เปิดหนังสือเรือนจำ แสดง “แอมป์” ได้ปล่อยตัวคดีเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงคดี #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ที่ศาลยังไม่ให้ประกัน

ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2569 สถานการณ์การประกันตัว “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา นักกิจกรรมทางการเมืองวัย 32 ปี กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังจากเขาพ้นโทษในคดีที่ถูกคุมขังก่อนหน้านี้ ทำให้ทนายความและนายประกันพยายามยื่นประกันตัวในคดีอื่น ๆ ที่มีหมายขังอยู่ แม้จะได้ประกันตัวในคดีส่วนใหญ่แล้ว หากก็ยังเหลือคดีจากการชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน เพียงคดีเดียว ที่ศาลยังคงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว แม้คดียังอยู่ระหว่างสืบพยานในศาลชั้นต้น และมีการยื่นประกันตัวมาแล้ว 4 ครั้ง

.

ได้ประกันตัวในสามคดี ศาลอาญาเห็นว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี คดีที่รับโทษก็ครบกำหนดแล้ว

ก่อนหน้านี้ ณวรรษถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 กรณีจากการปราศรัยในการชุมนุม #ม็อบ13กุมภา64 บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เขาถูกลงโทษจำคุก 1 ปี 7 เดือน ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ณวรรษรับโทษคดีนี้มาตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. 2567 และระหว่างนั้น ได้ถอนประกันตัวเองในคดีอื่น ๆ เพื่อนำหลักประกันกลับเข้ากองทุนการประกันตัว และให้นับวันขังไปพร้อมกัน

ต่อมา ณวรรษถูกคุมขังจนครบกำหนดโทษคดีนี้ในวันที่ 7 ก.ค. 2569 ทนายความได้ยื่นประกันคดีที่ณวรรษถอนประกันเองระหว่างถูกคุมขังคดีหลัก จำนวน 4 คดี ซึ่งทั้งหมดก่อนหน้านี้เขาได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี 

หลังจากนั้นศาลทยอยมีคำสั่งให้ประกันตัวในจำนวน 3 คดี ได้แก่ ศาลจังหวัดธัญบุรีให้ประกันตัวในคดีมาตรา 112 เหตุติดตามการจับกุม “เดฟ ชยพล” ที่หน้า สภ.คลองหลวง ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น โดยศาลเห็นว่าเคยมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมาแล้ว จึงให้ประกันตัว

ศาลอาญายังให้ประกันตัวในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งณวรรษถูกฟ้องในข้อหาหลักตามมาตรา 116 และคดีชุมนุม #ม็อบ25พฤศจิกาไปSCB ซึ่งถูกกล่าวหาในข้อหาหลักตามมาตรา 112 

ศาลอาญาระบุในคำสั่งให้ประกันตัวว่าว่า “จำเลยเคยได้รับการปล่อยชั่วคราว ไม่ปรากฏพฤติกรรมหลบหนี คดีที่ได้รับโทษจำคุกก็ครบกำหนดโทษแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างพิจารณา…”  โดยได้กำหนดเงื่อนไขการประกัน ห้ามมิให้กระทำการใด ๆ อันเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

.

เหลือไม่ได้ประกันตัวคดีเดียว ศาลเห็นว่าต้องโทษจำคุกในคดีอื่น แม้พยายามยื่นเอกสารของเรือนจำประกอบ ว่าเหลือหมายคุมขังคดีเดียว

หากในคดีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ปี 2563  ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ยกคำร้องขอประกันตัวณวรรษ แม้คดียังอยู่ระหว่างการสืบพยานในศาลชั้นต้น และก่อนหน้านี้เขาก็ได้ประกันตัวในคดีนี้มาก่อน ในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา ได้มีความพยายามยื่นประกันตัวในคดีนี้ไปแล้วรวม 4 ครั้ง และยื่นอุทธรณ์คำสั่งอีก 1 ครั้ง ศาลก็ยังคงไม่อนุญาตให้ประกันตัว 

เหตุผลหลักที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวในตอนแรก ระบุเรื่องจำเลยต้องโทษจำคุกในคดีต่าง ๆ รวมสามคดี (ได้แก่ คดีชุมนุม #ม็อบ13กุมภา64, คดีชุมนุม  #ม็อบ17ตุลา63 และคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี ปี 2564) จึงมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากปล่อยชั่วคราวจำเลยจะหลบหนี การยื่นประกันตัวหลังจากนั้น ศาลก็จะสั่งในลักษณะว่าไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

ทั้งนี้ น่าสังเกตว่า ในสองคดีแรกที่ศาลระบุว่าจำเลยต้องโทษจำคุกนั้น ณวรรษถูกคุมขังจนครบกำหนดโทษแล้ว ส่วนคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี ปี 2564 นั้น ยังอยู่ระหว่างอุทธรณ์คำพิพากษา และคดีนี้ศาลอุทธรณ์ก็อนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ด้วย แม้จะถูกศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 2 ปี

รวมทั้งยังมีประเด็นข้อสังเกตอีกว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2568 ณวรรษเคยยื่นขอประกันตัวในคดี #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน นี้ใหม่ เนื่องจากเข้าใจว่าตนเองเข้าเกณฑ์ได้รับการอภัยโทษ ตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ที่ออกมาในปี 2568 และศาลอาญากรุงเทพใต้ก็ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว โดยให้วางหลักทรัพย์ 200,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร แต่ต่อมาณวรรษทราบว่าตนเองยังไม่เข้าเกณฑ์อภัยโทษ จึงได้ถอนประกันตัวในคดีนี้ใหม่อีกครั้ง

ล่าสุดในการยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวในคดีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยมีคำสั่งว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหามีอัตราโทษสูง การกระทำความผิดของจำเลยที่ 13 ตามฟ้องมีลักษณะกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และความมั่นคงของประเทศ กรณีเป็นเรื่องร้ายแรง และนอกจากคดีนี้จำเลยที่ 13 ยังถูกดำเนินคดีอีกหลายคดี หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยที่ 13 จะหลบหนี คำสั่งศาลชั้นต้น ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง”

.

.

น่าสังเกตว่า คดีนี้ยังอยู่ระหว่างสืบพยานในศาลชั้นต้น จำเลยยังไม่เคยถูกพิพากษาว่ามีความผิดแต่อย่างใด แต่คำสั่งกลับพิจารณาในทำนองว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องไปแล้ว ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพาษาถึงที่สุด

นอกจากนั้น ในการยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้ ฝ่ายจำเลยยังได้แนบเอกสารรับรองของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่ระบุถึงคดีทั้งหมดของณวรรษที่เคยมีหมายขังและหมายจำคุกของศาลต่าง ๆ จำนวนรวม 14 คดี แต่ในจำนวนนี้ปัจจุบัน 13 คดี ได้มีหมายปล่อยตัวหมดแล้ว ทั้งด้วยเหตุที่ถูกขังจนครบกำหนดโทษ, ศาลพิพากษายกฟ้อง, ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ทำให้เหลืออีกเพียงคดีเดียวที่ณวรรษมีหมายขังอยู่

.

.

คำสั่งไม่ให้ประกันตัวของศาลที่อ้างเรื่องการถูกดำเนินคดีหลายคดีหรือถูกลงโทษจำคุกหลายคดีนั้น ไม่ได้ระบุถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์คดีที่ณวรรษถูกกล่าวหาเอาไว้แต่อย่างใด ทั้งยังมีลักษณะการวินิจฉัยที่ต่างไปจากคดีของศาลอาญา ซึ่งให้ประกันตัวสองคดีข้างต้นที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา เนื่องจากเห็นว่าจำเลยไม่ปรากฏพฤติกรรมหลบหนี และคดีที่ได้รับโทษจำคุกก็ครบกำหนดโทษแล้ว

ในการยื่นประกันตัวณวรรษครั้งหลังสุดนี้ ยังมีทั้งการเสนอยินยอมให้ศาลติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM), การมีอาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากรในสาขาที่ณวรรษจบการศึกษา ยินยอมเป็นผู้กำกับดูแลและให้การรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขศาล รวมถึงเสนอว่าหากเห็นว่ามีความจำเป็น ศาลก็สามารถสั่งให้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงหรือการกำหนดเงื่อนไขประกอบการพิจารณาได้ แต่ทั้งศาลอาญากรุงเทพใต้และศาลอุทธรณ์ยังคงมีคำสั่งยกคำร้อง.

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สรุปสถานการณ์การประกันตัว ‘ไผ่-ครูใหญ่-แอมป์’: เมื่อศาลสูงให้ประกันตัว แต่ศาลชั้นต้น “ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม”

สถานการณ์ประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง ครึ่งปี 2569 พบศาลยกคำร้องกว่า 91% และการ ‘ได้ประกันตัว แต่ยังถูกขัง’ จากคดีถอนประกัน

.

X