วันที่ 25 ก.พ. 2569 ทนายความเดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เข้าเยี่ยม “เวหา แสนชนชนะศึก” ผู้ต้องขังในคดีตามมาตรา 112 วัย 41 ปี โดยเขาถูกลงโทษใน 3 คดี รวมจำคุก 6 ปี 36 เดือน หรือประมาณ 9 ปี โดยคดีสิ้นสุดลงทั้งหมดแล้ว
การพบกันครั้งนี้เวหาเดินออกมาด้วยสีหน้าค่อนข้างสดใส ไม่ได้อัปเดตเรื่องราวกันนาน จึงมีเรื่องให้พูดคุยอีกมาก ทั้งเรื่องข่าวการเลือกตั้งที่เวหาติดตามได้เพียงผ่าน ๆ จากที่เจ้าหน้าที่เปิดให้ดูบ้าง เรื่องรูปแม่ที่แก่ลงมากจนรู้สึกสะเทือนใจ และเรื่องที่กังวลที่สุดในขณะนี้ คือความคืบหน้าของการยื่นขอพักโทษที่ยังเงียบงัน ขณะที่เพื่อนผู้ต้องขังคนอื่นซึ่งยื่นพร้อมกันได้รับแจ้งผลไปแล้ว
เวหายังสะท้อนคำพูดถึงความรู้สึกย้อนแย้งของเวลาที่เดินช้าสำหรับคนรอพ้นโทษ แต่โลกข้างนอกกลับเดินเร็วจนตามไม่ทัน สุดท้ายสิ่งที่เขาสื่อสารออกมาในวันนี้ไม่ใช่ความท้อ แต่เป็นความต้องการพักหายใจ หากได้ออกมา ก่อนจะตัดสินใจว่าควรจะทำอะไรต่อไป
_________________________________
เมื่อเข้าไปถึงห้องเยี่ยม เวหาเดินออกมาด้วยสีหน้าสดใส ยกมือสวัสดีกัน แล้วเลือกที่ว่างสักจุดเป็นที่พูดคุย ก่อนที่บทสนทนาจะเริ่มขึ้น
เวหาอยากทราบข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เขาบอกว่าทราบผลการเลือกตั้งคร่าว ๆ และทราบข่าวถึงข้อพิรุธของ กกต. บ้าง ก่อนเล่าเพิ่มว่าตอนนี้ กกต. ประกาศผลอย่างเป็นทางการแล้ว แต่สิ่งที่ตามมาประเด็นรหัสบัตรต้นขั้วและบาร์โค้ดที่ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ ยังเป็นเรื่องที่สังคมจับตามอง เวหาบอกว่าได้ยินข่าวผ่าน ๆ ตามที่เจ้าหน้าที่เปิดดูบ้าง แต่ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก จึงมีการบอกเล่าสถานการณ์ถึงเรื่องดังกล่าว
เวหาแสดงความเห็นว่าถ้าข้อมูลนั้นเชื่อมโยงจนรู้ได้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร จะมีคนยอมจ่ายเงินซื้อข้อมูลนี้แน่ ๆ และจะกลายเป็นข้อมูลที่ให้คุณให้โทษคนไปได้อีกมาก กกต. ไม่ควรทำแบบนี้เลย
เขาพูดต่อว่าตัวเองไม่ได้มีปัญหาเรื่องผลการเลือกตั้ง ถ้าเดินไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ก็จะเห็นเองว่าทิศทางสถานการณ์เป็นยังไง ซึ่งดูเหมือนจะไปทางฝั่งอนุรักษ์นิยมกัน แต่ก็ตะขิดตะขวงตรงที่บรรดา สส. บางพื้นที่ยังเป็นหน้าเดิม แค่เปลี่ยนพรรคที่สังกัด โดย สส. ที่บ้านเขา (พิษณุโลก) ก็ค่อนข้างเป็นแบบนั้น ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนจากเดิมจริง ๆ หรือไม่
จากนั้นได้แจ้งว่าในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ทางทีมงาน Freedom bridge เดินทางไปพบแม่ของเวหาที่พิษณุโลก และนำรูปมาให้ดูด้วย เวหาน้ำตาคลอ ตาแดงขึ้น พูดว่ารูปนี้แม่ดูแก่มากเลย จากนั้นจึงถ่ายทอดข้อความที่รับมาจากแม่ให้เวหาฟัง เวหายิ้มแล้วฝากบอกกลับไปว่าคิดถึงแม่ด้วย
เขาพูดเหมือนกำลังคุยกับตัวเองอีกว่า พอเห็นรูปแบบนี้แล้วสะเทือนใจ เพราะแม่ดูแก่ลงจากเมื่อก่อนที่จะเข้ามามาก แม่กลายเป็นหญิงชราไปแล้ว
เวหาละสายตาจากรูปแล้วพูดว่า ไม่รู้ออกไปโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ต้องฝึกการใช้ชีวิตใหม่ อาจจะต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพราะโลกตอนนี้คงเดินไปไกลและเร็วมาก แต่ในขณะเดียวกัน คนที่รอพ้นโทษอย่างเขา เวลากลับเดินช้ามาก เป็นความย้อนแย้งแต่ก็เป็นความจริง ว่าพอเดินช้า ก็ตามโลกที่เดินเร็วไปข้างหน้าไม่ทัน
เวหากังวลเรื่องยื่นขอพักโทษที่ยังเงียบ ขณะที่เพื่อนผู้ต้องขังคนอื่นที่ยื่นพร้อมกันได้รับแจ้งผลแล้ว โดยสอบถามว่ายังต้องติดตามว่าทางสำนักงานคุมประพฤติพิษณุโลกส่งเอกสารมาหรือยัง เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป ทั้งนี้เวหาได้ลองยื่นขอพักโทษไปก่อนหน้านี้ โดยยังไม่แน่ชัดว่าจะได้หรือไม่ เนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้ในคดีมาตรา 112 ทางคณะกรรมการของราชทัณฑ์จะไม่อนุญาตให้พักโทษ
นอกจากนี้เขายังสนใจอัปเดตสถานการณ์ภายนอก โดยเฉพาะเรื่องสถานการณ์คดีมาตรา 112 ที่ศาลฎีกาตีความคุ้มครองไปถึงอดีตพระมหากษัตริย์ โทษของ “อานนท์ นำภา” ที่รวม 31 ปีแล้ว และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่วุ่นวายจากนโยบายภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์
ก่อนจากกันถามเวหาว่าอยากสื่อสารอะไรต่อภายนอกไหม เขานิ่งคิดสักครู่แล้วบอกว่ายังคิดอะไรไม่ออก แต่ที่คิดได้คือการพยายามต่อสู้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตอนแรกรู้สึกว่าคาดหวังกับกลไกต่าง ๆ ได้ ทั้งทางคดีและทางการเมือง แต่สุดท้ายก็เหมือนหวังอะไรไม่ได้เลย ท้ายที่สุดหลายคนที่โดนคดีก็ต้องถูกเข้าสู่กระบวนการที่เขาบีบให้เป็น นึกไม่ออกว่าจะขับเคลื่อนยังไงได้บ้าง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ท้อ แค่ตอนนี้อยากพักก่อน อยากออกไปพักกายพักใจ
จนถึงปัจจุบัน (3 มี.ค. 2569) เวหาถูกคุมขังมาแล้ว 1,021 วัน หรือ 2 ปี 9 เดือน 26 วัน ยังเหลือโทษจำคุกอีกราว 6 ปี
.
ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงเวหา และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
“เราต้องรณรงค์ต่อ”: 2 ปีของเวหา วันเวลาที่รอคอยนิรโทษกรรม รวม ม.112 ในเรือนจำ
