เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2568 ทนายความได้เข้าเยี่ยม เชน ชีวอบัญชา หรือ “ขุนแผน” นักกิจกรรมและผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 วัย 58 ปี ที่ยังคงถูกคุมขังระหว่างอุทธรณ์ที่เรือนจำกลางบางขวาง
ในช่วงแรกเขาถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และต้องถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นระยะเวลาหนึ่งเนื่องจากอาการเส้นเลือดในสมองตีบ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ก่อนเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 จะถูกบังคับย้ายตัวมายังเรือนจำกลางบางขวาง
หนึ่งปีแห่งชีวิตที่เผชิญกับความไม่แน่นอนและปัญหาสุขภาพ ขุนแผนยังคงเดินหน้าอย่างไม่ย่อท้อ ด้วยความเชื่อมั่นของเส้นทางที่เลือก และการรักษาจิตใจให้เข้มแข็งท่ามกลางสถานการณ์ที่เคร่งครัด เขายังได้ฝากบทกลอนที่เต็มไปด้วยพลังและความหวัง เป็นการส่งผ่านข้อความถึงสังคมภายนอกผ่านคำประพันธ์ที่คนผ่านประสบการณ์ชีวิตทั้งโลกข้างนอกและในเรือนจำอย่างเขาอยากจะให้รับรู้
_____________
ขุนแผนเดินมาด้วยท่าทีเรียบนิ่ง สวมใส่หน้ากากอนามัย ผมสั้นเหมือนเพิ่งโกนผมมาไม่นาน เมื่อถูกถามถึงสภาพความเป็นอยู่ เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย “ผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องตอบอย่างไรนะครับ มันก็เหมือนเดิมแหละ ผมก็สบายดี แต่ถ้าได้อยู่ข้างนอกก็ดีกว่า”
ระหว่างการสนทนา ขุนแผนไอเล็กน้อย เขาอธิบายว่า “อากาศเปลี่ยนแปลง ก็เลยไอเล็กน้อย และเจ็บคอ แต่ไม่ได้กังวลอะไรขนาดนั้นครับ ผมได้ทานยาแล้ว” สำหรับเรื่องของต้อตา ขุนแผนแสดงท่าทีที่เข้าใจในกระบวนการและไม่เร่งรัด “ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ แต่ผมก็ไม่ได้กังวล ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของมันครับ”
อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นคือการปวดบริเวณหัวไหล่ ซึ่งสืบเนื่องจากการออกกำลังกายที่บาร์โหนเมื่อ 1-2 เดือนก่อน ขุนแผนหัวเราะเบา ๆ ขณะเล่าว่า “ผมคงเล่นมากเกินมั้งครับ เลยปวดตั้งแต่ตอนนั้นจนตอนนี้”
เมื่อพูดถึงกรณีของอานนท์ นำภา และเก็ท โสภณ อีกสองผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ขุนแผนแสดงความเห็นใจแต่มีความมั่นใจในความเข้มแข็งของเพื่อน “ผมสงสารอานนท์ เก็ท ที่ต้องคดีขนาดนี้ แต่ไม่ต้องห่วงเขา เพราะผมรู้ว่าพวกเขาเข้มแข็งมาก”
สำหรับตัวเขาเอง ขุนแผนเผยว่าได้เตรียมใจมาตลอด “ก่อนที่จะถูกดำเนินคดี ผมรู้ตัวมาตลอดว่ามีโอกาสที่จะโดนเหมือนกัน ก็เตรียมใจในเรื่องนี้ไว้ส่วนหนึ่ง”
ขุนแผนยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ระแวดระวังจนเกินเหตุของเจ้าหน้าที่ในแดน เขาเล่าถึงการรื้อถอนอุปกรณ์ออกกำลังกาย หลังจากผู้ต้องขังได้ประยุกต์ขวดน้ำบรรจุทรายเพื่อใช้เป็นดัมเบลในการออกกำลังกาย แต่เมื่อผู้บังคับบัญชาแดนเข้ามาตรวจพบ กลับมองว่าเป็นอาวุธที่อาจใช้ทำร้ายกันได้ จึงสั่งให้รื้อทิ้งไป
ขุนแผนวิเคราะห์ด้วยเหตุผลว่า “ขวดบรรจุทรายไม่สามารถใช้ทำร้ายร่างกายได้ถึงขนาดนั้น หากมันจะมีเรื่องกันจริง ๆ ก็ใช้แค่สองมือ สองเท้าก็สามารถทำร้ายกันก็ได้แล้ว” ผลของการรื้อทำให้ผู้ต้องขังไม่มีอุปกรณ์ใดใช้ในการออกกำลังกาย และไม่มีอุปกรณ์ใดมาทดแทน
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เคร่งครัด ขุนแผนยังสามารถหาความสนุกในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เขาเล่าให้ฟังเรื่องผู้ต้องขังคนหนึ่งที่ชอบวิ่งมาก ไม่ว่าจะเวลาไหนก็ยังคงวิ่งตลอด “มีช่วงวันหนึ่งครับที่ฝนตก และผู้ต้องขังคนนี้ก็ยังวิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมมาหลบฝน จนเจ้าหน้าที่ต้องประกาศให้ผู้ต้องขังที่วิ่งอยู่นั้นช่วยไปหลบฝนก่อน” ขุนแผนเล่าพลางหัวเราะ “ผมก็แบบเออเขาก็ยังใส่ใจอยู่นะ”
ในช่วงท้ายของการเยี่ยม ขุนแผนมอบกลอนที่เขาแต่งขึ้นเพื่อสื่อสารต่อไป เป็นอีกครั้งที่ได้ถ่ายทอดความคิดและกำลังใจผ่านคำประพันธ์ประกาศจุดยืนทางการเมืองและความเชื่อมั่นในอนาคต
เพียงขื่อคาขังไว้ให้ขื่นขม
เพียงแรงลมกรรโชกโบกโบยฝน
เพียงเกลียวคลื่นซัดใส่ให้จำนน
เพียงใจคนที่พร้อมย่อมไม่กลัว
.
เมื่อฟ้าหม่นคนหมองต่างมองหน้า
ใช่เพียงว่าเซทรุดจะมุดหัว
เมื่อลูกหลานเติบใหญ่ไม่หมองมัว
ต้องยืดตัวยืนตรงอย่าลงคลาน
.
เหล่าขุนศึกศักดินาทรราช
ปล้นอำนาจประชาน่าสงสาร
เข้าสมสู่รวมเสร็จเผด็จการ
เป็นทางผ่านผีป่ามาครองเมือง
.
เอาความกล้าเพียงกายเป็นหมายหมุด
สู้ให้สุดแรงล้าอย่าหมอบเชื่อง
หากสุดท้ายหมายมุ่งความรุ่งเรือง
ย่อมใช่เรื่องของใครไทยทุกคน
.
ต้องฟันฝ่ากาลียุคผ่านทุกข์เข็ญ
ถึงที่สุดลำเค็ญจะเห็นผล
จะหวังพึ่งเทวาฟ้าเบื้องบน
ฟ้าเองก็พิกลปนอัปรีย์
.
ก็เพียงกายขังไว้ใจมีปีก
จะหลบหลีกบินไปในวิถี
สู่ที่หมายปลายฟ้ายามราตรี
เพื่อวันรุ่งพรุ่งนี้ที่งดงาม
นอกจากขุนแผนแล้ว วันที่ 18 ก.ค. 2568 ยังครบเวลา 1 ปี ที่เงินตรา คำแสน หรือ “มานี” ถูกคุมขังด้วยคดีมาตรา 112 เช่นกัน จากกรณีทำกิจกรรมหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ปี 2565 ทั้งคู่ถูกศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี 6 เดือน และคดียังอยู่ระหว่างอุทธรณ์คำพิพากษา
.
ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงขุนแผน, มานี และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ใกล้ครบ 1 ปี: ศิลปะรักษาใจ ดูแลเพื่อนมิตร และชีวิตของ “มานี” ในเรือนจำ
