#ม็อบ22สิงหา จับอีก 42 ราย เด็ก/เยาวชน 19 – เจ็บระนาว 15 เยาวชน 2 รายนำส่ง รพ. ที่เหลือนอนโรงพัก ถูกยึดโทรศัพท์ติดต่อ ผปค.ไม่ได้ ก่อนศาลให้ประกันตัวทั้งหมด

22 ส.ค. 2564 หลังจากกลุ่ม “ทะลุฟ้า” จัดกิจกรรม #ม็อบ22สิงหา กีฬาสีไล่ล่าทรราช ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อจัดกิจกรรมกีฬาหลายประเภทสลับกับการปราศรัยและแสดงดนตรี เพื่อแสดงออกว่ากิจกรรมกีฬาเป็นพื้นที่เสรีภาพ ในการต่อต้านประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ออกจากตำแหน่ง ในขณะที่มวลชนกลุ่มอิสระรวมตัวบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง 

พบว่ามีผู้ถูกจับกุมไปรวม 42 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก/เยาวชน 19 ราย โดยมีเด็กอายุ 13 และ 14 ปี รวมอยู่ด้วย 2 คน ผู้ถูกจับกุมแจ้งข้อหาถูกตั้งข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกมั่วสุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และ 216  มีหนึ่งรายที่ถูกแจ้งข้อหามีอาวุธ และอีกหนึ่งรายในข้อหามีระเบิด หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างสองฝ่าย และตามมาด้วยการสลายการชุมนุมตั้งแต่เวลา 18.12 น. ถึงประมาณ 22.00 น. หลังเวลาเคอร์ฟิว ทั้งหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก, ถนนมิตรไมตรี ขาเข้าแยกดินแดง, ทางลงทางด่วนดินแดงและสามเหลี่ยมดินแดง อีกทั้งมีรถจักรยานยนต์ที่จอดล้มอยู่ ตำรวจยึดไปอย่างน้อย 27 คัน 

การสลายการชุมนุมครั้งนี้มีผู้ถูกจับกุมที่ได้รับบาดเจ็บมากถึง 15 คน แยกเป็นเยาวชน 7 คน และผู้ใหญ่ 8 คน อีกทั้งมีผู้ชุมนุมอื่นอีก 2 คน ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ เป็นเยาวชนหนึ่งคนและไม่ทราบอายุอีกหนึ่งคน พบเยาวชนที่ได้รับบาดเจ็บหนัก 2 คนต้องนำส่งโรงพยาบาลตำรวจ โดยเป็นเด็กอายุ 13 ปี เบื้องต้นมีอาการที่ช่องท้องซึ่งยังคงรอการวินิจฉัยของแพทย์อยู่ ส่วนเยาวชนอีกราย พบบาดเจ็บที่แขน เพราะเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน 2-3 คน เข้าประชิดตัวเตะและตีเพื่อจับกุม หลังรถจักรยานยนต์ล้ม      

ปฏิบัติการปราบปรามผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2564 นี้นับเป็นอีกคราวที่เจ้าหน้าที่จับกุมเด็กที่มีอายุเพียง 13 ปี นับตั้งแต่ปฏิบัติการมาตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2564 กวาดจับแกนนำ, จับผู้เตรียมและเข้าร่วมการชุมนุม, คนขับรถเครื่องเสียง หรือคนขับรถที่ช่วยขนอุปกรณ์การชุมนุม และประชาชนทั่วไปในแฟลตดินแดงที่รอกลับบ้านหลังเลิกงาน นับตั้งแต่ วันที่ 1-22 ส.ค. 2564 มีการจับกุม/ควบคุมตัว เยาวชนแล้วอย่างน้อย 65 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี  อย่างน้อย 8 ราย ส่วนผู้ใหญ่จับแล้วอย่างน้อย 168 คน รวมทั้งหมดเป็น 233 คน   

บาดเจ็บมากถึง 15 คน จากกระสุนยาง ใช้กำลังเข้าจับกุม และทำให้รถจักรยานยนต์ล้ม   

#ม็อบ22สิงหา มีรายงานทั้งผู้บาดเจ็บระหว่างการชุมนุมจากเหตุตอบโต้กันไปมาระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนและมวลชน และผู้บาดเจ็บระหว่างการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ทำให้เยาวชนอายุ 13 และ 16 ปี ถูกนำตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ 

ในรายที่เกิดเหตุระหว่างการชุมนุม 

ที่ ถ. วิภาวีรังสิตขาออก มีรายงานว่าประมาณ 17.00 น. เยาวชนอายุ 15 ปี ได้รับการปฐมพยาบาลจากบาดแผลกระสุนยางที่กลางหน้าผาก ค่อนข้างลึกและต้องเย็บ จนถูกนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา อีกรายเหตุเกิดเวลาประมาณ 20.00 น. หลังจากเจ้าหน้าที่ระดมยิงแก๊สน้ำตาสลับกับยิงกระสุนยางสกัดผู้ชุมนุม มีผู้ชุมนุมชาย 1 คน  ได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตาจนแน่นหน้าอกเข้ารับการปฐมพยาบาลกับหน่วยพยาบาลริมถนน     

ที่ สน. พหลโยธิน 

เด็กและเยาวชนถูกนำตัวไปควบคุมโดยการมัดข้อมือด้วยเคเบิ้ลไทร์สีดำทุกคน และมีผู้บาดเจ็บจำนวน บาดเจ็บ 7 คน  คน จาก 17 คน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการจับกุมในช่วงตั้งแต่เวลา 17.45 น. ในจำนวนนี้มีเด็กวัย 13 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจก่อนการแจ้งข้อกล่าวหา จากเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม เบื้องต้นทราบอาการจาก รองผู้กำกับ (สอบสวน) สน. ดินแดง ว่ายังรักษาตัวที่โรงพยาบาลเนื่องจากเลือดออกในช่องท้อง โดยยังติดต่อผู้ปกครองไม่ได้ 

และเยาวชน อายุ 16 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาลตำรวจกลางดึกหลังแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จแล้ว เนื่องจากบาดเจ็บที่แขนขวาจนต้องปฐมพยาบาลโดยการใช้เสื้อทำเป็นห่วงคล้องคอเพื่อประคองแขนขวาที่เจ็บไว้ สอบความเบื้องต้นทราบว่ารถจักรยานยนต์คันอื่นไถลมาถูกรถของตน ทำให้ตนล้มไปด้วย และเจ้าหน้าที่ 2-3 คน เข้าประชิดตัวเตะและตีเข้าที่ท้อง เขาได้พยายามขดตัว ต่อมานอนหงายได้พบว่าเจ้าหน้าที่ได้เอาปืนจ่อไว้กลางลำตัวจนถูกจับกุมตัวได้ ทั้งนี้ยังต้องรอการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าสภาพแขนขวาหักหรืองอหรือไม่ และที่หัวเข่าขวา เหนือข้อมือขวา และข้อศอกซ้าย ยังมีร่องรอยของคล้ายถูกยิงด้วยกระสุนยางด้วย  

อีกทั้ง ยังมีเยาวชนอีก 2 คน ถูกยิงด้วยกระสุนยาง โดนกระสุนยางเข้าที่หลัง 2 จุด มีแผลถลอกที่ขมับซ้ายและมีรอยแดงใต้ข้อศอกซ้าย อีกรายโดนกระสุนยางที่ไหล่หลังขวา 1 จุด จนเป็นรอยแดงชัดเจน    

มีกลุ่มเยาวชนที่ได้รับบาดเจ็บจากใช้กำลังเข้าจับกุม รายแรกซึ่งมีรอยบวมที่ศีรษะระบุว่า ถูกทำให้จักรยานยนต์ล้มลงแล้ว คฝ. ตามจนเจอในที่แอบ ก่อนที่จะบอกให้เขานอนลงและเตะเข้าที่ศีรษะ รายที่สองให้ข้อมูลว่า ถูกตีด้วยกระบองที่ศีรษะทำให้มีอาการปวด อีกรายระบุว่า ถูกรถจักรยานยนต์คันอื่นซึ่งถูก คฝ.ยิง ไถลมาถูกรถของตน ทำให้ตนล้มไปด้วย ก่อนถูกกดให้นอนลง จนได้รับบาดเจ็บที่ไหปลาร้า ข้อมือซ้าย และต้นขาซ้าย 

มีเยาวชนอีกรายที่รถจักรยานยนต์ล้มจากการไล่จับกุมของเจ้าหน้าที่ จนมีแผลถลอกตามร่างกาย   

ที่ สน. ห้วยขวาง 

ผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คนจากทั้งหมด 18 คน โดยไม่มีเยาวชนถูกจับมาที่ สน. นี้ เบื้องต้นพบว่ากลุ่มคนที่ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย จากกระสุนยาง โดยถูกยิงด้วยกระสุนยางจนรถล้ม ทำให้มีรอยถลอกตลอดแขนขวา อีกรายมีบาดแผลจากการถูกยิงด้วยกระสุนยางในระยะประชิดบริเวณลำตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  รวมทั้งที่แขน รวม 9 แห่ง รายที่ 3 มีรอยกระสุนยางบริเวณแขนขวา และถูกใช้กำลังเข้าจับกุมตอนล้มลง มีอาการปวดที่ไหล่ซ้าย และมีรอยฟกซ้ำที่มือขวา  

กลุ่มคนที่ได้รับบาดเจ็บจากใช้กำลังเข้าจับกุม รายแรกฟกช้ำที่ไหล่ซ้ายและศีรษะบวมเล็กน้อย อีกรายระบุว่า ปี ถูก คฝ.มากกว่า 5 นาย รุมเตะที่ศีรษะ โดยขณะที่อยู่ที่สถานีตำรวจยังมีอาการปวดหัว              

และกลุ่มคนที่รถจักรยานยนต์ล้มแล้วบาดเจ็บ 3 ราย กลุ่มนี้มีแผลถลอกตามร่างกาย บางรายระบุว่า ถูกเจ้าหน้าที่ คฝ. เข้ามาเตะ หรือเข้ามาทำให้ล้มลงกดหน้ากับพื้นจนคอเคล็ด บางรายใช้กระบองฟาดที่หลัง หลังจากที่รถล้มไปแล้วเพื่อเข้าจับกุม 

สรุปผู้ถูกจับกุม 42 ราย แยกดำเนินคดี 6 คดี ควบคุมตัว 3 โรงพัก

ควบคุมตัว 16 เยาวชน อยู่ สน.พหลโยธิน อีก 1 รายส่งโรงพยาบาลก่อนแจ้งข้อกล่าวหา ศาลเยาวชนฯ ให้ประกันตัว ไม่ต้องวางหลักทรัพย์ ยกเว้นเยาวชนหนึ่งรายข้อหามีอาวุธ วางหลักประกัน 20,000 บาท  

ที่ สน.พหลโยธิน ทนายความได้พบเยาวชนถูกจับกุมรวม 16 ราย ในสภาพถูกมัดข้อมือ 2 ข้างเข้าด้วยกันด้วยเคเบิลไทร์ หลังสอบถามพบว่ามีเด็กอายุ 14 ปี 1 ราย และพบผู้ที่ได้รับบาดเจ็บการการทำร้ายของเจ้าหน้าที่ขณะเข้าจับกุมรวม 6 ราย นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งว่า มีผู้ถูกจับกุมอีก 1 ราย อายุ 13 ปี ซึ่งหลังถูกจับกุมได้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากรถจักรยานยนต์ล้ม 

เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกการจับกุมแล้วอ่านให้เยาวชนฟังว่า  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรวม 26 นาย ประกอบด้วย บก.อคฝ. 15 นาย, คฝ.สน.บางนา 4 นาย และคฝ.สน.สำเหร่ 7 นาย ได้ทำการจับกุมเยาวชนทั้ง 17 ราย ได้ที่ถนนวิภาวดีรังสิต ตั้งแต่บริเวณใต้ทางด่วนดินแดงไปถึงหน้าศูนย์เบนซ์ และทางลงทางด่วนดินแดง ในช่วงเวลา 17.45-18.30 น.

โดยตั้งแต่เวลา 16.30 น. ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมจํานวนหลายคนมาร่วมกันชุมนุมที่บริเวณถนนอโศกดินแดง เรื่อยไปจนถึงถนนถนนวิภาวดี โดยในการชุมนุมดังกล่าว ได้มีการขว้างปาประทัด ระเบิด และใช้ลูกแก้ว หรือของแข็งอย่างอื่น ยิงด้วยหนังสติ๊กหรืออาวุธอย่างอื่น เข้าใส่สถานที่ราชการและตํารวจควบคุมฝูงชนที่มาดูแลสถานการณ์ ตํารวจควบคุมฝูงชนได้ประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวเลิกชุมนุม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่เลิก 

เจ้าพนักงานตํารวจควบคุมฝูงชนจึงได้เข้าควบคุมพื้นที่และจับกุมผู้กระทําความผิด กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้ขัดขืน โดยการวิ่งหลบหนี และพยายามสบัดตัว ต่อมาเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาที่ 1-17 ได้ขณะวิ่งหลบหนีชุดควบคุมฝูงชน จากนั้นได้ทําการค้นตัว พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอกในกระเป๋าสะพายของผู้ต้องหาที่ 16 จึงได้ตรวจยึดเป็นของกลาง และนำตัวทั้ง 17 คน ส่งให้พนักงานสอบสวนดําเนินคดี

ทั้งนี้ บริเวณที่เกิดเหตุอยู่ในท้องที่ สน.ดินแดง พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง จึงได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาเยาวชนทั้งหมดในข้อหา ร่วมกันจัดกิจกรรมและร่วมกันชุมนุม ฝ่าฝืน พ.ร.กฉุกเฉินฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทําการให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้ร่วมกระทําผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกมั่วสุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคสอง และมาตรา 216

ในส่วนเยาวชนซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ 16 ซึ่งตำรวจกล่าวหาว่าพกปืนไทยประดิษฐ์ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา มีอาวุธในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย 

เยาวชนทั้งหมดให้การปฏิเสธชั้นจับกุม และไม่ลงชื่อในบันทึกจับกุม ส่วนการสอบปากคำในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนจะได้สอบปากคำในภายหลัง

ภายหลังเสร็จกระบวนการของตำรวจ ปรากฏว่า มีผู้ปกครองมารับเยาวชนที่ถูกจับกลับบ้านเพียง 1 คน อีก 1 คน ถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่แขน เนื่องจากถูกรถคันที่ตำรวจยิงไถลมาชน ที่เหลืออีก 14 คน ถูกขังในห้องขังทั้งคืน เนื่องจากทุกคนถูกชุดจับกุมยึดโทรศัพท์ไป โดยไม่นำส่งให้พนักงานสอบสวน ทำให้เยาวชนติดต่อผู้ปกครองมารับกลับไม่ได้ เนื่องจากจำเบอร์โทรศัพท์ของผู้ปกครองไม่ได้

บ่ายวันนี้ พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้นำตัวเยาวชนทั้งที่อยู่ สน.พหลโยธิน และที่กลับบ้านไปแล้วนัดหมายให้มาวันนี้รวม 16 คน (ยกเว้นเด็ก 13 ปี ซึ่งยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ) ไปที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อให้ศาลตรวจสอบการจับกุมว่า เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พร้อมกันนี้ พนักงานสอบสวนยังได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายควบคุมตัวเยาวชนทั้ง 16 

ด้านที่ปรึกษากฎหมายได้ยื่นคำแถลงประกอบการไต่สวนการตรวจสอบการจับกุม และขอปล่อยตัวชั่วคราวเยาวชนโดยไม่วางหลักประกัน ระบุเหตุผลว่า ผู้ต้องหาไม่ได้หลบหนี หรือต่อสู้ขัดขวาง แต่เจ้าหน้าที่ที่จับกุมไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาขณะจับกุม ไม่ได้แจ้งสิทธิของผู้ถูกจับ ไม่แจ้งว่าจะนำไปคุมตัวและสอบสวนที่ใด ไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาแจ้งญาติทราบ ไม่ให้พบทนายเป็นการเฉพาะตัว และใส่เครื่องพันธนาการผู้ต้องหา

อีกทั้งผู้ต้องหาถูกจับในพื้นที่รับผิดชอบของ สน. ดินแดง แต่ชุดจับกุมกลับนำตัวผู้ต้องหาไปไว้ที่ สน.พหลโยธิน ไม่นำตัวผู้ต้องหาส่ง สน. ดินแดง อันเป็นการควบคุมตัวไม่ชอบตามกฎหมาย นอกจากนั้น ผู้ต้องหาเองยังอยู่ในการดูแลของผู้ปกครอง เป็นเพียงนักเรียนธรรมดาและไม่ได้เป็นภัยต่อบุคคลอื่นอย่างร้ายแรง การคุมขังผู้ต้องหาอาจกระทบกระเทือนจิตใจผู้ต้องหาที่ยังคงเป็นเยาวชน

ต่อมา ศาลมีคำสั่งว่าเจ้าหน้าที่จับกุมโดยชอบแล้ว และให้ออกหมายควบคุมตัวผู้ต้องหา ก่อนอนุญาตให้ประกันตัวไม่ต้องวางหลักประกัน แต่ในเยาวชนรายที่ถูกกล่าวหาว่ามีอาวุธในครอบครอง ศาลให้วางหลักประกันเป็นเงินสด 20,000 บาท และได้นัดหมายทั้งหมดรายงานตัวในวันที่ 13 ก.ย. 2564 และนัดพบพนักงานคุมประพฤติที่สถานพินิจฯ วันที่ 31 ส.ค. 2564 ทั้งหมดจึงได้รับการปล่อยตัวในช่วงค่ำ โดยมีผู้ปกครองมารับ

ควบคุมตัวผู้ใหญ่ 18 ราย ไป สน.ห้วยขวาง  ตำรวจค้านประกันตัว อ้างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ศาลให้ประกันตัวทั้งหมดโดยไม่ต้องวางหลักประกัน  

ทนายความซึ่งเดินทางไปถึง สน.ห้วยขวาง ในเวลาประมาณ 23.00 น. พบว่ามีประชาชนถูกจับกุมรวม 18 ราย เป็นหญิง 1 ราย ส่วนใหญ่อายุ 18-25 ปี มี 5 รายที่อายุเกิน 25 ปี โดยขณะที่เดินทางไปถึงเจ้าหน้าที่ได้เริ่มทำบันทึกการจับกุมแล้ว แต่ยังไม่เสร็จ 

ต่อมา ทราบจากบันทึกการจับกุมว่า ประชาชน 18 ราย ดังกล่าว ถูกจับกุมโดยชุดจับกุมเดียวกับที่จับกุมเยาวชน 17 ราย ในช่วงเวลาและบริเวณเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่บรรยายพฤติการณ์ในการจับกุมเช่นเดียวกันด้วย และระบุว่า เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาที่ 1-18 ซึ่งเป็นผู้ร่วมชุมนุมได้ พร้อมทั้งตรวจยึดรถจักรยานยนต์ทั้งหมดที่จอดทิ้งไว้ในบริเวณที่เกิดเหตุ หลังจากจับกุมได้ทําการค้นตัวผู้ถูกจับ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย พบแต่โทรศัพท์มือถือในตัวผู้ถูกจับ 15 ราย จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นวัตถุพยานรวม 19 เครื่อง ก่อนส่งทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนดําเนินคดี

ทั้งนี้ โดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบระเบิดปิงปองและระเบิดแสวงเครื่องตกอยู่ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางในคดีเพื่อตรวจสอบต่อไป

พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกจับกุมทั้ง 18 คน รวม 3 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันจัดกิจกรรมและร่วมกันชุมนุม ฝ่าฝืน พ.ร.กฉุกเฉินฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทําการให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้ร่วมกระทําผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกมั่วสุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคสอง และมาตรา 216

ทั้ง 18 คน ให้การปฏิเสธทั้งในชั้นจับกุมและสอบสวน โดยไม่ลงชื่อในบันทึกจับกุม หลังสอบปากคำทั้งหมดถูกคุมขังอยู่ที่ สน.ห้วยขวาง ตลอดทั้งคืน 

ในกลุ่มนี้ได้รับบาดเจ็บรวม 8 คน โดยถูกกระสุนยาง 3 คน ได้รับบาดเจ็บจากใช้กำลังเข้าจับกุม 2 คน และรถจักรยานยนต์ล้มแล้วบาดเจ็บ 3 ราย 

เช้าวันนี้ พนักงานสอบสวนได้นำตัวทั้งหมด ไปขออำนาจศาลแขวงพระนครเหนือฝากขัง โดยได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา เนื่องจากอ้างเหตุผลว่า เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม อาจทำให้เกิดการระบาดของโควิด-19 ในวงกว้าง หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเกรงจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น

ต่อมา ศาลอนุญาตให้ฝากขัง และให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องวางหลักประกันตามที่ทนายความยื่นคำร้อง โดยคำร้องของทนายความระบุว่า พฤติการณ์คดีตามบันทึกจับกุมพนักงานสอบสวนระบุเหตุการณ์โดยเลื่อนลอย เคลือบคลุม ไม่มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ อีกทั้งการคุมขังผู้ต้องหาไว้อาจเสี่ยงต่อการติดโควิดในเรือนจำ 

ศาลนัดผู้ต้องหาทั้งหมดให้มารายงานตัวในวันที่ 22 ก.ย. 2564 ก่อนทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวที่ศาลในเวลาประมาณ 14.30 น. 

กลุ่มถูกจับกุมด่านความมั่นคงหน้ากรมแพทย์ทหารบก และจุดตรวจค้นยานพาหนะหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ถูกนำตัวไป สน.พญาไท ก่อนศาลให้ประกันตัวทั้งหมด ส่วนเยาวชน 2 คน รับสารภาพฝ่าเคอร์ฟิว     

เวลาประมาณ 23.00 น. ทนายความซึ่งติดตามไปที่ สน.พญาไท ได้พบผู้ถูกจับกุมเป็นเยาวชน 2 ราย และผู้ใหญ่ 5 ราย ก่อนหน้านั้นตำรวจได้จัดทำบันทึกจับกุมเสร็จแล้ว โดยแยกเป็น 3 กลุ่ม เนื่องจากถูกจับกุมไม่พร้อมกัน

กลุ่มแรกมีผู้ถูกจับ 4 คน กศิเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี, จิราพัชร (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ศรวีร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี และธัญวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ระบุในบันทึกจับกุมว่าถูกจับกุมที่ด่านความมั่นคงหน้ากรมแพทย์ทหารบก เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. โดยตำรวจปราบปรามและสืบสวน สน.พญาไท 7 นาย พร้อมด้วยทหารสังกัด พัน.สห.11 จำนวน 2 นาย 

ภาพจาก Banrasdr photo

พฤติการณ์แห่งการจับกุม กล่าวคือ ขณะที่ตํารวจทหารชุดจับกุมตั้งด่านความมั่นคงหน้ากรมแพทย์ทหารบก พบกศิเดชขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีจิราพัชรนั่งซ้อนท้ายมาถึงที่ด่านตรวจ ได้เข้าตรวจค้น พบระเบิดปิงปองและระเบิดแบบไทยประดิษฐ์ ในกระเป๋าสะพายเป้ที่กศิเดชสะพายอยู่ 

จากนั้นพบศรวีร์ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีธัญวุฒินั่งซ้อนท้ายมาถึงที่ด่านตรวจ ได้ขอทําการตรวจค้น พบหนังสติ๊กจํานวน 1 อัน ลูกแก้วและหัวน้อต อยู่ในกระเป๋าสะพายของศรวีร์ 

จากการสอบถาม ทั้งสี่ให้การว่าได้ไปร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จึงได้ทําการจับกุมนําส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท 

จากนั้น พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสี่ว่า ร่วมกันจัดกิจกรรมและร่วมกันชุมนุม ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พร้อมทั้งแจ้งข้อหากสิเดชอีก 1 ข้อหา คือ มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 

ทั้งสี่ไม่ลงชื่อในบันทึกจับกุม และให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน โดยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือในภายหลัง

กลุ่มที่สอง มีจิตรกร (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี เพียงคนเดียว ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันที่ด่านความมั่นคง เมื่อประมาณ 20.30 น. 

พฤติการณ์ในการจับคือ ขณะตํารวจและทหารชุดจับกุมตั้งด่านความมั่นคงหน้ากรมแพทย์ทหารบก (ฝั่งพญาไทขาเข้า) พบจิตรกรขับรถจักรยานยนต์มาถึง จึงได้ขอตรวจค้น พบวิทยุสื่อสารสีแดง 1 เครื่อง ในกระเป๋าเป้ที่สะพาย เจ้าหน้าที่ตํารวจได้สอบถาม จิตรกรแจ้งว่าไปร่วมกิจกรรมชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมา จึงได้ทําการจับกุมนําส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดําเนินคดี

ภาพจาก Banrasdr Photo

โดยพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้แจ้งข้อกล่าวหาจิตรกรว่า ร่วมกันจัดกิจกรรมและร่วมกันชุมนุม ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และมีวิทยุคมนาคมไว้ในการครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จิตรกรให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน และจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือภายในวันที่ 15 ก.ย. 2564

กลุ่มที่ 3 คือ เยาวชน 2 ราย บันทึกจับกุมระบุว่า ถูกจับกุมบริเวณหน้าจุดตรวจค้นยานพาหนะหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาสนามเป้า ถนนพหลโยธิน ซึ่งมีตำรวจปราบปรามและตำรวจจราจร สน.บางโพ วางกำลังอยู่ โดยพบเยาวชนทั้งสองขับขี่รถจักรยานยนต์ในเวลาประมาณ 21.30 น. ซึ่งเป็นการออกนอกเคหสถานเวลา 21.00 -04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น โดยไม่ได้รับการยกเว้นหรือมีเหตุจำเป็นอื่น จึงจับกุมส่งพนักงานสอบสวน

พนักงานสอบสวน สน. พญาไท แจ้งข้อกล่าวหาเยาวชนทั้งสองในข้อหา ออกนอกเคหสถานในเวลาห้าม อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ชั้นจับกุมซึ่งไม่มีที่ปรึกษากฎหมายเข้าร่วม เยาวชนทั้งสองให้การรับสารภาพ อย่างไรก็ตาม ในการสอบปากคำในเช้าวันนี้ โดยที่ปรึกษากฎหมายอยู่ร่วมด้วย ทั้งสองให้การรับสารภาพเช่นเดียวกัน  

บ่ายวันนี้ พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้นำตัวเยาวชนทั้งสอง พร้อมด้วยเยาวชนอีก 1 ราย ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2564 บริเวณหน้าห้างเซ็นจูรี่ อนุสาวรัย์ชัยฯ แต่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากถูกยิงด้วยกระสุนยางเข้าที่ขา ซึ่งแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไปที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อให้ศาลตรวจสอบการจับกุม พร้อมกันนี้ พนักงานสอบสวนยังได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายควบคุมตัวเยาวชนทั้งสาม โดยที่ปรึกษากฎหมายได้ยื่นคำแถลงคัดค้านการควบคุมตัวเช่นกัน

ต่อมา ศาลลงความเห็นว่าเจ้าหน้าที่จับกุมโดยชอบแล้ว และให้ออกหมายควบคุมตัวผู้ต้องหา ก่อนอนุญาตให้ประกันตัวไม่ต้องวางหลักประกัน และได้นัดหมายทั้งหมดรายงานตัวในวันที่ 13 ก.ย. 2564 ก่อนทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวในช่วงค่ำ 

ส่วนกรณีจิราพัชร, ศรวีร์ และธัญวุฒิ ซึ่งถูกแจ้งเฉพาะข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พนักงานสอบสวนได้ฝากขังต่อศาลแขวงดุสิตผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ 

ต่อมา ศาลอนุญาตให้ฝากขัง ทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ระบุเหตุผลว่า พฤติการณ์คดีเป็นเรื่องการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ อีกทั้งพนักงานสอบสวนไม่ได้อ้างพยานหลักฐานอื่นใดว่าผู้ต้องหาเข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าว ผู้ต้องหาทั้งสามมีอาชีพรับจ้างทั่วไป มีภาระในการหาเลี้ยงครอบครัว ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำ หากไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นอกจากครอบครัวจะได้รับความเดือดร้อนแล้ว ผู้ต้องหายังเสี่ยงที่จะติดโควิดในเรือนจำ

เวลาประมาณ 14.30 น. ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสาม โดยให้วางหลักประกันเป็นเงินสดคนละ 20,000 บาท และนัดให้มารายงานตัวในวันที่ 22 ก.ย. 2564 เวลา 09.00 น. 

ด้านกศิเดชและจิตรกร พนักงานสอบสวนได้ฝากขังต่อศาลอาญาผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ต่อมา ทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างสอบสวน  

กรณีจิตรกร ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยให้วางหลักประกันเป็นเงินสด 35,000 บาท และนัดรายงานตัวในวันที่ 11 ต.ค. 2564 เวลา 08.30 น.

ส่วนกศิเดช ศาลมีคำสั่งให้อนุญาตปล่อยชั่วคราว โดยให้วางหลักประกันเป็นเงินสด 110,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามผู้ต้องหากระทำการใดในลักษณะเช่นเดียวกับที่ถูกกล่าวหาหรือเข้าร่วมในกิจกรรมใดที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นได้ในบ้านเมือง นัดรายงานตัวต่อศาลในวันที่ 11 ต.ค. 2564 เวลา 08.30 น. เช่นเดียวกัน 

อ่านสรุปเหตุการณ์การชุมนุมม็อบ22สิงหา > https://www.mobdatathailand.org/case-file/1629695042013 (MobData Thailand)  

.

เครดิตภาพประจำเรื่อง เพจ Banrasdr Photo

More from my site

X