การนิรโทษกรรมที่จะเยียวยาความขัดแย้ง ต้องนับรวม ม.112: เสียงจาก ‘พรชัย’ ผู้ต้องขังที่ถูกลงโทษจำคุก 12 ปี 

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2568 ทนายความเข้าเยี่ยมพรชัย วิมลศุภวงศ์ ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ เขาถูกจำคุกตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ด้วยโทษรวม 12 ปี จากการถูกกล่าวหาว่าโพสต์เฟซบุ๊ก 4 ข้อความ และถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 2567 เป็นระยะเวลา 1 ปี 3 เดือนเศษแล้ว

หลังทนายรอการเรียกให้เข้าเยี่ยมประมาณ 20 นาที จึงได้พบพรชัย สีหน้าของเขาดูดีขึ้นกว่าครั้งที่แล้ว ไม่ค่อยคล้ำแดด จึงเริ่มพูดคุยทุกข์สุขดิบ รวมถึงความเป็นอยู่ในเรือนจำ ก่อนพบว่าเขายังบ่นถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำในเรือนจำและโรคระบาดเช่นเดียวกับช่วงสองเดือนที่ผ่านมา

“ตอนนี้ความเป็นอยู่ยังย่ำแย่มาก ในแดน 5 ที่ผมอยู่ มีผู้ต้องขังมากกว่า 1,700 คน แล้ว เยอะเกินไป หลายคนพากันป่วยด้วยอาการคันเยอะมาก ในห้องนอนผมมี 38 คน ตอนนี้มีอาการคันไปแล้ว 36 คน 

“ในวันที่ฝนไม่ตกอากาศอบอ้าว ผมจะนอนไม่ค่อยหลับเพราะยังต้องนอนเอาขาก่ายกัน แถมน้ำก็ไม่ไหล ไม่มีน้ำช่วยระบายความร้อน เรื่องน้ำนี่เป็นปัญหามากบางวันกินข้าวกันเสร็จ ต้องกินน้ำ แต่กลับไม่มีแม้กระทั่งน้ำดื่ม 

“ช่วงนี้ดีหน่อยเพราะมีฝนตก เลยทำให้พอนอนได้บ้าง แต่ฝนก็ไม่ได้ตกทุกวัน ผู้ต้องขังบางคนมีอาการคันรุนแรง ต้องพบหมอ แต่ตอนนี้กลับไม่มีหมอ บางคนอักเสบจนนอนลุกเดินไม่ได้เลย เพราะแสบแผล พอเขียนคำร้องขอพบหมอก็ต้องรออีก 1 สัปดาห์ แย่มากเลย” พรชัยประมวลสถานการณ์และผลกระทบที่ส่งต่อกันเป็นทอด ๆ ของสุขภาวะในเรือนจำ 

ส่วนตัวของเขาเอง ก็มีอาการคันบริเวณนิ้วเท้า ต้องไปซื้อยาแก้อักเสบมาทาน แต่ยังไม่รุนแรงมากนัก เขาบ่นอีกว่าในแดนที่เขาอยู่ มีคนเข้า ๆ ออกๆ อย่างต่อเนื่อง ส่วนมากจะเป็นเข้ามา ทำให้ความแออัดของเรือนจำไม่ถูกระบายลงเลย ถ้าทำได้ เขาอยากย้ายไปแดนอื่นที่อาจจะมีผู้ต้องขังเบาบางมากกว่า

.

เมื่อหันมาอัปเดตสถานการณ์ทางการเมืองในโลกภายนอก พรชัยสนใจสถานการณ์เรื่องการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ซึ่งทราบว่าร่างกฎหมายต่าง ๆ กำลังจะเข้าสภา

“ผมในฐานะผู้ต้องหาคดีการเมืองที่ถูกคุมขังแบบนี้ เห็นว่ามันเป็นการลงโทษที่สูงเกินเหตุ ภาครัฐ ประชาชน และรัฐบาล ผู้บริหารประเทศ ต้องช่วยกันผลักดัน เพราะนี่เป็นสิ่งที่ผมและผู้ต้องหาคดีการเมือง ต้องการให้มันสำเร็จ เป็นความหวังเดียวที่จะทำให้ผมพ้นโทษและไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัว เป็นสิ่งที่ผมรอคอยกว่าสิ่งอื่นใด ในอนาคต มันคงจะสร้างความปรองดองของคนที่เห็นต่างได้มากขึ้น” พรชัยย้ำถึงจุดยืนของเขา

พรชัยเห็นว่า การนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองควรจะต้องครอบคลุมผู้ถูกดำเนินคดีทุกฝ่าย และผู้ถูกกล่าวหาด้วยมาตรา 112 ก็เป็นหนึ่งในนั้น เพียงแต่ไม่ควรรวมเรื่องการทุจริตต่างๆ ของนักการเมือง

“การจะเยียวยาความขัดแย้ง ต้องรับ พ.ร.บ.ที่รวมมาตรา 112 นะ และต้องทำความเข้าใจปัญหามาตรานี้มากขึ้น ถ้ามันจะเกิดขึ้นจริง คงต้องมีการพูดคุย ทำความเข้าใจกันของทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมและฝ่ายเสรีนิยม”  

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรที่ผู้แทนราษฎรที่กำลังจะลงมติในเรื่องนี้ พรชัยบอกว่า เขาเห็นว่าการเมืองไทย จะต้องขจัดความขัดแย้งแบบเดิมได้แล้ว และร่วมกันสร้างสังคมใหม่ที่ดีกว่า 

“ฝากถึง สส. ทุกท่าน ทุกพรรคการเมืองขอช่วยกันผลักดัน และสนับสนุน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ด้วย อย่ามีขีดจำกัดให้ทุกการแสดงออกทางการเมือง ต้องได้รับการนิรโทษกรรมทุกคดี และคืนสิทธิขั้นพื้นฐานให้ประชาชน” พรชัยฝากข้อความออกมาจากเรือนจำ

.

สามารถร่วมเขียนจดหมายถึงพรชัย “ฝากถึง พรชัย วิมลศุภวงศ์ แดน 5 เรือนจำกลางเชียงใหม่ 122 หมู่ 6 ตำบลสันมหาพน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 50150”

หรือเขียนจดหมายออนไลน์ถึงผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
X