ตร.ดินแดงแจ้งข้อหา ‘คนไร้บ้าน’ 6 คดีรวด กล่าวหาร่วมม็อบดินแดงเดือนส.ค.-ก.ย. ก่อนศาลไม่ให้ประกัน เกรงก่อเหตุซ้ำ

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 64 ที่ สน.ดินแดง ธีรเมธ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี คนไร้บ้านและผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญา พร้อมทนายความ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ในข้อหาหลักฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก่อนพบว่าถูกแจ้งข้อหาจากการร่วมกิจกรรมแสดงออกทางการเมืองครั้งต่างๆ ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนที่บริเวณแยกดินแดง รวมทั้งหมดถึง 6 คดี และเฉพาะการชุมนุมในวันที่ 28 กันยายน 2564 ธีรเมธยังถูกกล่าวหาด้วยว่าร่วมวางเพลิงเผารถตำรวจในวันดังกล่าวด้วย

ก่อนหน้านี้ธีรเมธได้รับหมายเรียกของ สน.ดินแดง ให้ไปรับทราบข้อหาร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจํานวนรวมกันมากกว่า 25 คน ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เขาจึงได้เดินทางไปพบตำรวจตามหมายเรียก

แต่ พ.ต.ต.โสภณ แย้มชมชื่น และ พ.ต.ท.สุรพล จันทร์สมศักดิ์ พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้แจ้งข้อกล่าวหาธีรเมธ รวมทั้งหมด 6 คดี แยกไปตามวันที่เกิดเหตุ ได้แก่ การชุมนุมวันที่ 25, 29 สิงหาคม 2564 และวันที่ 2, 6, 10, 28 กันยายน 2564 

ข้อกล่าวหาระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจพบนายธีรเมธเข้าร่วมการชุมนุมบริเวณดินแดงในวันต่างๆ ดังกล่าว โดยพฤติการณ์บางวันก็ระบุว่าเขาได้ร่วมขว้างปาประทัดหรือยิงหนังสติ๊กอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยกล่าวหาว่าการเข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 

พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ “ร่วมกันชุมนุมทํากิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคฯ ที่มีจํานวนมากกว่า 25 คน ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด” ในจำนวน 5 คดี

ส่วนอีกคดีหนึ่ง ได้แก่ การชุมนุมเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 ได้บรรยายพฤติการณ์ต่างออกไป โดยกล่าวหาระหว่างมีการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนและกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณหน้าแฟลตดินแดง โดยผู้ชุมนุมได้ยิงประทัด และโยนระเบิดเพลิงใส่เจ้าหน้าที่ รวมถึงปาระเบิดเพลิงใส่รถกระบะของ สน.ราษฎร์บูรณะ จนถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งคัน และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ซึ่งหลังสืบสวนจากพยานบุคคลในที่เกิดเหตุ พยานหลักฐานภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวพบว่า ธีรเมธอยู่ในกลุ่มผู้ก่อเหตุดังกล่าว

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาในคดีนี้รวม 5 ข้อหา ได้แก่

  1. ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์สินของผู้อื่น 
  2. ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กําลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทํา การอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง 
  3. เมื่อเจ้าพนักงานส่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทําความผิดตามมาตรา 215 ให้เลิกไป แล้วไม่เลิก 
  4. ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจํานวนรวมกันมากกว่า 25 คนในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคําสั่งกําหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 
  5. ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว

ทั้งนี้ ธีรเมธให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหาทั้ง 6 คดี และจะยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อไป โดยพนักงานสอบสวนได้นัดส่งตัวให้อัยการใน 5 คดี พร้อมกันในวันที่ 24 พ.ย. 64 ยกเว้นคดีของการชุมนุมวันที่ 28 ก.ย. 64 ที่ยังไม่ได้มีวันนัดต่อไป

หลังเสร็จสิ้นกระบวนการเจ้าหน้าที่สอบสวนยังได้ยื่นขอฝากขังธีรเมธต่อศาลอาญา เฉพาะในคดีจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 โดยอ้างว่ายังต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 5 ปาก พร้อมทั้งคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวโดยระบุว่าคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพฤติการณ์การกระทําความผิดของผู้ต้องหาแสดงให้เห็นถึงความไม่เคารพกฎหมาย และเป็นพฤติการณ์ที่ร้านแรง

หลังศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขัง ด้านทนายความได้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์จำนวน 47,000 บาท พร้อมคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระบุว่า พฤติการณ์แห่งคดีที่พนักงานสอบสวนกล่าวหานั้นเป็นเหตุการณ์เลื่อนลอย ไม่มีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิด ทั้งผู้ต้องหายังให้ความร่วมมือในการสอบสวนมิได้ขัดขืน จึงไม่มีพฤติการณ์หลบหนีแต่อย่างใด

ต่อมา ศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวธีรเมธ “พิเคราะห์ตามความหนักเบาของพฤติการณ์แห่งคดีเห็นว่าร้ายแรง ประกอบกับผู้ต้องหาเคยถูกฝากขังที่ศาลนี้ในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก หากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะก่อเหตุประการอื่นหรือหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว”  ทำให้เขาถูกนำตัวไปคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 พ.ย. 64

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ธีรเมธ เคยถูกจับกุมระหว่างการชุมนุม #ม็อบทะลุแก๊ซ บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2564 มาก่อน และเคยถูกขอฝากขังที่ศาลอาญา ก่อนได้รับการประกันตัวออกมา จนถูกกล่าวหาดำเนินคดีใน 6 คดีนี้อีก

นอกจากธีรเมธแล้ว ยังพบว่ามีประชาชนอีกหลายรายที่ได้รับหมายเรียกจากการเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมอิสระที่แยกดินแดง หนึ่งในนั้นมี ชาญชัย ปุสรังษี อดีตการ์ดเสื้อแดง ที่ได้รับหมายเรียกอย่างน้อย 12 คดี ในข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เช่นเดียวกันกับธีรเมธ

.

X