นศ.เชียงรายถูกจับ ม.112 เหตุติดป้าย ‘งบสถาบันฯ>งบเยียวยาประชาชน’ ตร.ให้ประกันหลังค้นห้องพัก-ยึดมือถือ

วันที่ 25 ก.พ. 64 เวลาประมาณ 16.10 น. น.ส.สุปรียา ใจแก้ว นักศึกษาวิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ สำนักวิชาบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และสมาชิกกลุ่มเชียงรายปลดแอก ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง 2 นายพร้อมเจ้าหน้าที่ชายนอกเครื่องแบบชายอีกจำนวนหนึ่ง เข้าแสดงหมายจับของศาลจังหวัดเชียงราย เลขที่ 20/2564 ลงวันที่ 19 ก.พ. 64 พร้อมจับกุมตัวจากหอพักในจังหวัดเชียงราย ไปยังสภ.เมืองเชียงราย

หมายจับระบุว่าคดีมี พ.ต.ท.ภาสกร สุขะ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย เป็นผู้ร้องขอออกหมายจับ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) และโฆษณาด้วยการปิดแผ่นประกาศหรือใบปลิวโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 10 

หลังสุปรียาถูกนำตัวไปถึงสภ.เมืองเชียงราย ตำรวจได้มีการตั้งแผงเหล็กกั้นรอบทางเข้าออกของสถานีตำรวจ พร้อมกับวางกำลังตำรวขส่วนหนึ่งดูแล ก่อนที่ทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้เดินทางไปพบ นอกจากนั้นยังมีนักกิจกรรมและประชาชนในจังหวัดเชียงรายที่ทราบข่าวประมาณ 15 คน เดินทางไปติดตามสถานการณ์ที่หน้าสถานีตำรวจ 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดทำบันทึกการจับกุม โดยมีการระบุชื่อชุดตำรวจที่เข้าทำการจับกุม ทั้งจากสภ.บ้านดู่, สภ.เมืองเชียงราย และตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย กว่า 52 นาย และระบุว่าการจับกุมอยู่ภายใต้การอำนวยการของ  พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5  

 

 

ต่อมา ร.ต.อ.ศรีเดช สุวรรณ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย และ ร.ต.อ.หญิง วิชชุลดา เกื้อพหุชน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย ได้แจ้งข้อกล่าวหาสุปรียาใน 3 ข้อกล่าวหาตามหมายจับดังกล่าว โดยระบุว่าคดีมี ร.ต.อ.ศุภากร ภัทรสุขเกษม เป็นผู้กล่าวหา 

พนักงานสอบสวนบรรยายพฤติการณ์ข้อกล่าวหาโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 64 เวลา 03.30 น. ผู้ต้องหาได้นำป้ายผ้าข้อความ “งบสถาบันฯ>งบเยียวยาประชาชน” ไปแขวนไว้บริเวณป้ายข้อความ “ทรงพระเจริญ” ซึ่งมีพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 10 บริเวณห้าแยกพ่อขุนเม็งราย อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นและอ่านข้อความ ก่อนหลบหนีไป 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจพบเฟซบุ๊กชื่อ “Free Youth CEI เชียงรายปลดแอก” ที่มีผู้ต้องหาเป็นผู้ดูแล ได้เผยแพร่ภาพการติดป้ายดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 64 คณะพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน และพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำความผิด ประกอบกับพิจารณาข้อกฎหมายและข้อความบนป้ายผ้า เชื่อว่ากลุ่มผู้กระทำมีความประสงค์จะสื่อความหมายให้ประชาชนทั่วไปที่พบเห็น เข้าใจว่า คำว่า “สถาบันฯ” หมายถึง สถาบันพระมหากษัตริย์ และองค์พระมหากษัตริย์ และคำว่า “งบเยียวยาประชาชน” ในสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีความเดือดร้อนและรอคอยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณมาเพื่อสำหรับช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และเครื่องหมาย “>” ทางคณิตศาสตร์ หมายความว่า มากกว่า   

จึงทำให้เห็นได้ว่าเจตนาของผู้กระทำ ต้องการสื่อให้ประชาชนทั่วไปที่พบเห็นป้ายผ้า เข้าใจความหมายโดยรวมว่า งบประมาณที่ใช้สำหรับสถาบันพระมหากษัตริย์เพียงสถาบันเดียว มากกว่างบประมาณที่ใช้ในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจทั่วประเทศ การกระทำดังกล่าว จึงเป็นการมุ่งประสงค์ให้องค์พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ เป็นการล่วงละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 6 องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะล่วงละเมิดไม่ได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ 

ผู้กล่าวหาจึงอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการ

สุปรียาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การเพิ่มเติมในรายละเอียดเป็นหนังสือในภายหลัง 

 

ภาพจากเพจเชียงรายปลดแอก

 

ระหว่างการสอบปากคำ พนักงานสอบสวนยังได้ระบุว่าทางตำรวจได้มีการขอหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจค้นห้องพักของสุปรียา แต่ว่าหมายค้นดังกล่าวได้เลยกำหนดระยะเวลาที่จะสามารถเข้าตรวจค้นได้แล้ว แต่สามารถไปทำการขอออกหมายค้นใหม่อีกครั้ง โดยสามารถควบคุมตัวสุปรียาไว้จนถึงวันเสาร์ ดังนั้นหากสุปรียาต้องการประกันตัวในชั้นของพนักงานสอบสวนในคืนนี้เลย จะต้องนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นห้องพักด้วยความเต็มใจ 

ต่อมา ในเวลาประมาณ 21.00 น. สุปรียาได้ยินยอมนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้น โดยได้มีชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบชาย 1 นาย หญิง 1 นาย และเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอีก 3 นาย เข้าตรวจค้นหอพักของสุปรียา พร้อมด้วยทนายความและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเดินทางไปร่วมเป็นพยาน 

หลังการตรวจค้น ตำรวจได้ทำการตรวจยึดหน้ากากอนามัยสีดำ 1 อัน เสื้อกันหนาวแขนยาวสีดำ 1 ตัว และรองเท้าผ้าใบสีดำ 1 คู่ โดยอ้างว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับภาพผู้นำป้ายข้อความไปติดจากกล้องวงจรปิด

จากนั้น ตำรวจได้พาตัวสุปรียากลับไปยังสภ.เมืองเชียงราย เวลา 21.25 น. เพื่อจัดทำบันทึกตรวจยึด แต่เมื่อเดินทางกลับถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับแจ้งสุปรียาและทนายความ ว่าทางตำรวจจะไม่ให้ประกันตัว จนกว่าสุปรียาจะยินยอมให้ทางตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือ เพื่อเป็นของกลางทางคดีอีกด้วย โดยตำรวจไม่ได้มีคำสั่งศาลสำหรับยึดเครื่องมือสื่อสารโดยเฉพาะแต่อย่างใด 

หลังการโต้เถียงและยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจตรวจยึด ตำรวจยืนยันว่าจะตรวจยึดโทรศัพท์มือถือโดยอ้างอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 แม้สุปรียาและทนายความจะไม่ยินยอม ทำให้เมื่อตำรวจยึดโทรศัพท์ไป สุปรียาปฏิเสธจะลงชื่อในบันทึกการตรวจยึด และขอให้ลงในบันทึกไว้ว่าผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้ตรวจยึดและเข้าถึงข้อมูลภายในอุปกรณ์แต่อย่างใด 

หลังการตรวจยึดเสร็จสิ้นเวลาประมาณ 23.20 น. อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายได้ยื่นขอประกันตัวสุปรียาในชั้นสอบสวน ด้วยเงินสดจำนวน 150,000 บาท ซึ่งเป็นหลักทรัพย์จากกองทุนราษฎรประสงค์ ก่อนพนักงานสอบสวนจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวสุปรียา 

จนเวลาประมาณ 24.00 น. เศษ หลังจัดทำเอกสารบันทึกประจำวันเสร็จสิ้น สุปรียาจึงได้รับการปล่อยตัวจากสภ.เมืองเชียงราย

 

 

ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ. 2560 มาตรา 19 ระบุเรื่องการยึดและอายัดระบบคอมพิวเตอร์ พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับการแต่งตั้ง จะต้องยื่นคําร้องต่อศาลที่มีเขตอํานาจเพื่อมีคําสั่งอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการตามคําร้อง  ทำให้การตรวจยึดโทรศัพท์มือถือซึ่งนับว่าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งตามกฎหมายฉบับนี้ จะต้องมีคำสั่งอนุญาตของศาลก่อน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจึงเห็นว่าการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือในกรณีนี้ของพนักงานสอบสวนสภ.เมืองเชียงราย จึงเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน สุปรียานับเป็นผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 รายที่ 60 แล้ว นับแต่เริ่มมีการนำมาตรา 112 กลับมาใช้กล่าวหาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา และนับเป็นผู้ถูกออกหมายจับโดยศาลในข้อหามาตรา 112 รายที่ 5 แล้ว โดยเธอไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อน ก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2563 มีรายงานว่าศาลยังไม่ออกหมายจับผู้ถูกดำเนินคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังออกหมายเรียกผู้ต้องหาเป็นส่วนใหญ่

>> สถิติผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ปี 2563-64

สุปรียายังเคยถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมทางการเมืองมาแล้ว 2 คดี ได้แก่ คดีชุมนุม #คนเจียงฮายก๋ายคนง่าวบ่เอาคนหลายใจ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 63 ในข้อหาหลักเรื่องการฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ คดีชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 63 ในข้อหาหลักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116

 

More from my site

X