คืนแรกในเรือนจำของ “อติรุจ” หลังยุติการสู้คดี ม.112 

วันที่ 16 ก.ค. 2569 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทนายความเข้าเยี่ยม “อติรุจ” (สงวนนามสกุล) โปรแกรมเมอร์ วัย 29 ปี ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 จากกรณีตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ใส่ขบวนเสด็จของรัชกาลที่ 10 ขณะเคลื่อนออกจากศูนย์การประชุมสิริกิติ์ เมื่อปี 2565 ซึ่งถูกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา

การเยี่ยมอติรุจในวันนี้ เป็นเรื่องราวการใช้ชีวิตในเรือนจำวันแรกของเขา หลังตัดสินใจไม่ยื่นฎีกาต่อ แต่เดินเข้าเรือนจำตามคำพิพากษา โดยเขาไปที่ศาลอาญากรุงเทพใต้พร้อมทนายความและนายประกัน เพื่อถอนประกันตัวเอง ก่อนเข้ารับการส่งตัวเข้าเรือนจำในวันที่ 15 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา

.

วันนี้ ทนายความได้เข้าเยี่ยมอติรุจตอนช่วงประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่แจ้งว่าอติรุจยังอยู่แดนกักโรค จึงให้ทนายเยี่ยมผ่านจอภาพ ทนายสังเกตว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้สื่อสารไม่ค่อยเสถียร ในจอภาพฉายห้องเล็ก ๆ ที่มีกำแพงสีขาว ด้านหลังมีป้ายห้ามถ่ายรูปและบันทึกเสียง และมีเก้าอี้พลาสติก 1 ตัว ใช้เวลาไม่นานมากอติรุจก็ปรากฏตัวในชุดนักโทษสีน้ำตาลเปิดประตูเข้ามานั่งที่เก้าอี้ เขามีสีหน้าสงบนิ่ง

อติรุจขอให้เรียกเขาว่า “รุจ” ก็ได้ ตั้งแต่เข้าเรือนจำไปเมื่อวาน รุจเล่าว่าตัวเองมาถึงเรือนจำช่วงค่ำ ๆ ต้องถอดเสื้อผ้าและรองเท้าออก ส่วนเสื้อกันหนาวที่พกติดตัวมาด้วยก็โดนเอาไป และไม่แน่ใจว่าหากถึงตอนที่ต้องย้ายออกจากแดนกักโรคแล้ว จะได้เสื้อกันหนาวคืนหรือไม่

กระบวนการตรวจร่างกายเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหนึ่งในช่วงค่ำ เขาต้องเช็คประวัติและตรวจสุขภาพ หลังจากนั้นจึงจะได้กินข้าวและเข้าห้องน้ำ กว่าจะเสร็จและได้เข้าเรือนนอนก็ตอนประมาณ 4 ทุ่มแล้ว

รุจบอกว่า ห้องกักโรคไม่แออัดมาก มีคนนอนรวมกันประมาณ 19 คน ทราบว่าเป็นจำนวนกลาง ๆ เมื่อเทียบกับห้องอื่น ๆ ในเรือนนอน บางห้องเขาได้ยินว่าต้องนอนรวมกันถึง 25 คน รุจบอกว่าเขาได้ฟูกนอน ผ้าห่ม และหมอน แต่เนื่องจากอากาศไม่ได้เย็น เลยเอาผ้าห่มมาปูนอนด้วย ความสะอาดก็พออยู่ได้ ห้องเขามีทีวี แต่มันจะถูกปิดตอนเวลา 21.30 น. และจะต้องงดใช้เสียงด้วย 

เขาบอกว่าตัวเองจะต้องอยู่ในห้องกักโรค 5 วัน ไม่สามารถออกไปไหนได้ คืนแรกสำหรับเขาผ่านไปค่อนข้างช้า และหน้าห้องเขามีนาฬิกาตายอยู่ เลยทำให้ดูเวลาไม่ได้ เลยไม่รู้ว่ากี่โมงแล้ว

สำหรับเรื่องอาหารการกินมื้อแรกในเรือนจำ เกิดขึ้นเมื่อวาน (15 ก.ค.) รุจบอกว่าอาหารและรสชาติโอเค มีโปรตีน เนื่องจากเป็นอาหารที่จัดไว้แยกสำหรับคนที่เข้ามาใหม่ แต่เมื่อเช้าอาหารค่อนข้างจืด

สำหรับความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมห้องและผู้คุม รุจบอกว่าเพื่อนร่วมห้องเขาตอนนี้โอเค ไม่มีใครมีปัญหาหรือทัศนคติไม่ดีกับผู้ต้องขังคดี ม.112 ตอนเข้ามาเขาก็ได้พูดคุยกับเพื่อนในห้องโดยแนะนำตัวกันว่าโดนโทษอะไรกันมา ติดกี่ปี ด้านผู้คุมก็ปฏิบัติกับเขาดี ไม่มีปัญหาอะไร

ระหว่างคุยกันกับทนาย รุจไอค่อนข้างเยอะ จึงสอบถามว่าเขาว่าป่วยหรือไม่ เขาบอกว่าก่อนเข้าเรือนจำวันสองวันที่ผ่านมา เขาเพิ่งไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ร่างกายน่าจะกำลังปรับตัว โดยตอนนี้เขามีอาการคันคอและไอ เขาบอกว่าหลังจากคุยกับเราเสร็จจะไปขอยามากิน

อติรุจบอกว่าเขาเตรียมตัวเตรียมใจในการเข้ามาถูกคุมขัง และบอกทางครอบครัวไว้แล้วว่ามาเยี่ยมได้ตามสะดวก ไม่ต้องมาเยี่ยมบ่อย ๆ ก็ได้ ไม่อยากให้เป็นห่วง

.

การถูกคุมขังของอติรุจ ทำให้จำนวนผู้ถูกคุมขังในคดีจากการแสดงออกทางการเมือง เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนอย่างน้อย 55 คน (เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 31 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน)

.

ย้อนดูบทสัมภาษณ์อติรุจก่อนเข้าเรือนจำ

“สิ่งที่ผมทำคือแค่ออกไปพูด” การตัดสินใจเดินเข้าเรือนจำของ”อติรุจ” จำเลยคดี ม.112 คดี “ไปไหนก็เป็นภาระ”

X