อัยการสั่งฟ้องคดี ม.112 แขวนป้าย ‘งบสถาบันฯ>งบเยียวยาประชาชน’ ที่เชียงราย

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2565 เวลา 9.30 น. สุปรียา ใจแก้ว พร้อมทนายความ เดินทางเข้ารายงานตัวต่อพนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย ในคดีที่ถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 เหตุเนื่องจากการแขวนป้ายผ้า “งบสถาบัน>งบเยียวยาประชาชน” บริเวณห้าแยกพ่อขุนเม็งราย อำเภอเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2564 หลังจากที่อัยการเลื่อนวันสั่งฟ้องมาจากเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2565

เวลา 9.30 น. เมื่อสุปรียาเข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้สุปรียาเดินทางไปรอบริเวณศาลจังหวัดเชียงราย เพื่อรอเจ้าหน้าที่อัยการไปเรียก เมื่อยื่นฟ้องคดีแล้วและส่งมอบการควบคุมตัวไปยังศาลจังหวัดเชียงราย 

ต่อมาสุปรียาพร้อมทนายความได้รออยู่บริเวณศาล จนกระทั่งเวลา 13.30 น. มีเจ้าหน้าที่อัยการมาเรียกให้สุปรียาเข้าไปอยู่ในห้องควบคุมตัวใต้ถุนศาล

ในขณะเดียวกันทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณา โดยขอวางเงินประกัน 150,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจากกองทุนราษฎรประสงค์ ทั้งนี้อัยการไม่ได้คัดค้านการปล่อยชั่วคราวจำเลย

ศาลได้สอบถามคำให้การจำเลยขณะอยู่ในห้องคุมขัง จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างพิจารณา พร้อมกำหนดวันนัดคุ้มครองสิทธิ์วันที่ 7 ก.ค. 2565 และนัดพร้อมวันที่ 23 ก.ย. 2565 รวมเวลาที่จำเลยถูกควบคุมตัวไว้กว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง

หลังการประกันตัว สุปรียาได้ทวิตบอกเล่าเหตุการณ์ระหว่างถูกคุมตัวไว้ว่า “เรานั่งอยู่คนเดียวทั้งห้องคือโล่ง แล้วติดกับประตูที่รับส่งนักโทษ เราเห็นนักโทษจากเรือนจำเดินเข้าออกผ่านซี่กรงไปมาช้าๆ ตลอดหลายชั่วโมง บวกกับกลิ่นห้องน้ำที่สร้างขึ้นมาแบบไม่ถูกสุขลักษณะ และได้กลิ่นบุหรี่เป็นพักๆ มันเอียนจนไมเกรนขึ้นจนอ้วกไปสามรอบ”

สำหรับคดีนี้เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2564 สุปรียาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัว มีการแสดงหมายจับของศาลจังหวัดเชียงราย โดยที่ไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อน พร้อมกับถูกเข้าตรวจค้นห้องพัก และถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 โดยสุปรียาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาตั้งแต่ชั้นสอบสวน 

หลังตำรวจส่งสำนวนให้อัยการเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2564 คดีใช้เวลาพิจารณาในชั้นอัยการกว่า 1 ปี โดยอัยการกำหนดให้ผู้ต้องหาไปรายงานตัวทุกเดือน กระทั่งมีคำสั่งฟ้อง

.

อัยการฟ้อง ม.112-พรบ.คอมฯ แยกเป็น 2 กรรม ระบุทำให้เข้าใจว่าหมายถึง ร.10 ใช้งบประมาณสถาบันกษัตริย์ มากกว่างบเยียวยาประชาชน

สำหรับคำฟ้องคดีนี้มีนายสถิตย์พร ศรีกัน พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายเป็นผู้เรียงฟ้อง โดยแยกการกระทำที่กล่าวหาเป็น 2 กรรม ได้แก่

1. เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2564 จำเลยกับพวกซึ่งไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้นำแผ่นป้ายผ้าที่มีข้อความ “งบสถาบันฯ > งบเยียวยาประชาชน” ขนาดความกว้าง 1 เมตร และ ยาว 4 เมตร  จำนวน 1 ผืน ไปแขวนติดไว้บริเวณป้ายข้อความ “ทรงพระเจริญ” ที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลปัจจุบัน บริเวณห้าแยกพ่อขุนเม็งราย ริมถนนพหลโยธิน ด้านหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย เพื่อใส่ความให้ประชาชนบุคคลทั่วไปที่เดินทางผ่านพบเห็นข้อความดังกล่าว เข้าใจได้ว่าหมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 ใช้งบประมาณที่ใช้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน มากกว่างบประมาณในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ อันเป็นการใส่ความหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ทำให้พระมหากษัตริย์ต้องเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์

2. เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2564 จำเลยเป็นผู้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เฟซบุ๊ก และเป็นผู้ดูแลเฟซบุ๊ก (แอตมิน) ชื่อบัญชี “Free Youth CEI-เชียงรายปลดแอก” โดยนำภาพป้ายผ้าดังกล่าวไปโพสต์ลงในเพจเฟซบุ๊กและพิมพ์ข้อความประกอบภาพว่า “งบสถาบันฯ>งบเยียวยาประชาชนเชียงราย ส่งเข้าประกวดค่ะ” เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้เฟซบุ๊กพบเห็นข้อความ อันเป็นการหมิ่นประมาทกษัตริย์ต่อบุคคลที่สามและประชาชนทั่วไป อันเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศและก่อให้เกิดความตื่นตระหนกของประชาชน

นอกจากนี้ อัยการยังขอท้ายฟ้องให้ศาลสั่งริบป้ายผ้าข้อความว่า “งบสถาบันฯ>งบเยียวยาประชาชน” ของกลาง ซึ่งเจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้

ทั้งนี้ สุปรียา ถูกกล่าวหาในคดีจากการแสดงออกทางการเมืองทั้งหมด 3 คดี โดยเป็นคดีที่จังหวัดเชียงราย 2 คดี ในคดีตามมาตรา 112 คดีนี้ และคดีชุมนุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และยังมีคดีที่จังหวัดเชียงใหม่อีก 1 คดี ในคดีตามมาตรา 116 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หลังจากถูกดำเนินคดี เธอยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เชียงรายเข้าติดตามอย่างต่อเนื่อง แม้จะย้ายไปอยู่ในกรุงเทพฯ แล้วก็ตาม

.

อ่านเพิ่มเติม

‘สุปรียา’ นักกิจกรรมเชียงราย เผยตำรวจมาคุกคามที่บ้านต่อเนื่องกว่า 2 ปี แม้ไม่เคยเจอตัว ทำปู่-ย่าต้องย้ายที่อยู่

ดูข้อมูลคดีนี้เพิ่มเติม 

ติดป้ายข้อความ “งบสถาบันฯ>งบเยียวยาประชาชน” บริเวณห้าแยกพ่อขุนเม็งราย

.

X