เมื่อวันจันทร์ที่ 13 ต.ค. 2568 แบม-อรวรรณ (สงวนนามสกุล) หนึ่งในนักกิจกรรมที่เคยร่วมกิจกรรมทำโพลขบวนเสด็จที่สยามพารากอน และเคยร่วมอดอาหารประท้วงเรียกร้องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมระหว่างถูกคุมขัง เปิดเผยว่า เธอถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไม่ทราบหน่วยงาน ติดตามถึงบ้านหลายวัน แม้เธอจะไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวร่วมกิจกรรมทางการเมืองใด ๆ มาระยะหนึ่งแล้ว เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลใจให้ทั้งเธอและครอบครัวอีกครั้ง ท่ามกลางความสงสัย ถึงสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ต้องมาติดตามในช่วงนี้
_________
ก่อนหน้าวันที่ 13 ต.ค. 2568 เพื่อนบ้านของแบมเล่าให้ฟังว่ามีกลุ่มชายนอกเครื่องแบบประมาณ 2-3 คน คาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นั่งรถเก๋งมา แล้วลงมาถ่ายรูปบริเวณหน้าบ้านในกรุงเทพฯ ของแบม รวมถึงไปสอบถามเพื่อนบ้านซึ่งเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อ เพื่อถามว่าแบมอยู่หรือไม่ โดยในวันดังกล่าวแบมไม่อยู่บ้าน
ในวันจันทร์ที่ 13 ต.ค. 2568 แม่แบมสังเกตเห็นชายมายืนคุยโทรศัพท์บริเวณแถวบ้านในลักษณะดูท่าทีมายังบ้านของแบม จนเกิดความสงสัยว่าเป็นใคร โดยบุคคลดังกล่าวแต่งชุดธรรมดาใส่เสื้อยืด จึงได้ให้น้องชายของแบมเข้าไปสอบถาม เมื่อสอบถามแล้ว แม้บุคคลดังกล่าวจะไม่ได้บอกว่าตนเองเป็นตำรวจ แต่บอกว่ามาตามหาแบม แต่วันนี้แบมไม่อยู่บ้าน
หลังจากนั้นแม่ของแบมจึงได้ออกมาถามว่ามาหาแบมทำไม เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาแบมไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมทางการเมืองเลย ทำแต่งานเท่านั้น บุคคลดังกล่าวแจ้งว่า “ผมไม่ได้อยากจะมารบกวน แต่เบื้องบนสั่งมา” แต่ไม่ได้ระบุว่า “เบื้องบน” คือใคร และมาจากหน่วยงานใด โดยชายคนดังกล่าวบอกอีกว่าไม่ได้อยากรบกวน แต่หากไม่รบกวนแม่ของแบม ตนก็อาจต้องไปรบกวนถึงที่ทำงานของแบม
แม่ของแบมจึงได้บอกกับบุคคลดังกล่าวว่าจะโทรแจ้งทนายความ บุคคลดังกล่าวจึงได้ขึ้นรถกระบะไป ซึ่งรถกระบะดังกล่าว ไม่ได้ติดทะเบียนที่ท้ายรถ
ในวันต่อมา 14 ต.ค. 2568 แบมได้ออกไปทำงานตามปกติ ส่วนแม่ของแบมออกจากบ้านไปเช่นกัน ทำให้ไม่มีใครอยู่บ้าน ต่อมาเพื่อนบ้านแจ้งว่ามีบุคคลในชุดเครื่องแต่งกายแบบพนักงานส่งอาหาร (ไรเดอร์) มารออยู่บริเวณแถวบ้าน มีกริยามองซ้ายมองขวา แล้วทำการถ่ายรูปบริเวณบ้านของแบมด้วย
แม้บุคคลดังกล่าวที่มาติดตามแบม จะไม่ได้แจ้งตำแหน่งหรือสังกัดตัวเอง แต่แม่ของแบมคิดว่าเป็นตำรวจสายสืบ กอปรกับมีบางคนที่รู้สึกว่าคุ้นหน้า อาจเคยพบเห็นมาหลายปีก่อนเมื่อแบมถูกติดตามอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่แน่ใจนัก
ในช่วงที่ผ่านมา แม้แบม อรวรรณ จะไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองมาระยะหนึ่งแล้ว แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ก็ทำให้แบมเกิดความไม่สบายใจ และครอบครัวเองก็กลับมามีความกังวล โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของลูก เมื่อบุคคลดังกล่าวบอกอย่างชัดเจนว่ารู้ที่อยู่และที่ทำงานของแบม เธอกลัวว่าจะมีการอุ้มหายเกิดขึ้น เหมือนที่เคยเกิดกับนักกิจกรรมคนอื่นในประเทศนี้
_________
สำหรับเหตุการณ์การติดตามกลุ่มนักกิจกรรม หรือผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมือง เมื่อมีกำหนดการณ์สำคัญในวันสำคัญต่าง ๆ หรือกำหนดการเสด็จของสมาชิกราชวงศ์ มักมีปรากฎให้เห็นอยู่เสมอ
หลายกรณี ผู้ถูกคุกคามระบุว่า บุคคลที่มาติดตามนี้มาด้วย “คำสั่งของนาย” โดยมักอ้างว่าตนเองก็ไม่ได้อยากมาทำงานแบบนี้ แต่ก็ต้องทำตามคำสั่ง ทำให้เห็นว่านโยบายลักษณะนี้ ใช้กำลังเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมากมาดำเนินการ และทำให้สูญเสียเวลาแทนที่จะไปปฏิบัติงานด้านอื่น ๆ ที่สำคัญกว่า
สำหรับรูปแบบการติดตามคุกคามนั้น มีตั้งแต่ระดับการโทรศัพท์ติดต่อ เพื่อสอบถามความเคลื่อนไหว สถานที่อยู่ สถานที่ทำงานของผู้ถูกติดตาม, การติดต่อผ่านไลน์พูดคุยสอบถาม และให้ส่งภาพถ่ายของผู้ถูกติดตามมาให้ เพื่อยืนยันที่อยู่ ไปจนถึงการเดินทางมาที่พักอาศัย คอยสอดแนมถ่ายภาพ โดยไม่ได้แสดงตัว หรือแบบเข้าแสดงตัว พูดคุยสอบถามข้อมูล พร้อมขอถ่ายภาพ
การดำเนินการดังกล่าว มีลักษณะสืบเนื่องมาหลายรัฐบาล ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนพรรคการเมืองที่เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาลไปก็ตาม
.
.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ความมั่นคงปลอดภัย “ประชาชน” อยู่ตรงไหน?: ส่องสถานการณ์ติดตามคุกคามโดยรัฐเมื่อบุคคลสำคัญลงพื้นที่
