“ยังแข็งแรงดี ยังต่อสู้เหมือนเดิม”: ‘บัสบาส’ กลับมาดูแลร่างกาย ท่ามกลางความท้าทายหลังสภาคว่ำร่างนิรโทษกรรม รวมคดี ม.112

ในช่วงเดือนกรกฎาคมและต้นเดือนสิงหาคม 2568  ที่เรือนจำกลางเชียงราย ทนายความเข้าเยี่ยม “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร นักกิจกรรมในจังหวัดเชียงรายวัย 32 ปี ผู้ถูกคุมขังในคดีตามมาตรา 112 หลังถูกศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกในสามคดีรวมกัน 54 ปี 6 เดือน โดยทุกคดียังอยู่ในระหว่างฎีกา

.

ก่อนหน้านี้ บัสบาสได้อดอาหารประท้วงในเรือนจำ ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 32 ปีของเขา โดยเขายังดื่มกาแฟ นม และน้ำ เพื่อต้องการเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด

ช่วงเดือน ก.ค. 2568 ที่ทนายความเข้าพบ บัสบาสดูอ่อนเพลียไม่ค่อยมีแรง  เขาเล่าให้ฟังว่า ช่วงที่ถูกย้ายไปเรือนจำกลางเชียงใหม่ช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่กักตัวเขาไว้แดนพยาบาล จึงไม่สามารถทาน นม กาแฟและโยเกิร์ตได้ ทำให้อาการของเขาทรุดลงอย่างรวดเร็ว มีอาการตัวเหลือง หายใจไม่ทั่วท้อง ใจสั่น และเขายังไม่ได้รับยาโรคซึมเศร้าซึ่งจำเป็นต้องกินเป็นประจำตามใบสั่งแพทย์ ทำให้มีอาการข้างเคียงอย่างมาก กระทั่งหลังจากถูกย้ายกลับมาเรือนจำกลางเชียงราย ช่วงปลายเดือน มิ.ย. 2568 บัสบาสจึงตัดสินใจกลับมาทานอาหารอ่อน เช่น โจ๊ก และขนมบางเวลา สลับกับพยายามอดอาหารต่อ

ผลจากการกลับมาทานอาหารและอดสลับกัน ทำให้ช่วงเดือน ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา บัสบาสน้ำหนักขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงที่กลับมาทานอาหารอ่อน เขาคาดว่าเป็นอาการของภาวะโยโย่ เอฟเฟค (Yo-Yo Effect) เนื่องจากร่างกายเสียสมดุลในการเผาผลาญพลังงาน ก่อนต่อมาเขาจะยุติการอดอาหารในที่สุด 

ก่อนหน้านี้ บัสบาสตั้งใจจะขอพยายามอดอาหารให้นานที่สุด แต่ในอีกด้านหนึ่งเขาก็พยายามประคับประคองร่างกายให้ต่อสู้ได้นานที่สุดเช่นกัน อย่างไรก็ตามเขาไม่อยากให้คนภายนอกคิดว่าเขายอมแพ้ในการต่อสู้หลังจากเขากลับมาทานอาหารแล้ว

“การประกาศยุติการอดอาหารในครั้งนี้ ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นเพียงการลองผิดลองถูกในการต่อสู้ แบบอหิงสา การแสดงออกทางการเมืองตามอุดมคติของผม”

บัสบาสยืนยันว่าเขาจะยังคงต่อสู้เหมือนกับทุกคนที่ร่วมชะตากรรมอยู่ในเรือนจำ ซึ่งแม้ทุกคนต่างเหนื่อยและท้อแท้ แต่ก็ยังต่อสู้กันเหมือนเดิม  

เขายังคงเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนร่วมชะตากรรมที่โดนคดีทางการเมือง และฝากความคิดถึงทุกคน ขอฝากกับสังคม

“อย่าลืมในวันที่เราตาสว่าง แล้วสักวันนึงเราคงได้พบกันอีก”

.

หลังจากบัสบาสทราบข่าวสภาโหวตคว่ำร่างนิรโทษกรรม ฉบับรวมคดี ม.112 เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บัสบาสเตรียมใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาบ้างแล้ว โดยเขาคาดเดาไว้ก่อนแล้วว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ฉบับประชาชน จะเดินทางมาได้เพียงเท่านี้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกเสียใจ เพราะเขาก็เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม บัสบาสไม่กังวลต่อเหตุการณ์นี้ เขาเตรียมใจยอมรับสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่เข้ามาเหยียบคุกแล้ว “เรือนจำสามารถกักขังผมได้ แต่ไม่สามารถจองจำความคิดของผมได้”

บัสบาสเชื่อว่าการคว่ำร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมประชาชน คือการกลั่นแกล้งของผู้มีอำนาจ ผู้ที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะการเผชิญกับปัญหาเรื่องมาตรา 112 ที่จะยังคงเป็นปัญหาต่อไป

แม้ลึก ๆ บัสบาสยังคงหวังจะได้ออกมาสู่โลกภายนอก เพราะเป็นห่วงพ่อแม่ที่อายุมากขึ้นทุกวัน และเขาก็เป็นห่วงมากขึ้น แต่คิดว่าคงจะเป็นเรื่องยากในช่วงเวลานี้ คงต้องเข้มแข็งในการอยู่ในเรือนจำต่อไป 

.

หลังจากบัสบาสกลับมาทานอาหาร เขาทราบว่าจะต้องมีกระบวนการ Refeeding เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะช็อคจากการกลับมาทานอาหารอย่างรวดเร็ว 

อย่างไรก็ตาม บัสบาสยังคงดูแลอาการโรคซึมเศร้าไปด้วย ซึ่งจะต้องทานยาอย่างต่อเนื่องถึงวันละ 17 เม็ด เขาขอให้แพทย์ลดยา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับลดยารักษาเหลือวันละ 14 เม็ด ทำให้เขามักจะตื่นกลางดึก แต่ก็พยายามนอนต่อไปให้ได้

บัสบาสดีใจที่มีประชาชนบริจาคหนังสือเขามาในแดนการศึกษาของเรือนจำ แต่หนังสือจะถูกวนไปตามแดนต่าง ๆ ก่อนจะวนมาที่แดน 1 อาจจะต้องใช้เวลากว่าบาสจะได้รับหนังสือเหล่านั้น 

ก่อนยิ้มและอำลากันบัสบาสทิ้งท้ายว่า “บาสยังแข็งแรงดี ยังต่อสู้เหมือนเดิม”

.

X