ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 ทนายความเข้าเยี่ยม พรชัย วิมลศุภวงศ์ ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ ทั้งหมดสองครั้ง เขาถูกจำคุกตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ด้วยโทษ 12 ปี จากการถูกกล่าวหาว่าโพสต์เฟซบุ๊ก 4 ข้อความ และถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 2567 เป็นระยะเวลา 1 ปีเศษแล้ว
.
ปัญหาขาดแคลนน้ำในเรือนจำ ส่งผลทั้งเรื่องการแพร่ระบาดของโรค-การรักษาพยาบาล
ในการเยี่ยมเดือนนี้ พรชัยยังเน้นย้ำถึงปัญหาที่เรือนจำขาดแคลนน้ำ ซึ่งเป็นต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงหน้าร้อน เขาบอกว่าท่ามกลางความแออัดของแดน 5 ที่เขาอยู่ มีผู้ต้องขังประมาณ 1,670 คนแล้ว โดยจำนวนคนได้ออกน้อยกว่าคนที่เข้ามาใหม่มาก ทำให้น้ำยังคงไม่พอใช้และพื้นที่ต้องขังแออัดมาก ตอนนี้แทบไม่มีน้ำให้อาบ เพราะไม่มีน้ำไหล เขาคาดว่าเครื่องสูบน้ำอาจเกิดปัญหา
ปัญหาขาดแคลนน้ำและอากาศที่ร้อนอบอ้าว ยังทำให้เกิดปัญหาเรื่องเชื้อแบคทีเรียและความไม่สะอาดในเรือนจำ ผู้ต้องขังหลายคนมีอาการคันจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ตัวพรชัยเองก็มีอาการผื่นคัน จนต้องหายามาทา แต่ตอนหลังก็ค่อยดีขึ้นแล้ว นอกจากนั้นยังมีผู้ป่วยด้วยวัณโรคอีกจำนวนหนึ่ง ต้องแยกไปกักตัว
ทางเรือนจำเองก็ได้ประกาศว่ามีโรคติดต่อเกิดขึ้น แต่ไม่ได้แจ้งว่าเป็นโรคติดต่ออะไร โดยเห็นว่ามีการตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ และมีคนที่มีอาการไอในเรือนจำมากขึ้น จึงคาดกันว่าอาจจะเป็นโควิดระบาดอีกครั้ง
ปัญหาที่ต่อเนื่องมาอีก คือพอมีผู้ต้องขังป่วยมากขึ้น การเขียนคำร้องขอให้มีการตรวจรักษา ก็ใช้เวลามาก ต้องเขียนคำร้องไปก่อนประมาณอาทิตย์หนึ่ง ถึงมีการมาตรวจวัดความดัน ถ้าอีกอาทิตย์หนึ่งยังไม่หาย จึงจะได้พบแพทย์ สภาพที่เกิดขึ้นคือแต่ละคนต้องดูแลกันเอง
ยังไม่นับว่าน้ำดื่มก็ดูเหมือนจะไม่สะอาด ไม่มีเครื่องกรองน้ำ มีแค่ถังพักน้ำไว้ให้ตกตะกอน โดยรวมแล้ว คุณภาพชีวิตในเรือนจำตอนนี้ค่อนข้างแย่
ในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภา แม้ฝนเริ่มตกแล้ว แต่น้ำใช้ก็ยังไม่ค่อยดีขึ้น แม้ยังพอได้อาบน้ำ แต่ผู้ต้องขังก็อาบน้ำได้คนละไม่กี่ขัน
พรชัยยังตั้งข้อสังเกตว่าสถานการณ์ผู้ต้องขังในเรือนจำน่าจะเกี่ยวข้องกับปัญหาเศรษฐกิจของสังคมด้วย เพราะคนที่เข้ามาใหม่ ๆ มาจากคดีฉ้อโกง หรือพวกเปิดบัญชีม้าทั้งนั้นเลย จำนวนน่าจะมากกว่าผู้ต้องขังคดียาเสพติดเสียอีก
.
ข้อเสนอปรับปรุงเรือนจำของพรชัย
เราได้พูดคุยกันถึงประเด็นว่าหากพรชัย สามารถมีส่วนร่วมในการปรับปรุงเรือนจำได้ เขาจะทำอะไร
เขารีบเสนอหลาย ๆ ไอเดีย ว่าอยากจะเสนอให้ทุกเรือนจำมีการติดตั้งหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ไว้บริเวณเรือนจำ ขึ้นข้อมูลเรื่องสิทธิของผู้ต้องขังในด้านต่าง ๆ ทั้งการเลื่อนชั้นนักโทษ การพักโทษ การขออภัยโทษ รายงานการติดตามความคืบหน้าของคำร้องต่าง ๆ ของผู้ต้องขัง จะได้เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารสำหรับผู้ต้องขัง
พรชัยยังอยากให้มีทนายความที่อยู่ประจำที่เรือนจำเลย ไม่ใช่ทนายที่มาจากศาลหรือสำนักงานต่าง ๆ เพื่อคอยช่วยเหลือทางกฎหมายและสิทธิประโยชน์ของนักโทษในเรือนจำ เพราะคนในนี้ไม่รู้ว่าพวกเขามีสิทธิอะไรบ้าง
ในเรื่องการฝึกอาชีพ พรชัยเห็นว่าน่าจะออกแบบไม่ให้เป็นลักษณะการใช้แรงงาน แต่ให้เป็นศูนย์ฝึกวิชาชีพจริง ๆ ที่ทำให้ผู้ต้องขังเมื่อพ้นโทษแล้ว สามารถไปทำมาหาเลี้ยงตัวเองจากทักษะนั้นได้จริง ๆ และให้เป็นไปตามความสมัครใจของแต่ละคน
รวมทั้งการจัดการศึกษาภายในเรือนจำ ให้มีมาตรฐาน ที่เมื่อจบการศึกษาตามหลักสูตรแล้ว สามารถได้วุฒิการศึกษา สามารถออกไปต่อยอดและหางานเพื่อดำรงชีวิตต่อไปได้
ในเรื่องสุขอนามัยโดยภาพรวม อย่างที่พูดถึงปัญหาน้ำ และการรักษาพยาบาลข ก็ต้องมีให้อย่างเพียงพอและได้มาตรฐาน โดยอาจจะเปิดโอกาสให้มีองค์กรภายนอกได้เข้ามาติดตามหรือพบปะผู้ต้องขังในแต่ละที่มากขึ้น
สุดท้ายพรชัยบอกว่าเรื่องการเยี่ยมผู้ต้องขัง น่าจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาระบบเยี่ยมให้ง่ายขึ้น ลดข้อจำกัดต่าง ๆ ลง ใช้การเยี่ยมออนไลน์ได้มากขึ้น เป็นการลดต้นทุนของญาติในการเดินทางด้วย อย่างเรือนจำเชียงใหม่ก็ค่อนข้างไกล
.
ไอเดียการเขียนหนังสือบอกเล่าชีวิต และการต่อสู้ของกลุ่มชาติพันธุ์
พรชัยหันมาเล่าถึง สิ่งที่เขาอยากทำและได้ไอเดียระหว่างการถูกคุมขัง คือการเขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง ในฐานะกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ บอกเล่าวิธีการต่อสู้และการดำเนินชีวิตในสังคม การปรับตัวเข้าหาสังคมเมือง ท่ามกลางข้อจำกัดด้านโอกาส ภาษา ความรู้ และการศึกษา
พรชัยบอกว่าเขาอยากชี้ให้เห็นถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ ในสังคม ทั้งด้านเศรษฐกิจ และการศึกษา โดยขณะที่ชาวบ้านไม่มีที่ดินทำกิน แต่ที่ดินจำนวนมากไปตกอยู่ในมือนายทุน
“แล้วผมอยากเขียนประเด็นเรื่องความสำคัญของประชาธิปไตย ผมมองว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับสุดท้าย เพราะรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องเขียนขึ้นโดยประชาชนที่มีหลักการเรื่องสิทธิเสรีภาพและภราดรภาพของพระชาชน มากไปกว่านั้นจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่เน้นหลักการเรื่องความเท่าเทียม”
“เนื้อหาส่วนใหญ่ผมคงกล่าวถึงเรื่องการเติมเต็มความหวัง ความปรารถนาและความเชื่อต่าง ๆ ที่จะต้องใช้เพื่อการต่อสู้อยู่ในสังคมที่มีความแตกต่าง ที่จะทำให้เรามีความกล้าหาญ กล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ กล้าที่จะร่วมกันสร้างสรรค์พื้นที่ต่าง ๆ” พรชัยเล่าไอเดียของเขา ด้วยแรงบันดาลใจและความหวัง
.
ฝากถึงผู้ต้องขังในเรือนจำ-รัฐบาลเพื่อไทย
ในช่วงท้ายการสนทนา พรชัยฝากข้อความถึงผู้คนภายนอก โดยเริ่มจากฝากกำลังใจและความห่วงใยถึงผู้ต้องขังทางการเมืองคนอื่น ๆ โดยทราบว่าปีนี้ก็มีผู้ประท้วงในการอดอาหารในเรือนจำอีก ก็อยากให้รักษาตัวให้ดี
“ผมเคารพการเลือกและการตัดสินใจอดอาหารของเพื่อน ๆ นะครับ มันเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดการกระตุ้นสังคม สื่อสาร แต่อยากให้ทำแต่พอเหมาะ ผมห่วงเรื่องสุขภาพครับ เพราะเคยใช้วิธีนี้มาแล้ว รู้ว่ามันมีความเสี่ยงอยู่ อยากให้สร้างสมดุลเพื่อรักษาชีวิตและสุขภาพของเขาด้วย”
ต่อมา พรชัยฝากไปยังรัฐบาลเพื่อไทย อยากให้คืนสิทธิเสรีภาพให้แก่นักโทษทางการเมือง โดยย้ำว่าสิ่งที่พวกเขาทำไม่ใช่อาชญากรรม ไม่ได้ทุจริตคอรัปชั่น ไม่ได้ฉ้อโกง เราต่างเป็นแค่คน ๆ หนึ่งที่ส่งเสียงในการปกครองประเทศ และทำด้วยความหวังดีต่อประเทศชาติ
“อยากขอให้รัฐบาลแพทองธารพิจารณา และปฏิบัติตามหลักประชาธิปไตยที่เป็นสากล โดยการคืนเสรีภาพให้ผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคน” พรชัยฝากทิ้งท้าย
.
| 📩 สามารถร่วมเขียนจดหมายถึงพรชัย “ฝากถึง พรชัย วิมลศุภวงศ์ แดน 5 เรือนจำกลางเชียงใหม่ 122 หมู่ 6 ตำบลสันมหาพน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 50150” หรือเขียนจดหมายออนไลน์ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล |
.
ย้อนอ่านเรื่องราวชีวิตของพรชัย การต่อสู้ของ “พรชัย”: จากคนบนดอย คนจร พ่อค้า ผู้ชุมนุม และผู้ถูกดำเนินคดี ม.112
.
