ยื่นฟ้องรายที่ 4! คดี 112 จาก สภ.บางแก้ว ที่ประชาชนแจ้งความ เหตุโพสต์ 4 ข้อความใน “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส”

วันนี้ (15 ก.ค. 64) ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ปุญญพัฒน์ (นามสมมุติ) ชายอายุ 28 ปี เดินทางไปรายงานตัวต่อศาลตามนัด หลังได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง จากคดีที่ถูกกล่าวหาว่า “หมิ่นประมาทกษัตริย์” และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยถูกระบุว่า เป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความ 4 ข้อความ ลงในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “รอยัลลิสต์มาร์เกตเพลส” เมื่อวันที่ 9-10 พ.ค. 63 โดยมี 2 ข้อความกล่าวถึงรัชกาลที่ 10 และการพำนักอยู่ที่ประเทศเยอรมนี 

เมื่อปุญญพัฒน์เดินทางถึงศาล จึงได้ทราบว่า พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ววานนี้ (14 ก.ค. 64) 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 64 ปุญญพัฒน์ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา โดยเขาต้องออกเดินทางจากบ้านในจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่เวลา 03.00 น. เพื่อมาที่ สภ.บางแก้ว ซึ่งเป็นสถานีตำรวจท้องที่ที่ศิวพันธ์ มานิตย์กุล เข้าแจ้งความกล่าวโทษให้ดำเนินคดี ก่อนที่ปุญญพัฒน์จะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และถูกนำตัวมาขออำนาจศาลจังหวัดสมุทรปราการฝากขัง ศาลอนุญาตฝากขัง แต่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยให้วางเงินสดจำนวน 150,000 บาท เป็นหลักประกัน

>> ตร.สภ.บางแก้วแจ้ง ม.112-พ.ร.บ.คอมฯ อีกราย! เหตุโพสต์ 4 ข้อความในกลุ่ม “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส”

พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องปุญญพัฒน์ต่อศาล ในฐานความผิด “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 

หลังศาลรับฟ้องเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.803/2564 ศาลได้ออกหมายขังปุญญพัฒน์ระหว่างพิจารณาคดี ในวันนี้ทนายความจึงได้ยื่นประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เดิมที่วางเป็นหลักประกันในชั้นฝากขัง ต่อมา ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี ทำให้ปุญญพัฒน์ได้รับการปล่อยตัวให้ออกมาสู้คดีได้อย่างเต็มที่ โดยศาลนัดคุ้มครองสิทธิในวันที่ 30 ก.ย. 64 เวลา 09.00 น.

คดีของปุณณพัฒน์นับเป็นคดีมาตรา 112 คดีที่ 4 ที่พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการมีคำสั่งฟ้องคดี หลังก่อนหน้าที่มีการสั่งฟ้องคดีในข้อหาเดียวกันกับ พิพัทธ์, ธีรวัช  และ มีชัย ทั้งนี้ ทุกคดีที่กล่าวถึงล้วนเป็นคดีที่มีประชาชนเป็นผู้เข้าแจ้งความกล่าวโทษให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีทั้งสิ้น 

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่า นับตั้งแต่การกลับมาใช้มาตรา 112 เพื่อดำเนินคดีกับผู้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์เมื่อปลายปี 2563 มีคดีมาตรา 112 ที่มีประชาชนเป็นผู้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษถึง 52 คดี หรือคิดเป็นประมาณ 49 เปอร์เซ็นต์ของคดีทั้งหมด (107 คดี)

คำฟ้องชี้ 4 ข้อความบนกลุ่ม “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” เป็นการใส่ความ ทำให้สถาบันกษัตริย์เสื่อมเสีย

คำฟ้องของประคอง ดุลคนิจ พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการได้บรรยายพฤติการณ์คดีโดยสรุปว่า ปุญญพัฒน์ (จำเลย) ได้กระทำความผิดรวม 4 กรรม กล่าวคือ 

1. เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 63 จำเลยได้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กของจำเลย หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี โดยได้โพสต์ข้อความลงในบัญชีผู้ใช้ชื่อ “รอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลส” โดยมีใจความเกี่ยวกับ การสละราชบัลลังก์ของรัชกาลที่ 10 เพื่อไปพำนักที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับพระราชินี พร้อมรูปอีโมจิประกอบ

ข้อความดังกล่าวเป็นข้อความที่บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ ทั้งยังสื่อความถึงรัชกาลที่ 10 และพระบรมราชินี โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่า เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ทั้งนี้ ข้อความข้างต้นนั้นเป็นข้อความเท็จทั้งสิ้น และยังถือเป็นการจาบจ้วง ล่วงเกิน ใส่ร้าย ใส่ความ ดูหมิ่น หมิ่นประมาทเบื้องสูง หมิ่นประมาทสถาบันกษัตริย์ กษัตริย์และราชินี  ทำให้เสื่อมเสียเกียรติยศ

2. เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 63 จำเลยได้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กของจำเลย โพสต์ข้อความลงในบัญชีผู้ใช้ชื่อ “รอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลส” โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับ ความนิยมของประชาชนที่มีต่อรัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นข้อความเท็จและสื่อความถึงรัชกาลที่ 10 โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่า เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร  

3. เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 63 จำเลยได้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กของจำเลย โพสต์ข้อความลงในบัญชีผู้ใช้ชื่อ “รอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลส” โดยมีใจความเป็นการตั้งคำถามว่า รัชกาลที่ 10 เป็นกษัตริย์ของไทยหรือเยอรมันกันแน่ ซึ่งเป็นข้อความเท็จและสื่อความถึงรัชกาลที่ 10 โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่า เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร  

4. เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 63 จำเลยได้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กของจำเลย โพสต์ข้อความลงในบัญชีผู้ใช้ชื่อ “รอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลส” โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับ ความเคารพของประชาชนที่มีต่อรัชกาลที่ 10 ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นข้อความเท็จและสื่อความถึงรัชกาลที่ 10 โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่า เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

อัยการยังระบุว่า จำเลยมีเจตนาที่จะให้ผู้อื่นหรือประชาชนโดยทั่วไปที่อ่านข้อความเกิดความรู้สึกดูหมิ่น เกลียดชัง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อรัชกาลที่ 10 

พนักงานอัยการจึงระบุว่า การกระทำของปุญญพัฒน์นั้น ถือว่าเป็นความผิดฐาน “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ, นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14

สำหรับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดี พนักงานอัยการไม่ได้คัดค้าน ระบุว่า ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล 

เป็นที่สังเกตว่า ในชั้นตำรวจ พนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว ได้แจ้งข้อกล่าวหาปุญญพัฒน์ว่า “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ, นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร, เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” แต่อัยการไม่ฟ้องข้อหาเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับความมั่นคงฯ

ปุญญพัฒน์เคยเปิดเผยว่า เขามีแผนอยากสอบเข้ารับข้าราชการ เมื่อถูกดำเนินคดีนี้ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่คิดเลยว่าจะถูกดำเนินคดี ทำให้ครอบครัวกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อแผนในอนาคตของเขาเป็นอย่างมาก 

ระยะทางจากบ้านของปุญญพัฒน์ในจังหวัดกำแพงเพชรถึงศาลจังหวัดสมุทรปราการ รวมกว่า 374 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางกว่า 5 ชั่วโมง ซึ่งปุญญพัฒน์ยังต้องเดินทางไปกลับอีกหลายครั้งระหว่างการต่อสู้คดีนี้ ซึ่งมี ศิวพันธ์ มานิตย์กุล ประชาชนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี

อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

สถิติผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ปี 2563-64

More from my site

X