เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2568 ทนายความได้เข้าเยี่ยม “ทิวากร วิถีตน” เกษตรกรชาวขอนแก่นวัย 49 ปี ที่กำลังถูกคุมขังในทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ระหว่างการยื่นฎีกาในคดีมาตรา 112
ทิวากรตกอยู่ในสถานการณ์นี้ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 2567 หลังศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่เคยยกฟ้อง โดยให้ทิวากรมีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) รวม 3 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี แต่เนื่องจากทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 6 ปี
ที่ผ่านมาทั้งครอบครัวและทิวากรได้ยื่นขอประกันระหว่างฎีกาไปถึง 9 ครั้งแล้ว แต่ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตตลอดมา เห็นว่ากรณียังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ทำให้ทิวากรถูกคุมขังมากว่า 1 ปี 1 เดือนแล้ว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2568 ทิวากรได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวเองผ่านระบบของเรือนจำ ระบุเงื่อนไขประกันว่า ยินยอมติด EM ทั้งอ้างเหตุผลว่าต้องการออกไปช่วยงานคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่ตนเป็นศิษย์เก่า ประกอบกับมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งโดยอยู่กับบิดามารดา โดยยังอยู่ระหว่างรอคำสั่งศาลฎีกา
การพบกันครั้งนี้ จากคำบอกเล่าของทิวากร เขามีสุขภาพที่ดีขึ้น แม้จะรู้สึกว่าความคิดอ่านช้าลงกว่าเดิม แต่ขวัญกำลังใจยังดีอยู่ ทิวากรยังพูดถึงชีวิตในเรือนจำ ทั้งเรื่องการปรับตัว การทำงาน และความสัมพันธ์กับเพื่อนผู้ต้องขัง รวมถึงการที่เขายังคงมั่นคงในความเชื่อทางการเมืองเหมือนเดิม อีกทั้งยังฝากขอบคุณทุกคนที่ติดตามและให้กำลังใจเขาในฐานะผู้ต้องขังทางการเมือง
____________________
เมื่อถามถึงสุขภาพหลังจากที่เคยป่วยเมื่อเดือนที่แล้ว ทิวากรตอบว่า ตอนนี้สุขภาพก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ มีอาการปวดกล้ามเนื้อและไออยู่บ้าง แต่ยังไม่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะอีก ซึ่งเขาคิดว่ายังไม่ถึงขนาดต้องไปหาหมอ และก็ไม่ได้กินยาอะไร ส่วนมากรักษาด้วยตัวเอง รวมทั้งรักษาความสะอาด ก่อนพูดถึงการเรียนรู้ ‘ภูมิปัญญาในคุก’ ว่าด้วยการดูแลสุขภาพ เช่น มีแผลอะไรก็ใช้ผงซักฟอกขัดเอา หรือใช้น้ำมันมวยทาตุ่มที่เกิดในบริเวณร่มผ้า
แม้ก่อนหน้านี้อดีตนักเรียนวิศวกรรมศาสตร์ระบายความกังวลว่า ตั้งแต่ถูกคุมขังมาความคิดความอ่านล่าช้าลง แต่เขายืนยันว่าขวัญกำลังใจยังดีอยู่ เขายอมรับว่า เวลาที่อยู่ในเรือนจำนั้นสูญเสียไปเปล่า ๆ แต่เขาก็พยายามใช้ให้มันหมดไปกับการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายทุกวัน “ทุกวันนี้ที่สุขภาพดีขึ้นเพราะว่าออกกำลังกายเพิ่มเติมจากที่เรือนจำให้ทำกายบริหาร แต่ว่าพื้นที่ในเรือนนอนน้อยมาก ผมก็เลยต้องคิดท่าออกกำลังกายที่ไม่ต้องเคลื่อนที่ โดยย่ำขาทั้งสองข้างอยู่กับที่และขยับส่วนบน พร้อมกับร้องเพลงประกอบท่าออกกำลังกายเอง”
เพลงที่เขาใช้ประกอบการออกกำลังกาย ได้แก่ หนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ, รักจางที่บางปะกง, ฮักสาวขอนแก่น หรือเพลงของพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
ส่วนเรื่องการนอนหลับ ทิวากรบอกว่า นอนหลับปกติดี ระยะหลังมาเขาฝันแต่เรื่องไร้สาระ ไม่ได้ฝันเรื่องสำคัญหรือน่าตื่นเต้นอะไร โดยเขายังนอนอยู่ข้างห้องน้ำเหมือนเดิม ขณะที่เรือนนอนก็แออัดแบบนอนไหล่ชนไหล่ไม่เปลี่ยนแปลง
หลังจากผ่านไปกว่า 1 ปี ทิวากรบอกว่า ตอนนี้ปรับตัวได้แล้ว มีเพื่อนอยู่ประมาณ 4-5 คน แต่มีเพื่อนที่พูดคุยกันได้ 4- 5 คน เมื่อก่อนมีคนหมู่บ้านเดียวกันมาเป็นเพื่อนแต่ว่าพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง เวลาทิวากรคุยอะไรเขาก็จะบอกว่า ทิวากรพูดไม่รู้เรื่อง และเมื่อทิวากรคุยเรื่องการเมือง เขาก็บอกว่าอย่าพูด แล้วจะมีท่าทางหงุดหงิด
สำหรับกิจกรรมในกองงาน ตอนนี้เขาได้เริ่มงานใหม่ “กิจกรรมเป็นการจัดพานพุ่ม ตอนแรกคิดว่าเราจะทำไม่ได้เพราะว่าเป็นงานที่ต้องให้ความละเอียด ประณีต ทำไปทำมาก็ทำได้ ก่อนหน้านี้ผมก็ทำปอกกระเทียม เย็บผ้าเย็บดอกไม้”
การอ่านหนังสือในเรือนจำยังเป็นเรื่องยากลำบาก ทิวากรพยายามอ่านหนังสืออยู่ตลอดแต่หนังสือในห้องสมุดมีแต่หนังสือที่ไม่น่าสนใจ ทั้งไม่สามารถเอาหนังสือเข้าเรือนนอนได้ ในภาพรวมบรรยากาศยังไม่ส่งเสริมให้ผู้ต้องขังสนใจอ่านหนังสือมากนัก
ทนายได้แจ้งข่าวคดีมาตรา 112 ของไผ่ จตุภัทร์ กับ ครูใหญ่ อรรถพล ที่ถูกศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำคุก หลังจากทราบข่าวทิวากรดูนิ่งไป ก่อนฝากกำลังใจให้ทั้งสองคน ทิวากรยังสนใจสอบถามข่าวคราวของคนรู้จักและนักกิจกรรมโดยเฉพาะเอกชัย หงส์กังวาน “ปกติคุณเอกชัยจะส่งจดหมายมาหาผมทุกเดือนเป็นประจำ แต่ว่าล่าสุดผมยังไม่ได้จดหมาย ไม่รู้เพราะอะไร”
สำหรับครอบครัว “พ่อกับแม่มาเยี่ยมตามปกติ 1-2 เดือนครั้ง” นอกจากครอบครัว ยังมีคนที่ไม่รู้จักแต่อุดมการณ์เดียวกันมาเยี่ยม มาให้กำลังใจ ทำให้ทิวากรรู้สึกดีมาก
ช่วงท้าย ๆ ของการพูดคุย ทิวากรยังยืนยันว่า การถูกคุมขังไม่ได้ทำให้เปลี่ยนแปลงมุมมองทางการเมือง เขาย้ำ “ผมไม่ได้เปลี่ยนแปลงความคิดอะไร ยังคงคิดเหมือนเดิม” สำหรับการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม เขาเชื่อว่า “ต้องรอให้สังคมเปลี่ยนเหมือนที่เคยบอก ต้องให้ทุกคนพร้อมใจกันเปลี่ยนถึงจะเปลี่ยนได้” ทั้งความหวังของเขายังคงอยู่ที่การรอคอย ต้องรอให้ผู้มีอำนาจคิดได้ ท้ายที่สุด เมื่อถามว่ามีอะไรอยากจะบอกกับคนข้างนอกที่กำลังติดตามคดีนี้ ทิวากรตอบอย่างเรียบง่าย “ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจ ขอบคุณจากใจจริง”
.
จนถึงปัจจุบัน ( 16 ก.ย. 2568) ทิวากรถูกคุมขังระหว่างฎีกาที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นมาแล้ว 399 วัน หรือ 1 ปี 1 เดือน 4 วัน
.
สามารถเขียนจดหมายออนไลน์ถึงทิวากร ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล
และสามารถเขียนจดหมายหรือโปสการ์ดถึงทิวากร ได้โดยตรงตามที่อยู่ ‘ทิวากร วิถีตน’ เลขที่อยู่ 117 ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ถ.ศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ไปรษณีย์ 40000
หรือหากสนใจบริจาคหนังสือส่งไปได้ที่ ห้องสมุดพร้อมปัญญา ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น 117 ถนนศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ไปรษณีย์ 40000
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
“เขาจะขังเราไว้ทำไม”: หนึ่งปีแห่งชีวิตของ “ทิวากร” ผู้ต้องขังคดี ม.112 ในระหว่างสู้ฎีกา
