ครบ 1 ปี “บอส ฉัตรมงคล” ถูกคุมขังทางไกลที่เชียงรายในคดี ม.112 

“แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะต้องเดินทางมาไกลขนาดนี้ ถ้าสู้ในกรุงเทพฯ ก็จะไม่ต้องเดินทางเยอะ เราก็ยังงงว่าทำไมคดีแบบนี้ เขาจะฟ้องที่ไหนก็ได้ แล้วใครจะแจ้งก็ได้ แล้วเราก็ขอย้ายไปที่ๆ เราอยู่ก็ไม่ได้ ถ้าสมมติเราไม่ผิดแบบนี้ ใครจะเอารูปเอาไปโพสต์ลง ดัดแปลงใส่ชื่อเรา ค่าเดินทางอะไรที่เรามาต่อสู้คดี จะทำยังไง”

จากที่ทั้งชีวิตเคยเดินทางไปจังหวัดเชียงราย 2 ครั้ง หลังจากถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “บอส” ฉัตรมงคล วัลลีย์ อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัยจากปทุมธานีวัย 32 ปี ต้องเดินทางไปที่จังหวัดเชียงรายมากกว่า 10 ครั้งเพื่อต่อสู้คดี และตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2568 เป็นต้นมา เขาก็ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านอีก เนื่องจากถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางเชียงราย

ฉัตรมงคลถูกกล่าวหาในข้อหานี้ จากข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้คอมเมนต์ข้อความในโพสต์ของเพจเฟซบุ๊ก “ศรีสุริโยไท” เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2564  โดยมีแอดมินเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว เป็นผู้กล่าวหาไว้ที่ สภ.เมืองเชียงราย เขาต่อสู้คดีเรื่อยมา โดยยืนยันว่าตนเองไม่ใช่ผู้คอมเมนต์ถ้อยคำดังกล่าว

ในศาลชั้นต้น ศาลพิพากษายกฟ้องคดี โดยเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานบุคคลและหลักฐานที่ยืนยันว่าจำเลยกระทำตามฟ้องจริง แต่ในปีถัดมา ศาลอุทธรณ์ภาค 5 กลับคำพิพากษา โดยเห็นว่าเขามีความผิดตามฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ บอสถูกพิพากษาลงโทษจำคุก 27 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ก่อนศาลฎีกาจะพิพากษายืน เห็นว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง โดยลงโทษจำคุก 3 ปี เห็นว่าคำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง จึงลดโทษเหลือจำคุก 2 ปี

เวลาผ่านไปจนครบหนึ่งปีที่เขาถูกคุมขัง เท่ากับผ่านครึ่งทางของโทษไปแล้ว สถานการณ์ล่าสุดของบอส เขาได้รับการลดหย่อนโทษลงเล็กน้อยหลังจากมี พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ในช่วงกลางปีนี้ โดยมีกำหนดพ้นโทษใกล้เข้ามาในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2570 หรือประมาณอีก 8 เดือนข้างหน้า

รอบปีที่ผ่านมาเขาพยายามปรับตัวกับชีวิตในเรือนจำ โดยได้ทำงานเป็นผู้ช่วยงานด้านเอกสารและคอมพิวเตอร์ รวมทั้งจัดยารักษาโรค เขายังลงเรียนระดับชั้น ม.ปลาย ในเรือนจำ ทำให้ต้องมีการอ่านหนังสือเตรียมสอบ แต่เขาไม่แน่ใจว่าจะได้รับการปล่อยตัวก่อนที่จะเรียนจบหรือไม่

ย้อนกลับไป บอสเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ครอบครัวมีฐานะยากจน ช่วงทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย เขาแยกออกมาเช่าห้องพักอยู่ในย่านปทุมธานีที่ และพยายามรับผิดชอบส่งเงินกลับบ้านทุกๆ อาทิตย์ ซึ่งมีแม่และอาม่าที่อายุมากแล้วอาศัยอยู่

บอสเริ่มสนใจทางการเมืองหลังจากพี่ที่ร้านเกมส์ชักชวนไปดูการชุมนุมในช่วงเสื้อเหลือง-เสื้อแดงด้วยกัน จนหลังรัฐประหาร 2557 เขาเข้าร่วมการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ที่นำโดย “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ในช่วงยุค คสช. และเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในช่วงปี 2561 ต่อมาเขาลดการเข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองลง และเน้นประกอบอาชีพเพื่อหารายได้และดูแลครอบครัว แต่กระนั้นคดีความจากการออกมาทำกิจกรรมก็ยังพัวพันเขาอยู่

เขาเคยบอกว่าหลังจากถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกหลายๆ คดีแบบนี้ ทำให้หากมีโอกาสเรียนไปถึงระดับปริญญาตรี เขายังคิดเล่นๆ เลยว่าจะลงเรียนคณะนิติศาสตร์

ขณะที่ในแง่ภาพต่อสังคมที่เขาอยากเห็น เขาเคยบอกว่าอยากเห็นการกระจายอำนาจในสังคมไทย ทำให้ทุกอย่างไม่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ทำให้คนต่างจังหวัดไม่ต้องเข้ามาหางานทำและมีชีวิตที่ดีได้จากบ้านเกิดของใครของมัน และอยากเห็นการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ รวมทั้งสวัสดิการผู้สูงอายุให้กับประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าจากการงานและสถานะครอบครัวตัวเอง

หนึ่งปีผ่านไป บอสยังมีความหวังว่าตนเองจะได้รับอิสรภาพโดยเร็ว และได้ออกไปใช้ชีวิตเริ่มต้นใหม่นอกเรือนจำอีกครั้ง 

.

สามารถเขียนจดหมายถึงฉัตรมงคล ส่งแบบลงทะเบียน จ่าหน้าซอง: “ฝากถึง ฉัตรมงคล วัลลีย์ แดน 6 เรือนจำกลางเชียงราย เลขที่ 222 หมู่ 3 ตำบลดอยฮาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000”

หรือเขียนจดหมายออนไลน์ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

.

ย้อนอ่านเรื่องของบอส

ชีวิต–จิตใจของ “บอส ฉัตรมงคล” หนุ่ม รปภ. ผู้เผชิญหน้าคดี ม.112

เปิดรายงาน “ปัญหาการดําเนินคดีทางไกล: สำรวจข้อกฎหมาย ผลกระทบ และข้อเสนอเพื่อการเปลี่ยนแปลง”

X