วันที่ 8 ต.ค. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม “แม็กกี้” ผู้มีความหลากหลายทางเพศวัย 29 ปี อดีตคนทำงานฟรีแลนซ์ในโรงแรม ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เธอเป็นผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ซึ่งศาลพิพากษาจำคุก 25 ปี
แม็กกี้ถูกคุมขังมาแล้วกว่า 2 ปี 11 เดือน และช่วง 21 – 27 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เป็นอีกช่วงที่หนักหนาสำหรับเธอ น้ำที่ท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไหลบ่าไปถึงเรือนจำกลางคลองเปรมด้วย ผู้ต้องขังในแดนของเธอต้องขึ้นไปอยู่บนชั้นสองของเรือนนอนตั้งแต่วันเสาร์จนถึงวันพฤหัส ท่ามกลางน้ำสะอาดที่มีจำกัด และเสียงพูดกันว่าอาจต้องย้ายเรือนจำ
ขณะเดียวกัน ยาฮอร์โมนของเธอก็หมดลงตั้งแต่กลางเดือนกันยายน เพราะการตรวจเลือดถูกเลื่อนออกไป “ตอนนั้นหนูแพนิก” เธอสะท้อนความรู้สึกของห้วงเวลานั้น
แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่แม็กกี้ก็เล่าเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทั้งวันที่เธอร้องไห้คลุมโปง วันที่ออกไปเกาะลูกกรงกรี๊ด มาม่าห่อเดียวที่แบ่งกันกินในวันที่น้ำร้อนต้องต้มทีละถ้วย จนถึงวันที่ได้ลงมาเห็นพื้นแห้งอีกครั้ง
ถึงที่สุดแม้น้ำในแดนคุมขังจะลดไปแล้ว แต่ยังทิ้งผื่นคันไว้ที่เท้าและขาของเธอ ส่วนยาฮอร์โมนก็ยังต้องรอลุ้นต่อไปว่าจะได้ออกไปตรวจเลือดและรับยาได้อีกตอนไหน
_________________________________________
ทนายความไปถึงเรือนจำกลางคลองเปรมในช่วงสาย และนั่งรออยู่เกือบชั่วโมง แม็กกี้จึงเดินเข้ามาในห้องเยี่ยมด้วยท่าทีสะโอดสะอง เธอทักทายผู้ช่วยงานตั้งแต่ประตูทางเข้า หัวเราะไปด้วย ท่าทีแบบนั้นทำให้เบาใจได้ว่าช่วงนี้จิตใจของเธอคงยังสดชื่นอยู่
.
พอเห็นหน้ากัน แม็กกี้รีบทักว่าไม่ได้มาเยี่ยมนานมากแล้ว แต่ก็พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนรอยยิ้มนั้นเปลี่ยนเป็นสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อถูกถามว่าได้นำใบสั่งยาออกมาด้วยหรือไม่ แม็กกี้เล่าว่าแพทย์เลื่อนการตรวจเลือดออกไปเป็นเดือนแล้ว ยาฮอร์โมนของเธอจึงหมดไปตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน ตอนนี้ได้แต่ลุ้นว่าวันจันทร์หน้า (12 ต.ค.) จะได้ออกไปตรวจเลือดหรือไม่
เธอไม่ใช่คนเดียวที่รอ ผู้ต้องขังข้ามเพศคนอื่น ๆ ในแดนก็เดือดร้อนกันไปหมด และเมื่อเลื่อนมานานขนาดนี้ รอบหน้าผู้ต้องขังที่ต้องออกไปตรวจก็คงมีจำนวนมากมายที่ต้องรอคิวเพื่อจะได้รับการตรวจจากแพทย์
.
น้ำท่วมสูงข้างล่าง น้ำตาไหลอยู่ข้างบน
เมื่อถามถึงสถานการณ์น้ำท่วมข้างใน แม็กกี้ก็ตั้งใจเล่าขึ้นมาทันที ปกติเวลาฝนตก ในแดนจะมีน้ำท่วมเป็นจุด ๆ อยู่บ้าง ไม่สูง และไม่นานก็แห้ง แต่วันเสาร์ปลายเดือนกันยายนนั้นไม่เหมือนทุกครั้ง ตอนนั้นผู้ต้องขังนั่งเล่นกันอยู่ในโดม น้ำท่วมอยู่นิดหน่อยพอให้เดินลำบาก ซึ่งตามปกติเจ้าหน้าที่จะนำเครื่องมาสูบออก ผู้ช่วยงานก็ทำงานกันไป แต่สักพักน้ำก็เริ่มมาเรื่อย ๆ และขึ้นสูงไวมาก
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประกาศให้ผู้ต้องขังไปกดซื้ออาหารแห้งที่ร้านค้า แม็กกี้วิ่งไปซื้อของ แล้วรีบไปเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ เธอซื้อมาไม่มาก เพราะไม่คิดว่าจะท่วมนาน คาดว่าพรุ่งนี้ก็น่าจะลดแล้ว
แต่ปรากฎว่าน้ำขึ้นสูงเรื่อย ๆ และดูจะไม่ลดเลย เจ้าหน้าที่จึงประกาศให้คนที่มีตู้ล็อกเกอร์อยู่ชั้นล่างเอาถุงดำไปเก็บของออกมา แล้วนำติดตัวขึ้นชั้นบนได้เลย “สรุปเราต้องอยู่บนชั้นสองตั้งแต่วันเสาร์ และลงมาอีกทีวันพฤหัส” แม็กกี้เล่าถึง 6 วันที่ต้องทนกับการติดอยู่ในเรือนนอนและเป็นผู้ประสบภัย
บนชั้นสอง ทุกคนอยู่ตามห้องเดิมของตัวเอง ห้องของแม็กกี้มี 27 คน น้ำท่วมถึงปั๊มน้ำ น้ำสะอาดสำหรับการชำระล้างร่างกายจึงหายาก เจ้าหน้าที่ใช้วิธีต่อสายยางจากบ่อที่ยังพอมีน้ำสะอาด ขึ้นมาใส่อ่างของแต่ละห้อง แต่ก็ใส่ได้ไม่เต็มเพราะต้องแบ่งให้ห้องอื่นด้วย
วันแรกที่ขึ้นห้องจึงไม่มีใครได้อาบน้ำ กว่าจะได้อาบก็เที่ยงของอีกวัน เพราะต้องเก็บน้ำไว้ใช้กับการขับถ่ายก่อน แม็กกี้บอกว่าปกติเธอเข้าห้องน้ำบ่อยมาก แต่ช่วงนั้นเครียดจนแทบไม่ได้เข้าเลย บางครั้งปวดก็อั้นไว้ พออั้นนานเข้าก็กลายเป็นไม่ปวด
ความเครียดยิ่งหนักขึ้นเมื่อน้ำสูงและไม่ยอมลด และมีคนพูดว่าถ้าน้ำท่วมถึงชั้นที่อยู่ก็จะต้องย้ายเรือนจำ “ตอนนั้นหนูแพนิก” เธอบอก ในหัวมีแต่คำถามว่าถ้าย้ายแล้วจะได้ย้ายกลับมาที่เดิมหรือไม่ แล้วจะต้องใช้ชีวิตอย่างไรต่อ
ช่วงเวลานั้นแม้เจ้าหน้าที่เปิดโทรทัศน์ให้ดูตลอดเวลา แต่คนส่วนใหญ่ก็นอนกัน เพราะทำอะไรไม่ได้และออกไปไหนไม่ได้ แม็กกี้ร้องไห้คลุมโปง มีคนมาถามว่าเป็นอะไร เธอก็ไม่ยอมพูดด้วย และมีจังหวะที่เธอออกไปเกาะลูกกรงกรี๊ด เพื่อนผู้ต้องขังห้องอื่นโผล่หน้าออกมาดู ส่วนคนที่จำเสียงได้ก็พูดกันทำนองว่า แม็กกี้กรี๊ดอีกแล้ว เธอเล่าถึงตรงนี้พร้อมกับหัวเราะ คนใกล้ชิดพาเธอไปนั่งลง บอกให้หยุดกรี๊ด และคอยปลอบว่าเดี๋ยวแดดก็ออก เดี๋ยวฝนก็หยุดตก
เธอบอกว่าทั้งการร้องไห้และการกรี๊ดทำให้โล่งขึ้น เหมือนได้ผ่อนคลายและจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ ระหว่างนั้นเธอเที่ยวถามผู้ช่วยงานว่าน้ำลดบ้างหรือยัง พอได้คำตอบว่ายังสูงอยู่ก็เครียดอีก
เรื่องอาหารในช่วงนั้น อาหารจากในเรือนจำยังส่งมาตามปกติ เพราะรถขนอาหารเป็นรถใหญ่ แต่รสชาติจืดมาก แม็กกี้บอกว่าปกติอาหารที่คลองเปรมอร่อยกว่าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่ช่วงนั้นไม่มีรสชาติเลย ทุกคนก็ต้องกินเพราะเลือกไม่ได้
ส่วนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ตุนกันไว้ เรือนจำต้มน้ำร้อนให้ แล้วให้ผู้ช่วยงานตักใส่เหยือกมาแจกจ่ายอีกที ต้มได้ทีละถ้วย แม็กกี้แบ่งมาม่าห่อเดียวกินกับคนใกล้ชิด “เหมือนเป็นการร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเลย” เธอว่า
ยังมีเรื่องที่เธอเล่าว่าตลก คือปลาในบ่อที่กองงานเลี้ยงไว้ล้นออกมานอกบ่อ จึงมีการนำปลามาผึ่งแดดแล้วทอดกินกัน เมื่อมองย้อนกลับไป เธอก็ยังนึกสงสัยว่าผ่านกันมาได้อย่างไร และคิดว่าโชคดีที่ช่วงนั้นอากาศเย็นเพราะฝนตก ถ้าร้อนอย่างวันที่มาเยี่ยม ทุกคนคงเครียดกว่านี้
กระทั่งวันพฤหัสบดี เรือนจำเปิดให้ลงมาข้างล่าง ผู้ช่วยงานทำความสะอาดไว้รอแล้ว พวกเธอจึงไม่ต้องทำอะไร แม็กกี้บอกว่าตั้งแต่อยู่ในเรือนจำมา ไม่เคยดีใจกับการเห็นพื้นแห้งขนาดนี้มาก่อน มันโล่ง ทุกอย่างดูสดใส ความเครียดและความกังวลเหมือนหายไป “วันนั้นทั้งวันหนูยิ้มตลอด” เธอว่า และการขับถ่ายก็กลับมาเป็นปกติ น่าจะเพราะหายเครียดแล้ว
.
สิ่งที่สายน้ำทิ้งไว้ และสิ่งที่สายน้ำพัดไป
.
แม็กกี้ไม่รู้ว่าน้ำข้างนอกท่วมถึงระดับไหน รู้แต่จากผู้ช่วยงานว่าท่วมหนักอยู่ ทนายความจึงเล่าให้ฟังว่า ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระดับน้ำสูงเกือบถึงเอว
แต่ถึงแม้น้ำท่วมขังจะลดไปแล้ว แต่ยังทิ้งร่องรอยไว้กับตัวเธอ แม็กกี้มีผื่นแดงที่เท้าและขา คันหนักมาก แพทย์บอกว่าเป็นเพราะน้ำ ซึ่งเธอก็คิดเช่นนั้น เพราะน้ำสกปรกมาก โชคดีที่แดนพยาบาลอยู่บนพื้นที่สูง จึงไม่ท่วมและไม่ได้รับผลกระทบ
ที่เสียหายหนักคือหนังสือ ทั้งของแดนการศึกษาและห้องสมุดในแดน แม้จะเตรียมการยกหนังสือขึ้นที่สูงไว้แล้วก็ยังไม่รอด เพราะน้ำครั้งนี้สูงกว่าที่เคยเจอมา หนังสือที่เปียกต้องขนออกไปทิ้ง “หนูเสียดายมาก” เธอบอก
แม็กกี้ยังเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงอีกเรื่องหนึ่งในแดน ซึ่งเธอยกให้เป็นผลงานของ “เอกชัย หงส์กังวาน” คือเวลาเปิดขังและปิดขังที่ขยายออกไป เป็นเปิดขังราว 06.15 น. และปิดขังราว 15.00 น. สำหรับเธอ เวลาที่เพิ่มขึ้นมาเพียง 5 ถึง 10 นาทีก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น ไม่ถูกบีบมากเหมือนก่อน
เธอเดินไปบอกเอกชัย ซึ่งเธอเรียกว่าแม่ ว่า “แม่เป็นซอฟต์พาวเวอร์” ส่วนเอกชัยตอบว่าจะผลักดันให้ปิดขังช่วง 17.00 น. ให้ได้ แม็กกี้บอกว่าเธอเป็นกำลังใจให้อยู่
เมื่อพูดถึงอารมณ์ในช่วงนี้ นอกเหนือจากตอนที่ติดอยู่บนห้อง แม็กกี้ยอมรับว่ามีฉุนเฉียวเป็นบางครั้ง เธออธิบายว่าตัวเองเป็นคนอารมณ์ขึ้นเร็ว ขึ้นสูง แล้วก็ลงเองโดยไม่ต้องให้ใครมาปลอบ “เพียงแต่ตอนที่มันขึ้นหนูอาจจะทำอะไรที่มันควบคุมไม่ได้”
ช่วงท้ายของการเยี่ยม บทสนทนาเปลี่ยนไปเป็นเรื่องอาหารการกินและการดูแลผิวหน้า แม็กกี้บอกว่าได้สูตรใหม่มาจากข้างใน คือหลังล้างหน้าก่อนนอน ให้เอาน้ำเกลือล้างแผลมาตบที่หน้า ปล่อยให้แห้ง แล้วลงครีมบำรุงตาม เธอว่าผิวน่าจะนิ่มและเนียนขึ้น แล้วแม็กกี้ก็ลุกขึ้นยืน ยื่นหน้าเข้ามาให้ดู ซึ่งผิวหน้าของเธอก็ดีจริง
.
| สำหรับแม็กกี้ ถูกจับกุมและคุมขังมาตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. 2566 โดยไม่เคยได้รับการประกันตัว ก่อนศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2567 ในคดีตาม ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการทวีตข้อความรวม 18 ข้อความ ลงโทษจำคุก 25 ปี แม็กกี้ถูกคุมขังมาแล้ว 1,086 วัน หรือ 2 ปี 11 เดือนเศษ ยังเหลือโทษอีกกว่า 22 ปี |
สามารถเขียนจดหมายถึงแม็กกี้และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ต้องขังทางการเมือง
ย้อนอ่านเรื่องราวของแม็กกี้
รอลูกสาวที่โลกเรียกว่าผู้ต้องขัง: แม่ของ “แม็กกี้” กับ 25 ปีในคดี ม.112
