“สิ่งที่ผมทำคือแค่ออกไปพูด” การตัดสินใจเดินเข้าเรือนจำของ”อติรุจ” จำเลยคดี ม.112 คดี “ไปไหนก็เป็นภาระ”

ปี 2565 “อติรุจ” (สงวนนามสกุล) ต้องตกเป็นจำเลยคดีมาตรา 112 จากกรณีตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ใส่ขบวนเสด็จของรัชกาลที่ 10 ขณะเคลื่อนออกจากศูนย์การประชุมสิริกิติ์

แม้เขาจะรับสารภาพในชั้นสืบพยาน เป็นการกระทำความผิดครั้งแรก มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก จำคุกทั้งสิ้น 1 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ในวัย 29 ปี อติรุจตัดสินใจยุติการต่อสู้คดี ไม่ยื่นฎีกาต่ออีก วันที่ 15 ก.ค. 2569 อติรุจ ทนายความ พร้อมด้วยนายประกัน เดินทางไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อถอนการประกันตัวและถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ เพื่อรับโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์

แม้เขาจะรับสารภาพและกำลังจะเดินหน้าเข้ารับโทษตามกระบวนการยุติธรรม เขาก็ยังยืนยันหนักแน่นว่าสิ่งที่เขาทำก็เป็นเพียงแค่การพูด ซึ่งไม่มีควรมีใครต้องถูกขังและต้องลี้ภัยเพียงเพราะแค่พูดเรื่องนี้

.

.

ย้อนอ่านบทสัมภาษณ์อติรุจ

คดี ‘112’ จากขบวนเสด็จฯ เมื่อถ้อยคำจำกัดเพียงการสรรเสริญ  ‘ไปไหนก็เป็นภาระ’ จึงถูกดำเนินคดี

.

X