บันทึกทนายความ: การเข้าเยี่ยม “พรชัย” หนุ่มปกาเกอะญอ ผู้ถูกคุมขังในคดี ม.112

“พรชัย” ชายร่างเล็กผอม สูงราว 165 ซม. แต่ดูแข็งแรงกระฉับกระเฉงเหมือนคนที่ทำงานไม่ว่างเว้น เขาถูกตั้งข้อกล่าวหาด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยมีอดีตการ์ด กปปส. ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้กล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนสภ.แม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 และศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกหมายจับพรชัย โดยเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าได้ถูกกล่าวหาเป็นคดีความแล้ว และไม่เคยได้รับหมายเรียกใดๆ

นับตั้งแต่ถูกฝากขังและศาลไม่ให้ประกันตัวเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 64 จนถึงวันนี้ (20 มี.ค. 64) ก็เป็นเวลา 10 วันแล้ว ที่เขาถูกจองจำระหว่างการพิจารณาคดี แต่เรื่องราวของพรชัยยังไม่เป็นที่รับรู้นัก

จากการพูดคุยสอบถามข้อมูลคร่าวๆ “พรชัย” ปัจจุบันอายุ 37 ปี พื้นเพเป็นชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยที่เขาได้เดินทางเข้าไปใช้ชีวิตและแสวงหา “อนาคต” ในกรุงเทพมหานคร เป็นเวลากว่า 20 ปี แล้ว เริ่มตั้งแต่การเป็นคนไร้บ้านที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ก่อนจะพยายามหางานเลี้ยงชีพด้วยการสมัครเป็นยามตามแต่สถานที่ต่างๆ จะประกาศรับ กระทั่งเริ่มเริ่มตั้งตัวทำมาค้าขายโทรศัพท์มือถือและซิมการ์ดบริเวณปากคลองตลาดจนถึงก่อนหน้าการถูกจับกุม

ครั้งแรกที่พรชัยเข้าถึงทนายความเพื่อให้คำปรึกษาทางกฎหมายในคดีที่เขาถูกจับกุม คือเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 64 เป็นเวลาเกือบเที่ยงวัน ที่สภ.แม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่พรชัยถูกจับกุมในช่วงเช้าวันที่ 10 มี.ค. 64 กว่า 24 ชั่วโมงแล้ว

พรชัยเล่าว่าเขาถูกจับกุมตัวด้านหน้าหอพักแห่งหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบหลายสิบนาย ก่อนจะถูกพาไปยัง สภ.รัตนาธิเบศร์ จากนั้นถูกนำตัวไปสอบสวนต่อที่กองบังคับการตำรวจภูธรตระเวนชายแดน ภาค 1 (บก.ตชด. ภาค 1) สุดท้ายจึงได้ถูกส่งตัวมาจังหวัดเชียงใหม่ด้วยรถตู้ 2 คัน พร้อมกลุ่มเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอีกกว่า 10 นาย

ประโยคแรกที่พรชัยพูดกับทนายความคือ “ช่วยผมด้วยนะพี่” ก่อนที่จะมีโอกาสพูดคุยกับเขาเพียงไม่เกิน 30 นาที ไม่มีเวลาร่วมกันทำความเข้าใจสิ่งที่เขาถูกกล่าวหามากนัก ตำรวจได้เร่งรัดทุกอย่างให้จบลงที่การขอฝากขังต่อศาลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และส่งเขาไปคุมขังที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ ในอำเภอแม่แตง ซึ่งห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปกว่า 45 กิโลเมตร ทำให้การติดตามเข้าเยี่ยมแต่ละครั้งยังใช้เวลาค่อนข้างมาก ทั้งในแง่ระยะทางและการรอคอยระบบเยี่ยมของทางเรือนจำ

>> จับกุมหนุ่มแม่ฮ่องสอน แจ้งข้อหา ม.112-116 ก่อนศาลไม่ให้ประกัน ระบุ “ข้อความ” ที่โพสต์เป็นเรื่องร้ายแรง

วันถัดมา 12 มี.ค. 64 ระหว่างทนายความเดินทางเข้าเยี่ยมพรชัย เพื่อพูดคุยรายละเอียดทางคดีและให้คำปรึกษามากขึ้นนั้น กลับพบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก ปอท. และ สภ.บันนังสตา ได้เดินทางไปพบกับพรชัยเพื่อทำแสดงหมายค้นโทรศัพท์มือถือ และแจ้งข้อกล่าวหาต่อเขาในอีกคดีหนึ่ง ซึ่งมีผู้ไปกล่าวหาเขาทิ้งไว้ถึงจังหวัดยะลา

ระบบการแจ้งข้อกล่าวหาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ยังเต็มไปด้วยอุปสรรค ผู้ที่จะทำการพูดคุยกับผู้ต้องหาจะสวมใส่หูฟัง และพูดคุย ซึ่งทำได้เพียงทีละคน ได้ยินก็เพียงแต่ผู้สวมใส่หูฟังเท่านั้น ทนายความไม่สามารถรับฟังการถามตอบได้พร้อมกัน ทำให้กระบวนการให้คำปรึกษาทางกฎหมายซึ่งมีบุคคลเข้าร่วมหลายฝ่ายเป็นไปอย่างยากลำบาก

>> ปอท.แสดงหมายค้น – สภ.บันนังสตา จ.ยะลา แจ้งข้อหา ม.112-116 หนุ่มแม่ฮ่องสอนในเรือนจำเพิ่มอีกคดี

วันนั้นพรชัยมีอาการสับสนและวิตกกังวลอย่างมาก เข้าใจว่าเป็นอาการที่เกิดจากทั้งความยากในการให้คำปรึกษาทางกฎหมายผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ทั้งการต้องปรับตัวทั้งกายและใจต่อการถูกคุมขังภายในเรือนจำที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

วันที่ 19 มี.ค. 64 เป็นการพบกันครั้งล่าสุดนี้ ทนายความได้พบกับพรชัยภายในเรือนจำกลางเชียงใหม่ วันนี้พรชัยถูกตัดผมให้สั้นลงโดยเจ้าหน้าที่เรือนจำแล้ว ทนายความยังสังเกตเห็นอีกว่าขอบตาของเขาดูหมองคล้ำลง เมื่อสอบถามสาเหตุพรชัยเล่าว่า เมื่อคืนก่อน เขามีอาการท้องเสีย ปวดท้อง และอาการหายใจไม่สะดวก โดยไม่แน่ใจว่าเกิดจากสาเหตุใด จนล้มลงภายในห้องขังช่วงกลางคืน แต่กลับไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างทันที มีเพียงการนำหน้ากากอ็อกซิเจนมาสวมใส่ให้เขาเพื่อช่วยในการหายใจเท่านั้น

พรชัยเล่าความรู้สึกต่อเหตุการณ์เมื่อคืนนั้นว่า “ถ้าผมตาย ก็คือตายตรงนั้นเลย” ก่อนที่ในช่วงเช้า เขาจะได้รับการตรวจจากแพทย์ของเรือนจำ หลังการตรวจ เขาได้รับยารักษาอาการริดสีดวงที่เขาเป็นอยู่ และยารักษาอาการท้องเสีย โดยที่แพทย์ไม่ได้พูดอะไรกับเขามากนัก

 

 

นอกจากรายละเอียดทางคดี เขายังบอกว่าอยากฝากข้อความถึง “คณะราษฏร” ซึ่งในความหมายที่เขากล่าวถึง ดูเหมือนจะหมายถึงทุกคนที่เชื่อมั่นในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคในสังคมไทย ไม่ใช่เพียงกลุ่มแกนนำกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

“อย่าถอยนะ จะติดคุกอีกกี่ปี ผมก็ยอม จะอีก 10 ปี 20 ปี ผมก็ยอม ขอแค่ยืนยันอุดมการณ์ 3 ข้อของเรา ประยุทธ์ออกไป, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” นั้นคือข้อความสั้นๆ จากพรชัยที่เขาฝากบอกถึงทุกคนภายนอก

 

More from my site

X