เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2569 ทนายความได้ยื่นประกันตัว “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ คดีมาตรา 112 ใน 2 คดี ได้แก่ เหตุชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน และ เหตุปราศรัยในการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ พร้อมกับยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัว “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ในคดีมาตรา 112 เหตุชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน
ในช่วงเย็น ศาลมีคำสั่งในคดีของอรรถพลทั้ง 2 คดี โดยยกคำร้องคดีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน โดยระบุว่า กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ส่วนคดี ม.112 เหตุปราศรัยในการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563 ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องเช่นเดียวกัน ส่วนของณวรรษยังรอคำสั่งของศาลอุทธรณ์
.
กรณีของอรรถพล การยื่นประกันตัวทั้งสองคดีเป็นการยื่นครั้งที่ 4 โดยคำร้องขอประกันตัวทั้ง 2 ฉบับ ระบุสาระสำคัญว่า ปัจจุบันจำเลยได้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (กำไล EM) ตามคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างฎีกาของศาลฎีกาในคดีมาตรา 112 ของศาลจังหวัดภูเขียว ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวกับการใช้เสรีภาพในการแสดงออกเช่นเดียวกับคดีนี้
อีกทั้งคดีนี้ จำเลยเคยได้รับการประกันตัวและได้เข้าร่วมกระบวนพิจารณาคดี มาศาลตามกำหนดนัดทุกนัด ตลอดจนให้ความร่วมมือต่อกระบวนการยุติธรรมด้วยดีเสมอมา ไม่มีพฤติการณ์หลบหนีหรือกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไข ต่อมาจำเลยถอนประกันตนเองหลังจากที่ถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 ของศาลจังหวัดภูเขียว
เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตประกันในคดีหลักที่ถูกขังแล้ว กรณีจึงเป็นเหตุพิเศษที่ศาลอาญากรุงเทพใต้และศาลอุทธรณ์สมควรที่จะยกขึ้นมาพิจารณาการประกันตัวจำเลย
ช่วงเย็นในวันเดียวกัน วัฒนศักดิ์ ผิวขาว รองอธิบดีศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งยกคำร้องประกันตัวคดีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน โดยระบุว่า “กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม” ส่วนคดีปราศรัยในการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ศาลมีคำสั่ง “ส่งคำร้องไปยังศาลอุทธรณ์” ซึ่งต้องรอคำสั่งอีกประมาณ 2-3 วัน
จากนั้นวันที่ 8 ส.ค. 2569 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหามีอัตราโทษสูง การกระทำของจำเลยตามฟ้องส่งผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกและนับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอื่น หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี ประกอบกับศาลอุทธรณ์เคยไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์มาแล้วหลายครั้ง อีกทั้งศาลฎีกาเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์มาแล้วและเหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วตราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง”
.
ส่วนของณวรรษ การยื่นประกันตัวในคดีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน เป็นการยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวในการยื่นประกันครั้งที่ 4 ที่เคยยื่นไปเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2569 โดยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งฯ ระบุสาระสำคัญว่า ปัจจุบันจำเลยได้รับการประกันตัวและได้รับหมายปล่อยในคดีทั้งหมดไปแล้วทั้งสิ้น คงเหลือเพียงคดีนี้คดีเดียวที่ยังคงถูกคุมขังในระหว่างพิจารณาคดี ซึ่งก่อนหน้านี้จำเลยเคยได้รับการประกันตัวมาโดยตลอด และต่อมาได้ถอนประกันตนเองหลังถูกคุมขังในอีกคดีหนึ่ง (คดีมาตรา 112 ของศาลอาญา ปัจจุบันถูกขังครบกำหนดโทษแล้ว)
จำเลยยินยอมให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) และขอตั้งผู้กำกับดูแล คือ อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จึงขอให้ศาลอุทธรณ์กลับคำสั่งที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ประกันตัว
ในช่วงเย็น วัฒนศักดิ์ ผิวขาว รองอธิบดีศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่ง “ส่งคำร้องไปยังศาลอุทธรณ์” และต่อมา ทราบว่าระบบส่งสำนวนคดีของศาลอุทธรณ์มีปัญหา ทำให้ยังรอฟังคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในกรณีของณวรรษอยู่
.
ทั้งกรณีของณวรรษและอรรถพล ยังคงไม่ได้ประกันตัวในคดี ชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน แม้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลชั้นต้นก็ตาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนก็เคยได้รับการประกันตัวในคดีนี้ และไม่เคยผิดเงื่อนไขการประกันตัว และการคุมขังในครั้งนี้เป็นกรณีที่ทั้งสองคนเป็นผู้ยื่นถอนประกันตนเองหลังจากถูกคุมขังในคดีอื่น เพื่อให้นับวันขังไปพร้อมกัน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
