ศาลยกคำร้องประกันตัวคดี ม.112 ‘แอมป์’ ณวรรษ เหตุชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน แม้พ้นโทษคดีหลักแล้ว และเสนออาจารย์ ม.ศิลปากร เป็นผู้กำกับดูแล 

วันที่ 31 ก.ค. 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัว “แอมป์ ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา นักกิจกรรมที่ถูกคุมขังในคดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากเหตุชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน โดยระบุคำสั่งว่า “ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม” หลังจากที่ทนายความยื่นประกันตัวไปเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ นับว่าเป็นการยื่นประกันตัวครั้งที่ 4 ในคดีนี้แล้ว

กรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ณวรรษจะยังถูกคุมขังต่อไป แม้เขาถูกขังครบกำหนดโทษจำคุกคดีหลักในข้อหามาตรา 112 เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมาแล้ว และคดีที่ยื่นประกันตัวในวันนี้ เป็นคดีสุดท้ายที่เขายังมีหมายขังอยู่ อีกทั้งเป็นคดีที่เขายื่นถอนประกันตัวเองภายหลังจากการถูกคุมขังในคดีหลัก และปัจจุบันก็อยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์ และไม่มีคำพิพากษาออกมาแต่อย่างใด ในขณะที่ณวรรษถูกขังมามากกว่า 1 ปี 7 เดือนแล้ว

.

วันนี้ (31 ก.ค. 2569) ทนายความยื่นประกันตัวณวรรษในคดีมาตรา 112 จากเหตุชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมันเป็นครั้งที่ 4 หลังจากก่อนหน้านี้เคยยื่นประกันตัวไปเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2569 (ครั้งที่ 1), 13 ก.ค. 2569 (ครั้งที่ 2) และวันที่ 20 ก.ค. 2569 (ครั้งที่ 3)

คำร้องขอประกันตัวฉบับนี้ ระบุว่าจำเลยยินยอมให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) เพื่อเป็นหลักประกันว่าไม่มีเจตนาหลบหนี หรือจะไปกระทำความผิดซ้ำ หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น อีกทั้งมีอาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะในขณะที่จำเลยศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี เป็นผู้รับรองและกำกับดูแลให้จำเลยปฏิบัติตามคำสั่งและเงื่อนไขของศาลทุกประการ 

โดยสรุปจำเลยยืนยันว่า พฤติการณ์ที่ถูกคุมขังในคดีนี้ ไม่ได้เกิดจากพฤติการณ์ที่จำเลยจะหลบหนี จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จะก่อภัยอันตราย หรือเคยกระทำความผิดเงื่อนไขการประกันตัวในคดีนี้แต่อย่างใด ภายหลังจากจำเลยได้รับอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดีมาโดยตลอด การคุมขังครั้งนี้เนื่องจากจำเลยถอนประกันตนเอง หลังจากที่ถูกคุมขังในอีกคดีหนึ่ง (คดี ม.112 กรณีปราศรัยใน #ม็อบ13กุมภา64) และไม่ได้รับประกันตัว

ต่อมาในวันที่ 15 ส.ค. 2568 จำเลยยื่นขอประกันตัว เนื่องจากเข้าใจว่าจะคดีของตนจะเข้าเกณฑ์อภัยโทษฯ พ.ศ. 2568 และศาลก็อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี จากนั้นจำเลยไม่ได้เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับอภัยโทษฯ จึงได้ยื่นถอนประกันในคดีนี้เป็นครั้งที่สอง

ปัจจุบันจำเลยถูกคุมขังในคดี ม.112 กรณีปราศรัยใน #ม็อบ13กุมภา64 หากนับตั้งแต่วันที่จำเลยถูกขัง (9 ธ.ค. 2567) จนถึงวันที่ยื่นคำร้องฉบับนี้ (31 ก.ค. 2569) เป็นเวลา 1 ปี 7 เดือน 18 วัน ซึ่งเกินกว่าอัตราโทษในหมายจำคุกคดีถึงที่สุดแล้ว 

ส่วนคดีอื่นที่มีหมายขัง ได้แก่ คดี ม.112 เหตุชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี ปี 2564 ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์แล้ว ส่วนคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง เหตุชุมนุม #ม็อบ17ตุลา63 จำเลยพ้นโทษจำคุกและได้รับหมายปล่อยแล้ว คงเหลือเพียงคดีนี้คดีเดียวที่จำเลยยังคงถูกคุมขังในระหว่างพิจารณาคดี โดยศาลนี้ไม่อนุญาตให้ประกันตัว

เมื่อพิจารณาพฤติการณ์คดี ศาลนี้เคยอนุญาตให้ประกันตัวจำเลย และอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยอื่นในคดีนี้ซึ่งถูกฟ้องว่าร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์ การคุมขังจำเลยไว้ในระหว่างพิจารณาคดีย่อมกระทบสิทธิต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ทั้งยังกระทบสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานและปฏิบัติเสมือนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาจำคุกอันถึงที่สุด อีกทั้งในคดีนี้ไม่ปรากฏเหตุและพฤติการณ์ใด ๆ ที่เข้าเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 ที่ศาลจะไม่อนุญาตให้ประกันตัว

ก่อนถูกคุมขัง จำเลยเป็นผู้ติดเชื้อ HIV (Human Immunodeficiency Virus) ซึ่งเป็นไวรัสที่เข้าทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งมีเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 เป็นเป้าหมายหลัก เมื่อไวรัสทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกันเหล่านี้จนจำนวนลดลง ร่างกายจะไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคและอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่ติดเชื้อ HIV จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเจ็บป่วยรุนแรงหรือเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ 

ในปัจจุบันมียาต้านไวรัสที่ช่วยชะลอและควบคุมการแพร่เชื้อได้มากขึ้น แต่การป้องกันยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ควรตรวจสุขภาพและรับคำปรึกษาจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอ การคุมขังจำเลยไว้ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที ในสถานที่ที่มีความพร้อมทั้งอุปกรณ์ ยา และบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

.

ต่อมาในเวลา 14.29 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งยกคำร้อง ระบุว่า “พิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 13 ในระหว่างพิจารณา ส่วนที่อ้างว่าก่อนถูกคุมขังจำเลยที่ 13 เป็นผู้ติดเชื้อ HIV นั้น กรมราชทัณฑ์สามารถดูแลจัดการได้และหากจำเป็นต้องได้รับการรักษาเฉพาะด้านหรือถ้าคงรักษาพยาบาลในเรือนจำอาการจะไม่ทุเลาดีขึ้น ทางเรือนจำชอบที่จะส่งตัวจำเลยที่ 13 ไปรักษาที่โรงพยาบาลหรือสถานบำบัดนอกเรือนจำได้ ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์มาตรา 55 ข้ออ้างดังกล่าวจึงไม่มีนํ้าหนักเพียงพอให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง” ผู้พิพากษาที่ลงนามคำสั่งคือ สุวิทย์ พิพัฒนชัยพงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ 

ทั้งนี้ สำหรับคดี ม.112 เหตุชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ยังคงอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ โดยศาลอาญากรุงเทพใต้นัดสืบพยานครั้งถัดไปในวันที่ 8 ก.ย. 2569 เวลา 09.00 น.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

“ผมเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองและเป็นผู้ติดเชื้อ HIV” การเมือง ชีวิต ความหลากหลายทางเพศ และภาพสะท้อนการต่อสู้ในสายตาของ “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา 

‘แอมป์ ณวรรษ’ จะพ้นโทษคดี ม.112 ในสัปดาห์หน้า แต่อีก 3 คดีที่ถอนประกันตัวเองระหว่างถูกขัง ศาลยังไม่ให้ประกัน 

X