อัยการสั่งฟ้องคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ “สุปรียา” เหตุชุมนุมเชียงรายปี 63 #คนเจียงฮายก้ายคนง่าวบ่เอาคนหลายใจ

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 น. สุปรียา ใจแก้ว หรือ “แซน” อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย เดินทางเข้ารายงานตัวต่อพนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย พร้อมกัน 2 คดี คือ คดีมาตรา 112 เหตุจากกรณีติดป้าย “งบสถาบันฯ>งบเยียวยาประชาชน” และคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เหตุจัดกิจกรรม #คนเจียงฮายก้ายคนง่าวบ่เอาคนหลายใจ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 63

ต่อมา พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งให้เลื่อนนัดการรายงานตัวในคดีมาตรา 112 ออกไปก่อน เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งทางคดี ส่วนคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงรายทันที

เวลา 11.00 น. สุปรียาถูกเชิญเข้าไปอยู่ในห้องสำหรับควบคุมตัวของศาลจังหวัดเชียงราย สำหรับจำเลยรอประกันตัว รวมกับจำเลยในคดีอื่นอีกหลายคน ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลได้แจ้งว่าห้ามถ่ายภาพและห้ามใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตลอดระยะเวลาการควบคุมตัวดังกล่าว ขณะที่ทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย โดยไม่มีหลักประกัน

กระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. ผู้พิพากษาสอบถามคำให้การผ่านระบบประชุมทางจอภาพมาในห้องควบคุมตัวจำเลยรอการประกัน สุปรียาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและประสงค์จะต่อสู้คดี

จนกระทั่งเวลา 16.00 น. ศาลจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน แต่ให้ทำสัญญาประกัน หากไม่ตามตามนัด จะเสียค่าปรับจำนวน 20,000 บาท พร้อมกำหนดวันนัดคุ้มครองสิทธิ์และวันนัดตรวจพยานหลักฐานคือวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 และวันที่ 3 ธันวาคม 2564 ตามลำดับ

รวมเวลาที่สุปรียาถูกควบคุมตัวในห้องควบคุมของศาลรวม 5 ชั่วโมง

.

เปิดคำฟ้องพนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย อ้างขอศาลลงโทษสถานหนัก

สำหรับคำฟ้องของพนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย ที่ฟ้องสุปรียาเพียงคนเดียวเป็นจำเลย มีนายพชร บุญสวัสดิ์ พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายเป็นผู้เรียงบรรยายฟ้อง โดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 จำเลยกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้ร่วมกันจัดให้มีการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ที่บริเวณหอนาฬิกาพุทธศิลป์ จังหวัดเชียงราย โดยปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลต่อผู้ร่วมชุมนุมและประชาชนประมาณ 700 คน พร้อมชักชวนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมถ่ายภาพและชูสามนิ้วต่อต้านและขับไล่รัฐบาล อันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนและสถานที่แออัดอันเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019

โจทก์ยังบรรยายในท้ายฟ้องด้วยว่า “อนึ่ง การกระทำความผิดของจำเลยดังกล่าว นอกจากเป็นจะเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายแล้ว ยังส่งผลให้มาตรการที่รัฐบาลกำหนดให้ประชาชนปฏิบัติเพื่อแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้ศาลลงโทษจำเลยสถานหนักเพื่อมิให้จำเลยกระทำความผิดซ้ำอีกซึ่งอาจเป็นภยันตรายแก่บุคคลและเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ขอศาลมีคำสั่งให้บังคับใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยกับจำเลยโดยห้ามมิให้จำเลยออกนอกเขตเคหสถาน หรือห้ามเข้าเขตกำหนด หรือห้ามมิให้เข้าไปในท้องที่หรือสถานที่ที่กำหนด หรือมีคำสั่งให้จำเลยทำทัณฑ์บนโดยกำหนดจำนวนเงินไม่เกินกว่า 50,000 บาท หากจำเลยไม่ยอมทำทัณฑ์บนหรือหาประกันไม่ได้ ขอให้ศาลได้โปรดมีคำสั่งกักขังจำเลยไว้จนกว่าจะทำทัณฑ์บนหรือหาประกันได้ ตามหากจำเลยขอปล่อยชั่วคราวขอให้อยู่ในดุลยพินิจศาล”

สุปรียาถูกฟ้องในข้อหา “ร่วมกันชุมนุม ทำกิจกรรมหรือการมั่วสุม ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และร่วมกันจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมากที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ที่ 1/2563”

ก่อนหน้านี้ในชั้นสอบสวน สุปรียาถูกตำรวจแจ้งข้อกล่าว 5 ข้อกล่าวหาจากกฎหมาย 4 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2548, พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558, พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 114, 109, พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 ไปเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2563 แต่ข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ ได้ขาดอายุความฟ้องคดีแล้ว หลังเหตุการณ์ชุมนุมผ่านไปเกินกว่า 1 ปี ทำให้ไม่สามารถนำมาฟ้องได้อีก

ทั้งนี้ น่าสังเกตด้วยว่าคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ที่ 1/2563 นั้นอ้างอิงอำนาจและอัตราโทษตามมาตรา 35 และมาตรา 52 ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ซึ่งระบุโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งอัตราโทษปรับด้งกล่าวเกินกว่าเขตอำนาจของศาลแขวง ทำให้คดีนี้ถูกฟ้องไปยังศาลจังหวัดเชียงราย ไม่ได้ฟ้องไปยังศาลแขวงเหมือนคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการชุมนุมในจังหวัดอื่นๆ ที่มีศาลแขวงตั้งอยู่

.

อ่านข่าวก่อนหน้านี้

นักศึกษาผู้จัดชุมนุม #คนเจียงฮายก้ายคนง่าวบ่เอาคนหลายใจ รับทราบ 5 ข้อหา ให้การปฏิเสธ

.

X