#ม็อบ12กันยา ตชด.จับ 2 หนุ่ม-สาว กลางดึกที่ดินแดง ส่งฝากขังพร้อม 42 ราย ที่ถูกกวาดจับคืนก่อน ศาลอาญาเรียกเงินประกันเฉียด 1.5 ล้าน

12 ก.ย. 2564 #ม็อบ12กันยา กลุ่ม “ทะลุแก๊ส” และประชาชนทั่วไปยังคงมารวมตัวกันที่สามเหลี่ยมดินแดงตั้งแต่ช่วงเย็นเหมือนเช่นทุกวัน เพื่อขับไล่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ รวมถึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ยุติการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมและประชาชน นอกจากเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ซุ้มเฉลิมพระเกียรติบนทางด่วนดินแดงในช่วงค่ำ โดยยังไม่ทราบสาเหตุ ก่อนเที่ยงคืนพบว่า รถควบคุมผู้ต้องขังพุ่งชนเยาวชนอายุ 14 ปี บริเวณแยกดินแดง รถกู้ภัยปอเต๊กตึ๊งต้องปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี โดยมีข้อมูลเพิ่มเติมภายหลังว่า รถคันดังกล่าวเป็นของ สน.พลับพลาไชย 1 ซึ่งเข้าร่วมสนับสนุนปฏิบัติการควบคุมสถานการณ์ที่แยกดินแดง กำลังกลับ สน. และมีผู้บาดเจ็บจากรถคันดังกล่าวมากกว่า 1 ราย

หลังเที่ยงคืน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งว่า มีผู้ถูกจับกุมบริเวณแยกดินแดงอย่างน้อย 1 ราย เป็นวัยรุ่นหญิงอายุ 18 ปี ซึ่งได้ส่งข้อความบอกเพื่อน ก่อนที่เพื่อนจะไม่สามารถติดต่อได้อีก อย่างไรก็ตาม ทนายความได้พยายามติดต่อไปที่ สน.ดินแดง แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่รับสาย กระทั่งประมาณ 05.00 น. ของวันนี้ (13 ก.ย. 2564) จึงได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ว่ามีผู้ถูกจับกุมและควบคุมตัวอยู่ที่ สน.ดินแดง รวม 2 ราย  

เมื่อทนายความไปถึง สน.ดินแดง พบว่า เจ้าหน้าที่ทำบันทึกจับกุมเสร็จแล้ว ระบุว่า ตชด. 3 นาย จาก กก.ตชด.13 ได้ร่วมกันจับกุม อานนท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี และยิม (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ที่บริเวณแยกตัดใหม่ ถนนวิภาวดีฝั่งขาเข้า ในเวลา 23.50 น. และตรวจค้นตัว ก่อนพบปืนพกสั้น ขนาด .38 มม. จํานวน 1 กระบอก และกระสุนปืน 11 นัด ที่กางเกงของอานนท์ หนังสะติ๊กพร้อมลูกแก้ว ในกระเป๋าสะพายของอานนท์และยิม จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และยึดโทรศัพท์ของทั้งสองรวม 2 เครื่อง ไว้เป็นวัตถุพยาน 

โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาอานนท์และยิมว่า “ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม และออกนอกเคหะสถานในเวลาห้าม, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้ร่วมกระทําผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ, เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกมั่วสุมแล้วไม่เลิก และร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป” อันเป็นฐานความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215, 216, 138 และ 140 

ทั้งยังแจ้งข้อกล่าวหาอานนท์อีก 2 ข้อหา คือ “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร” ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 

ในการสอบปากคำช่วงเช้าตรู่ที่มีทนายความเข้าร่วม อานนท์และยิมให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ย้ายทั้งสองไปคุมขังที่ สน.บางเขน ซึ่งมีผู้ต้องหาจาก #ม็อบ11กันยา 20 ราย ถูกขังอยู่ก่อน รอการฝากขังและประกันตัวต่อศาลในวันนี้

อานนท์และยิมซึ่งประกอบอาชีพรับจ้าง ให้ข้อมูลกับทนายความว่า อานนท์ถูกชุดจับกุมเตะและกระทืบที่เท้ารวม 2 ครั้ง แต่ไม่ปรากฏบาดแผลใดๆ ขณะที่ยิมไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกาย

ช่วงเที่ยง พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังอานนท์และยิมต่อศาลอาญา โดยคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว อ้างเหตุว่า เกรงว่าอาจจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ขณะที่ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว 

ต่อมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ก่อนอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว กรณีของอานนท์ให้วางเงินประกัน 60,000 บาท หากผิดสัญญาประกันให้ปรับ 300,000 บาท พร้อมทั้งให้มาติดกำไลอิเลคทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ย. 2564) และอนุญาตให้ประกันยิม โดยให้วางเงินประกัน 35,000 บาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ นัดทั้งสองรายงานตัวต่อศาลในวันที่ 1 พ.ย. 2564  

.

ให้ประกัน 40 ผู้ต้องหา คดี #ม็อบ11กันยา วางเงิน 1.4 ล้าน – ให้ขังชาวกัมพูชา 2 ราย ระหว่างสอบสวน เหตุกลัวหลบหนี 

กรณีการจับกุม #ม็อบ11กันยา ช่วงหลังเคอร์ฟิวคืนวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ถูกจับกุม 77 ราย ดำเนินคดี 52 ราย ในจำนวนนี้เป็นเยาวชน 9 ราย ซึ่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางให้ประกันตัวไปแล้วเมื่อบ่ายวานนี้ ในส่วนของผู้ใหญ่ 43 ราย ซึ่งแยกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.บางเขน 20 ราย สน.ดอนเมือง 22 ราย โดยถูกคุมขังมา 2 คืนแล้ว พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญาในวันนี้เช่นเดียวกัน เนื่องจากศาลไม่รับฝากขังในวันอาทิตย์ ส่วนอีก 1 ราย ซึ่งมีอาการหอบหืดกำเริบระหว่างถูกจับกุม เจ้าหน้าที่นำส่งไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ  

     >> กวาดจับ 77 ราย ที่ดินแดง! ผู้ชุมนุม – ชาวบ้านพร้อมลูก – คนขายอาหาร อาสาการแพทย์ยังโดน ก่อนปล่อย 25 ราย พร้อมเด็กเล็ก

พนักงานสอบสวนฝากขังผ่านคอนเฟอเรนซ์ทั้ง 42 คน แยกเป็น 5 สำนวน ตามบันทึกการจับกุม โดยไม่ได้ขอฝากขังผู้ต้องหารายที่นำส่งโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากไม่พบตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว 

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 42 ราย อ้างเหตุว่า เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับมีพฤติการณ์ในการกระทําความผิดโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ไม่คํานึงถึงความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม รวมทั้งสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่มีที่พักอาศัยใกล้เคียง และประชาชนที่ใช้เส้นทางในการสัญจรไปมา หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไป เกรงว่าอาจจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1(3) ทั้งที่ผู้ต้องหากว่า 20 ราย ให้การว่าไม่ได้มาร่วมชุมนุม เพียงแค่มารับแจกอาหาร เป็นคนขายอาหาร วินมอเตอร์ไซค์ คนขับแท็กซี่ แม้กระทั่งอาสากู้ภัยของปอเต๊กตึ๊ง  

อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ก่อนอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว 40 ราย โดยให้วางเงินประกัน คนละ 35,000 บาท และไม่กำหนดเงื่อนไขอื่นใด นัดรายงานตัวต่อศาลในวันที่ 1 พ.ย. 2564 โดยทั้ง 40 ราย ใช้เงินของกองทุนราษฎรประสงค์วางเป็นหลักทรัพย์ประกันรวมทั้งสิ้น 1,400,000 บาท 

ส่วนอีก 2 ราย คือ ชัยและฮวด (นามสมมติ) ซึ่งถูกตั้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าว อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ด้วย ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ให้เหตุผลว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับได้ความว่า ผู้ต้องหาที่ 12 และที่ 13 ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน โดยเฉพาะผู้ต้องหาที่ 13 ตามคำร้องขอฝากขังระบุสัญชาติกัมพูชา หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ 12 และที่ 13 ไปมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะหลบหนี

ทั้งนี้ ชัยมีพ่อเป็นคนไทย แต่เสียชีวิตแล้ว ปัจจุบันประกอบอาชีพรับจ้างและอยู่ระหว่างรอการขอสัญชาติไทย ส่วนฮวดเป็นคนไร้บ้าน

.

 #ม็อบ5กันยา ตำรวจแจ้งข้อหาและฝากขังวัยรุ่นระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล #ม็อบ10กันยา อีกรายขอประกันวันนี้ ก่อนได้รับการประกันตัว 

ในวันนี้ ทนายความยังได้ยื่นคำร้องขอประกันกร (นามสมมติ) อายุ 23 ปี ซึ่งถูกจับกุม #ม็อบ10กันยา เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 10 ก.ย. 2564 หลังเที่ยงคืน เข้าสู่วันที่ 11 ก.ย. 2564 แล้ว พร้อมธนา (นามสมมติ) เยาวชนอายุ 14 ปี ซึ่งไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ก่อนถูกควบคุมตัวไปที่ สน.ห้วยขวาง แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น” โดยไม่มีทนายความเข้าร่วม กรถูกฝากขังต่อศาลอาญา เมื่อเช้าวันที่ 11 ก.ย. ก่อนที่จะถูกนำตัวไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยญาติยังไม่ได้ยื่นประกันตัว ขณะที่ธนาญาติได้ยื่นประกันที่ศาลเยาวชนฯ และได้รับการปล่อยตัวไปแล้วก่อนหน้านี้  

โดยศาลอาญาอนุญาตให้ประกันในวงเงินประกัน 35,000 บาท ไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ และนัดรายงานตัวต่อศาลในวันที่ 29 ต.ค. 2564 

อีกรายคือ ภู (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ซึ่งถูกจับกุมเมื่อคืนวันที่ 5 ก.ย. 2564 ขณะนั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์เพื่อนอีก 2 คน เพื่อเดินทางกลับบ้านในเวลา 21.00 น. ถึงบริเวณสะพานข้ามแยกสามเหลี่ยมดินแดง ถูกรถกระบะของ คฝ.ไล่ยิงกระสุนยาง ก่อนเข้าปาดหน้า จนคนขับพงศ์ต้องเบรกรถกะทันหัน ทำให้ภูที่นั่งซ้อนตรงกลางลอยข้ามหัวคนขับออกไป ได้รับบาดเจ็บมีแผลฉีกเปิดบนใบหน้าและศีรษะ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ ขณะที่พงศ์และวิทย์ เพื่อนที่มาด้วยกัน ถูกส่งตัวไป บช.ปส. 

ทั้งสามถูกตั้งข้อหาว่า “ร่วมกันจัดกิจกรรม, ร่วมกันชุมนุม และฝ่าฝืนเคอร์ฟิว (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ), ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวาย โดยคนใดคนหนึ่งมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกไม่ยอมเลิก (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และ 216) และร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่เจ้าพนักงานไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง (พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดฯ)”

หลังภูอาการดีขึ้น แต่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้เข้าแจ้งข้อหา จากนั้นได้ขอฝากขังต่อศาลอาญาในวันนี้ ก่อนทนายความยื่นคำร้องขอประกัน โดยศาลอนุญาตให้ประกัน โดยให้วางเงินประกันจำนวน 12,000 บาท พร้อมทั้งให้ติด EM ทั้งนี้ ให้ผู้ขอประกันพาตัวผู้ต้องหาไปติด EM เมื่อออกจากโรงพยาบาลตำรวจ พร้อมนำใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อศาล โดยหากผิดสัญญาประกันให้ปรับ 60,000 บาท นัดรายงานตัวต่อศาลในวันที่ 25 ต.ค. 2564 

กรและภูใช้เงินประกันจากกองทุนราษฎรประสงค์เช่นเดียวกัน

#ม็อบ12กันยา บาดเจ็บหลายรายจากรถผู้ต้องขัง บช.น.แถลงดำเนินคดีผู้ชุมนุม ส่วนผู้บาดเจ็บต้องเข้าแจ้งความเอง

จากการเข้าสังเกตการณ์ของ iLaw  พบว่า ช่วงเย็นมีกิจกรรมแสดงดนตรี จากนั้นช่วงประมาณ 1 ทุ่ม มีการจุดไฟเผาสิ่งของที่ใต้ทางด่วนดินแดง และมีการจุดพลุบนถนนวิภาวดี ผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งซึ่งปักหลักหน้าวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ปาสิ่งของ รวมทั้งพลุและระเบิดเพลิง เข้าไปที่กรมดุริยางค์ทหารบก ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน บนทางด่วนดินแดงเกิดเหตุไฟลุกไหม้ซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ก่อนที่รถจีโน่จะเข้าฉีดน้ำจนสามารถดับไฟได้

กระทั่ง 21.00 น. ตำรวจประกาศว่าถึงเวลาเคอร์ฟิวแล้วให้กลับบ้าน แต่ยังคงมีกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกัน โดยที่ปากซอยมิตรไมตรี ตรงข้ามกรมดุริยางค์ทหารบก ผู้ชุมนุมมีการปาประทัด พลุ และระเบิดขวด ไปยังฝั่ง คฝ. ขณะ คฝ.ตอบโต้ด้วยการยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาเป็นระยะๆ ช่วงหนึ่งมีผู้ชุมนุมรายหนึ่งแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า ไม่มีอาวุธ โดยการถอดเสื้อผ้าเหลือแต่กางเกงใน และก้มกราบไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นราว 4 ทุ่ม คฝ.ได้เคลื่อนกำลังออกมาควบคุมพื้นที่บริเวณปากซอยมิตรไมตรี และประกาศให้สื่อเดินทางกลับ เนื่องจากเป็นเวลาเคอร์ฟิว แต่ขณะนั้นไม่มีผู้ชุมนุมอยู่ที่บริเวณนั้นแล้ว

ภาพโดย Thaivoice.ORG2

23.55 น. ขณะผู้ชุมนุมยังคงเฝ้าระวัง คฝ.ที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง พบว่า มีรถลักษณะเป็นรถควบคุมผู้ต้องขัง ขับมาด้วยความเร็วผ่านใต้ทางด่วนดินแดงก่อนเข้าชนผู้ชุมนุม 1 ราย ที่พยายามวิ่งหนีรถจนกระเด็นออกไป หมวกกันน็อกหลุดจากศีรษะ ก่อนรถคันดังกล่าวขับต่อไปทางตลาดศรีวนิช ไม่ได้หยุดลงมาดูผู้ที่ถูกชน เวลาดังกล่าวไม่มีหน่วยแพทย์อาสาอยู่ในพื้นที่แล้ว เนื่องจากถูกตำรวจขอให้ออกจากพื้นที่หลังเวลาเคอร์ฟิว เกือบ 10 นาที รถกู้ภัยของปอเต๊กตึ๊งจึงเข้ามาทำการปฐมพยาบาล เบื้องต้นพบว่า ผู้ชุมนุมรายดังกล่าวยังมีสติ ระบุว่าเป็นเยาวชนอายุ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บที่คาง และเข่า โดยต้องใส่เฝือกคอ ก่อนปอเต๊กตึ๊งนำตัวส่งโรงพยาบาลราชวิถี นอกจากนี้ มีข้อมูลว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากรถคันดังกล่าวซึ่งขับมาทางแฟลตดินแดงมากกว่า 1 ราย 

ล่าสุดเช้าวันนี้ มีการแถลงข่าวของ บช.น. ระบุว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถของ สน.พลับพลาไชย 1 ซึ่ง ส.ต.อ.นรเศรษฐ ผบ.หมู่ ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน ได้รับคำสั่งให้เข้าร่วมสนับสนุนปฏิบัติการควบคุมสถานการณ์ที่แยกดินแดง และกำลังกลับ สน. แต่เมื่อผ่านบริเวณแยกดินแดง มีกลุ่มคน 6-7 คน เข้าตีกระจกหน้าฝั่งคนขับ และตัวรถ จึงพยายามขับรถหนี ทั้งนี้ สน.พลับพลาไชย 1 จะได้ประเมินความเสียหายของตัวรถ และแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกรถชน หากมีการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ ส.ต.อ.นรเศรษฐ ทางพนักงานสอบสวน ก็จะได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

X