณะเป็นการท้วงติงการทำงาน และกระบวนการจัดการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความสุจริต เท่าเทียม เป็นธรรม และไม่ได้เจาะจงกล่าวถึงคณะกรรมการเลือกตั้งรายใด จึงเห็นว่าข้อความปราศรัยและแถลงการณ์ของจำเลยเป็นการติชมโดยสุจริตตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต ติชม ด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท  

.

หลังฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น สิรวิชญ์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่รออยู่บริเวณพื้นที่สื่อมวลชนหน้าศาล โดยบอกว่าคำพิพากษาในวันนี้ทำให้รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก หลังใช้เวลาในคดียืดเยื้อมาเกือบ 7 ปี ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งปี 2562 จนประเทศไทยมีการเลือกตั้งใหม่ในต้นปี 2569 นี้แล้วก็ตาม

นอกจากคดีนี้ที่มีมูลเหตุเพื่อเรียกร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ยังมีอีกคดีที่สิรวิชญ์ถูกฟ้องในคดีร่วมกันชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง หรือคดี UN62 ที่เรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งในช่วง คสช. ปี 2561 โดยถูกฟ้องร่วมกับนักกิจกรรมและประชาชน รวม 18 ราย ข้อหาหลักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ คดีมีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาที่ศาลอาญาในวันที่ 26 มีค. 2569 นี้

X