ชวนรู้จัก ‘วชิระ’ ก่อนศาลอาญานัดฟังคำสั่งคดีแฮ็กเว็บศาล รธน. เป็น Kangaroo Court หากศาลไม่รับรองฎีกา ต้องเข้าเรือนจำทันที

วันพรุ่งนี้ (24 ก.ย. 2568) เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 609 ศาลอาญานัดฟังคำสั่งในคดีของ “วชิระ” (สงวนนามสกุล) ที่ถูกฟ้องในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5, 7, 9 และ 10 กรณีแฮ็กเข้าไปเปลี่ยนแปลงหน้าเว็บไซต์ของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเว็บเป็น ‘Kangaroo Court’ และได้ฝังคลิปวิดีโอเพลงจากยูทูป ชื่อว่า ‘Guillotine (It goes Yah)’ โดยศิลปิน Death Grips เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2564 หลังจากศาลมีคำวินิจฉัยในคดีล้มล้างการปกครองของแกนนำราษฎร

ในวันพรุ่งนี้ หากศาลมีคำสั่ง ‘ไม่รับรองฎีกา’ ทำให้คดีจะสิ้นสุดลงตามคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ วชิระจะถูกบังคับโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือนทันที หรือในกรณีที่ศาลอ่านคำสั่งว่ารับรองฎีกาของเขา วชิระก็จะมีโอกาสสู้คดีในชั้นฎีกาต่อ

.

วชิระ ปัจจุบันอายุ 38 ปี เป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี จบการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เขามีความสนใจและชอบงานวาดการ์ตูน และแอนิเมชั่น หลังเรียนจบมาจึงทำงานเป็นฟรีแลนซ์ รับงานทำแอนิเมชั่นตามที่เขาสนใจ แต่หลังจากเขาถูกดำเนินคดี ทำให้เขาไม่สามารถรับงานได้อีก เนื่องจากการวางแผนชีวิตของเขาถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 

ศูนย์ทนายฯ มีโอกาสสัมภาษณ์วชิระ ถึงชีวิตส่วนตัวและจุดเปลี่ยนในชีวิตหลังกลายเป็นจำเลยคดีแฮ็กเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ ช่วงหนึ่งเขาเล่าถึงความสนใจทางการเมืองให้ฟังว่า

“ผมเริ่มสนใจการเมืองตอนที่มีชุมนุมพันธมิตรฯ นะ เพราะช่วงพันธมิตรฯ มันก็เริ่มมีการโจมตีกัน แล้วก็แฉลบไปหาสถาบันบ้างใช่ไหม เราก็อยากรู้ตอนนั้น” วชิระมีความคับข้องใจเมื่อพูดถึงการเมืองไทย โดยเฉพาะบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญ “ที่ตอนนั้นยุบไทยรักไทย ยุบพลังประชาชน ต่อมาหยุดโครงการรถไฟความเร็วสูง เราคิดว่าทำไมคนไม่กี่คนถึงมากำหนดชะตาชีวิตของคนอื่นได้”

เขาอธิบายถึงหลักการแบ่งอำนาจสามฝ่าย ได้แก่ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ แต่ในความเห็นของเขา ตุลาการกลับมีอำนาจเหนือกว่าอีกสองฝ่ายที่มาจากประชาชนโดยตรง “นิติบัญญัติก็คือเลือกจากประชาชน บริหารก็คือเลือกจากประชาชน โดยมอบอีกทีหนึ่ง แต่ว่าทำไมประชาชนไม่สามารถตัดสินอะไรได้เลย”

แต่วชิระยังมีความหวังและความเชื่อในการเปลี่ยนแปลง เขาดูมีความหวังขึ้นเมื่อพูดถึงขบวนการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ “ช่วงม็อบเยาวชนปลดแอก ผมเห็นด้วยกับเขานะ รู้สึกดีที่เด็กสมัยนี้กล้าแสดงออกขนาดนี้ รุ่นผมไม่มีหรอก อาจารย์มาด่าทักษิณให้ฟังทุกวัน เรายังไม่กล้าพูดอะไร ผมคิดว่าเขาก็คงคิดว่าอยากให้มันจบในรุ่นเขา เพื่อให้รุ่นต่อไปอยู่สบายขึ้น เป็นความคิดที่ selfless คือไม่ได้คิดถึงตัวเองมากเกินไป แต่คิดถึงประโยชน์ของคนรุ่นต่อไปด้วย ผมชื่นชมมาก”

เมื่อพูดถึงชีวิตหลังถูกดำเนินคดี วชิระเล่าว่า “ผมทำงานเป็นอนิเมเตอร์อยู่ แต่หลังจากถูกตั้งข้อหา ผมไม่ได้รับงานเลย เราไม่รู้ว่าศาลจะเรียกตัวเมื่อไหร่ จะมีอะไรเกิดขึ้นตอนไหน วางแผนชีวิตไม่ได้เลย ช่วงหลังโควิดลงมา ประมาณปี 2565 ที่ญี่ปุ่นเริ่มรับอนิเมเตอร์ต่างชาติเยอะขึ้น ทำงานแบบระยะไกลได้ด้วย มีโปรดิวเซอร์ญี่ปุ่นที่เป็นเหมือนล่ามให้ เราไม่จำเป็นต้องพูดภาษาญี่ปุ่นได้ บางทีเรานั่งอยู่บ้าน รับงานจากโน่นมา ตอนนี้ในญี่ปุ่นมีอนิเมเตอร์ต่างชาติเยอะมาก ผมอยากไปอยู่จุดนั้น แต่เราไม่สามารถวางแผนได้ เพราะมีคดีติดตัว”

ก่อนบทสนทนามาถึงเรื่องครอบครัว วชิระเล่าว่า “เขาก็คงเป็นห่วง แต่ส่วนใหญ่เขาพยายามไม่คุยเรื่องละเอียดอ่อนกับผมเท่าไหร่ คือความเป็นโรคซึมเศร้าด้วย ผมว่าเขาเป็นห่วงมาก” ความรักและความห่วงใยที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่สัมผัสได้ผ่านความเงียบและการไม่รบกวน

ส่วนปัญหาหากเขาต้องถูกคุมขัง เรื่องหลักไม่ใช่เรื่องการอาหารการกิน หรือความเป็นอยู่ แต่เป็นเรื่องความรู้สึกอึดอัดจากการอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายโดยไม่มีพื้นที่ส่วนตัวเสียมากกว่า “เรื่องยา การกินไม่เท่าไหร่ แต่การนอน มันนอนรวมกันหลายคน ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบอยู่กับคนเยอะด้วย ตรงนี้น่าจะยากที่สุด” 

“คดีของผมเหลือเวลาอีกไม่มากที่จะได้ใช้ชีวิตอิสระก่อนจะรู้ผลคดี” วชิระเคยกล่าวไว้

อ่านบทสัมภาษณ์วชิระต่อ > ชีวิตนอกโลกดิจิทัล ของ “วชิระ” ผู้หลงใหลในโค้ดและฟิสิกส์ ก่อนเผชิญคดีเพราะเปลี่ยนหน้าเว็บศาลรัฐธรรมนูญเป็น ‘Kangaroo Court’

สำหรับที่มาที่ไปของคดีนี้ หลังจากเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2564 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย กรณีการชุมนุมปราศรัย 10 ข้อเสนอปฎิรูปสถาบันกษัตริย์ของ อานนท์ นำภา, “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล คำวินิจฉัยของศาลระบุว่า เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คำวินิจฉัยในวันดังกล่าว ส่งผลให้ในวันต่อมา (11 พ.ย. 2564) คำว่า ‘Kangaroo Court’  ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์เว็บไซต์ของศาลรัฐธรรมนูญ ถูกเปลี่ยนชื่อเว็บเป็น ‘Kangaroo Court’ และได้ฝังคลิปวิดีโอเพลงจากยูทูป ชื่อว่า ‘Guillotine (It goes Yah)’  โดยศิลปิน Death Grips จนกลายเป็นกระแสติดเทรนด์ยอดนิยมบนแพลตฟอร์มทวิตเตอร์ และเกิดการตั้งคำถามจากสังคม ตลอดจนการตามหาตัวแฮ็กเกอร์คนนี้มากมายบนโลกอินเตอร์เน็ต

.

สองวันหลังเกิดเหตุ วันที่ 13 พ.ย. 2564 ตำรวจจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) ได้บุกเข้าค้นบ้านของวชิระในจังหวัดอุบลราชธานี และได้นำตัวไปสอบปากคำโดยไม่มีทนายความอยู่ด้วย ซึ่งเขาได้รับสารภาพว่าได้เข้าไปแฮ็กเว็บไซต์จริง

ต่อมาในเช้าวันที่ 14 พ.ย. 2564 ตำรวจหลายหน่วยงานได้นำหมายจับจากศาลอาญาเข้าจับกุมวชิระในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ก่อนถูกนำตัวไปที่ สภ.วารินชำราบ และนำตัวไปดำเนินคดีที่กรุงเทพฯการสอบสวนเริ่มขึ้นในช่วงกลางดึกของวัน หลังจากวชิระได้พบและปรึกษาทนายความแล้ว เขาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งในชั้นสอบสวน ศาลอนุญาตให้วชิระประกันตัว 

ต่อมาในวันที่ 29 ธ.ค. 2564 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องต่อศาลอาญา และในนัดตรวจพยานหลักฐาน เขาตัดสินใจรับสารภาพตามฟ้อง แต่อย่างไรก็ตาม สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมในกรณีที่ทำให้ระบบเว็บไซต์เกิดความเสียหายและไม่สามารถทำงานได้ เป็นจำนวนเงิน 10,000,000 บาท ศาลได้ให้สิทธิจำเลยสามารถสู้ในส่วนแพ่งจากกรณีดังกล่าวได้ วชิระประสงค์สู้คดีในส่วนแพ่ง จึงมีการสืบพยานไปหนึ่งนัด

.

วันที่ 18 ส.ค. 2565  ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เห็นว่าการกระทำของจำเลย ทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย ทำให้ระบบไม่สามารถให้บริการได้ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการยุติธรรม การกระทำของวชิระเป็นการจงใจทำลายภาพลักษณ์และศรัทธาของประชาชน  ในส่วนคดีอาญาให้จำคุก 3 ปี จำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์  

ส่วนในคดีแพ่งเห็นว่ามีค่าเสียหายจากการต้องจ้างคนเข้ามาแก้ไขระบบเป็นเงิน 848.3 บาท ต่อวัน ให้จ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 87,227 บาท พร้อมดอกเบี้ย 5% ต่อปี 

ต่อมา เมื่อต้นปีนี้ (21 ม.ค. 2568) ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ส่วนในคดีแพ่ง ให้จ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 87,227 บาท แต่พิพากษาแก้อัตราดอกเบี้ยเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 แต่ไม่มากกว่าร้อยละ 5  โดยเขาได้รับการประกันตัวต่อมา 

.

ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย. 2568) เป็นอีกครั้งที่วชิระต้องเดินทางมาศาลอาญาตามที่ได้รับหมายนัดฟังคำสั่ง ประชาชนที่สนใจสามารถไปร่วมสังเกตการณ์การพิจารณาคดีและให้กำลังใจวชิระได้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ชีวิตนอกโลกดิจิทัล ของ “วชิระ” ผู้หลงใหลในโค้ดและฟิสิกส์ ก่อนเผชิญคดีเพราะเปลี่ยนหน้าเว็บศาลรัฐธรรมนูญเป็น ‘Kangaroo Court’

ย้อนรอย Kangkaroo Court : ก่อนวันพิพากษา 18 สิงหา คดีแฮ็กเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญที่ถูกเรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน

X