ศาลอาญาไม่อนุญาต “ทานตะวัน” จำเลยคดี ม.112 เดินทางไปฟิลิปปินส์ร่วมประชุมภาคประชาสังคมอาเซียน เห็นว่าไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน แม้ไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี

วันที่ 15 ต.ค. 2569 ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของ  “ตะวัน” ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักศึกษาและนักกิจกรรมวัย 25 ปี จำเลยในคดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากเหตุไลฟ์สดกรณีม็อบชาวนาถูกย้าย บริเวณทางเท้าถนนราชดำเนินนอก ก่อนมีขบวนเสด็จผ่านเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2565  ศาลระบุคำสั่งโดยสรุปว่า คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนหรือพฤติการณ์พิเศษ แม้ทานตะวันไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากทานตะวันได้ยื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรต่อศาล เพื่อเดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ระหว่างวันที่ 26-30 ต.ค. 2569 เพื่อเข้าร่วมการประชุมภาคประชาสังคมอาเซียนและเวทีประชาชนอาเซียน (ACSC/APF) ประจำปี 2569 ตามคำเชิญของ “เสมสิกขาลัย” (Spirit in Education Movement) องค์กรภาคประชาสังคมไทยที่ทำงานด้านสันติภาพและการพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคมาอย่างยาวนาน

.

เกี่ยวกับคดีนี้ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2565 ทานตะวันได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวบริเวณทางเท้าบนถนนราชดำเนินนอก ฝั่งตรงข้ามกับสำนักงานอาคารสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (UN) ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ขบวนเสด็จรัชกาลที่ 10 จะแล่นผ่าน จากนั้นได้มีตำรวจเข้าใช้กำลังจับกุม และนำตัวไปยัง สน.พญาไท ก่อนจะคุมตัวไปยัง บช.ปส. ซึ่งไม่ใช่ท้องที่เกิดเหตุ อีกทั้งยังปฏิเสธไม่ให้ทนายความเข้าพบในช่วงแรก โดยอ้างว่ารอคำสั่ง “นาย” ต่อมาถูกสั่งฟ้องในข้อหาหลักตามมาตรา 112 และอื่น ๆ รวม 4 ข้อหา

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 2 ปี ตามมาตรา 112 และปรับ 600 บาท ฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน โดยเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการตั้งคำถามโดยแฝงการหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย ไม่ใช่การใช้สิทธิโดยสุจริต ทั้งนี้ ในวันเดียวกันศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ โดยวางประกันเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

ในเวลาต่อมา ทานตะวันได้รับเชิญจาก “เสมสิกขาลัย” (Spirit in Education Movement) องค์กรภาคประชาสังคมไทยที่ทำงานด้านสันติภาพและการพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในภูมิภาค ให้ร่วมเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมภาคประชาสังคมอาเซียนและเวทีประชาชนอาเซียน (ASEAN Civil Society Conference / ASEAN People’s Forum หรือ ACSC/APF) ประจำปี 2569 ณ เมืองเกซอนซิตี (Quezon City) ในเขตมหานครมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งมีกำหนดการจัดกิจกรรมและเดินทางระหว่างวันที่ 26 – 30 ต.ค. 2569

ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว ทานตะวันจึงได้ยื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรต่อศาลเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2569 ระบุใจความสำคัญว่า การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีของภาคประชาสังคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จัดขึ้นเป็นประจำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้องค์กรภาคประชาสังคม องค์กรภาคประชาชน และชุมชนจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมอง และข้อเสนอแนะต่ออาเซียนและกลไกที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคมในภูมิภาค 

การเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของจำเลยโดยตรง เพราะการได้แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ประสบการณ์กับผู้แทนภาคประชาสังคมและคนรุ่นใหม่จากประเทศต่าง ๆ จะช่วยเสริมสร้างทักษะการสื่อสารในระดับนานาชาติ และความรู้ความเข้าใจต่อประเด็นการพัฒนาของภูมิภาค อันสอดคล้องกับสาขาวิชาที่จำเลยกำลังศึกษาอยู่ หากจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ย่อมทำให้จำเลยเสียโอกาสอันมีค่าในการศึกษาเรียนรู้และพัฒนาตนเอง

นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาการพิจารณาคดี จำเลยได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลและเงื่อนไขการประกันตัวอย่างครบถ้วน ไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี จำเลยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และอยู่ระหว่างการศึกษาซึ่งยังมีการเรียนการสอนและการวัดผล อีกทั้งจำเลยประสงค์จะต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ จำเลยมีภาระหน้าที่และเหหตุจำเป็นที่ต้องเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักร และไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี

การเดินทางครั้งนี้ไม่กระทบต่อกระบวนพิจารณาของศาล หากศาลอนุญาต จำเลยขอรับรองว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการการประกันตัวในระหว่างการเดินทาง จะเดินทางกลับภายในกำหนด และจะมารายงานตัวต่อศาลทั้งนี้ หากศาลเห็นสมควรกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการอื่นใดเพิ่มเติม จำเลยยินดีปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยเคร่งครัดทุกประการ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน (15 ต.ค. 2569) ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง พร้อมระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์ตามคำร้องแล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี ประกอบกับศาลอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 กรณีจึงไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนหรือพฤติการณ์พิเศษแต่อย่างใด ยกคำร้อง” ผู้พิพากษาที่ลงนามคำสั่งคือ วัชรินทร์ ฤชุโรจน์

.

สำหรับทานตะวัน เธอถูกดำเนินคดีในข้อหามาตรา 112 จากการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองรวมทั้งสิ้น 2 คดี โดยคดีดังกล่าวนับว่าเป็นคดีที่สอง หลังจากคดีแรก ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษายกฟ้องกรณีทำโพลสำรวจความคิดเห็น “คุณคิดว่า ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือไม่” บริเวณห้างสรรพสินค้าพารากอน โดยศาลเห็นว่าเป็นเพียงการตั้งคำถามและการกระทำของจำเลยไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้าย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เปิดบันทึกสืบพยานคดี ม.112 คดีที่ 2 ของ “ตะวัน” เหตุไลฟ์สดก่อนมีขบวนเสด็จหน้า UN ยืนยันเจตนาถามตำรวจเรื่องย้ายม็อบชาวนา ไม่ใช่การหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ

X