31 พ.ค. 64 เวลา 09.00 น. ที่ศาลแขวงดุสิต สมณะดาวดิน หรือนายดาวดิน ชาวหินฟ้า อดีตนักบวชสันติอโศกได้เดินทางมาฟังคำฟ้องในคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา รวม 2 คดี ได้แก่ คดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากกรณีร่วมกิจกรรมหมู่บ้านทะลุฟ้า V.2 บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24-25 มี.ค. 64 และคดีแต่งกายเลียนแบบภิกษุคดีที่ 3 ซึ่งศาลแขวงดุสิตรับฟ้องเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ. 536/2564 และ อ. 537/2564 ตามลำดับ

หลังสมณะดาวดินรับสำเนาคำฟ้อง ทนายจำเลยได้ยื่นประกันตัวระหว่างพิจารณา ต่อมา ศาลให้ประกันโดยใช้หลักประกันเดิมในชั้นฝากขัง ซึ่งใช้ประกันตัวเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 64 รวม 3 หมื่นบาท ก่อนกำหนดวันนัดพร้อมในวันที่ 4 ต.ค. 64 เวลา 09.00 น.

เหตุของคดีนี้สืบเนื่องจาก วันที่ 13 มี.ค. 64 กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทะลุฟ้า V.2 ได้ออกมารวมตัว และเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปจัดตั้งหมู่บ้านทะลุฟ้าฯ ที่บริเวณหน้ากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ถนนพระราม 5 เพื่อปักหลักเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองที่ถูกกล่าวหาระหว่างรอการพิจารณาคดี ให้มีการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยกเลิกความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และให้นายกรัฐมนตรีลาออก ก่อนถูกเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 64 โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้สมณะดาวดินเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลัง ระบุว่า สมณะดาวดินเข้าร่วมกิจกรรมในวันที่ 24-25 มี.ค. 64 

ต่อมา ขณะสมณะดาวดินเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.นางเลิ้ง เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 64 ชุดสืบสวนของ สน.นางเลิ้งก็เข้าจับกุม โดยกล่าวหาว่า แต่งกายเลียนแบบพระ ซึ่งนับเป็นการถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหานี้เป็นคดีที่ 3 

     >>> “สมณะดาวดิน” รับทราบข้อกล่าวหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีร่วม #หมู่บ้านทะลุฟ้า แต่ถูกแจ้งเพิ่มอีกคดี เหตุแต่งกายคล้ายพระครั้งที่ 3

 

เปิดคำฟ้อง 2 คดี 5 ข้อหา จากกรณีร่วมกิจกรรม #หมู่บ้านทะลุฟ้าV.2

สำหรับการฟ้องคดีทั้งสองคดีมีพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 เป็นผู้ฟ้องคดี  คำฟ้องในคดีแรก บรรยายพฤติการณ์คดีโดยสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 24 มี.ค. 64 เวลากลางวันถึงวันที่ 25 มี.ค. 64 เวลากลางวันต่อเนื่องกัน ซึ่งอยู่ภายใต้ประกาศและข้อกำหนดตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ มีผลบังคับใช้ จำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันทำความผิดรวม 2 กรรม คือ

  1. จัดทํากิจกรรมตั้งหมู่บ้าน “ทะลุฟ้า” โดยร่วมกันนําแผ่นผ้ามาเขียนให้ปรากฏข้อความ แล้วนําไปแขวนตามต้นไม้ เสาไฟฟ้า ตั้งเวที และนําผ้าใบมากางเป็นเต็นท์ วางแผงเหล็ก ตั้งลําโพง เครื่องขยายเสียง สิ่งของ นําเสื่อมาปูและนั่งสวดมนต์ นำเทียนมาจุด นำวัตถุสีขาวมาโรย และจับมือล้อมกันเป็นวงกลม บนช่องทางเดินรถ ถนนพระราม 5 บริเวณศาลกรมหลวงชุมพร ข้างทําเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นทางสาธารณะในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร รถไม่สามารถแล่นผ่านได้ และร่วมกันจัดทํากิจกรรม เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองที่ถูกกล่าวหาระหว่างรอการพิจารณาคดี ให้มีการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้มีการยกเลิกความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และให้นายกรัฐมนตรีลาออก อันเป็นการทํากิจกรรมมีผู้เข้าร่วมเป็นจํานวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้โดยง่าย โดยไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโรคที่ทางราชการกําหนด
  2. ทําการโฆษณาโดยสวดมนต์ให้แก่ผู้เข้าร่วมทํากิจกรรม และประชาชนทั่วไปรับฟัง โดยการใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงาน

พนักงานอัยการระบุว่า การกระทําดังกล่าวเป็นความผิดรวม 4 ข้อหา ได้แก่

  1. ฝ่าฝืนข้อกำหนดและประกาศที่ออกตามมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ  ร่วมกันจัดกิจกรรมในลักษณะมั่วสุมหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย เสี่ยงต่อการแพร่โรค 
  2. ฝ่าฝืน พ.ร.บ.จราจรฯ มาตรา 114 ร่วมกันวาง ตั้ง หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในลักษณะกีดขวางจราจร
  3. ฝ่าฝืน พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 19 ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน
  4. ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียงฯ มาตรา 4 ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต 

ส่วนอีกคดีซึ่งอัยการฟ้องในข้อหา แต่งกายเลียนแบบพระ พนักงานอัยการบรรยายคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 64 เวลากลางวัน จําเลยซึ่งมิใช่พระภิกษุหรือสามเณรในพระพุทธศาสนา ได้แต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าจําเลยเป็นพระภิกษุหรือสามเณรในพระพุทธศาสนา โดยนุ่งห่มสบงและจีวร ซึ่งเป็นการแต่งกายของพระภิกษุหรือสามเณรในพระพุทธศาสนาโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นที่พบเห็นเชื่อว่าจําเลยเป็นพระภิกษุหรือสามเณรในพระพุทธศาสนา อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย 

ในคดีหลังนี้ พนักงานอัยการระบุว่า การกระทําของสมณะดาวดินเป็นความผิดฐาน แต่งกายหรือใช้เครื่องหมายว่าเป็นภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 208 

นอกจากนี้ ท้ายคำฟ้องอัยการได้ขอให้ศาลพิจารณานับโทษของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีที่สมณะดาวดินถูกฟ้องไปก่อนหน้านี้ ในความผิดฐาน แต่งกายเลียนแบบพระ ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ 2 คดี และต่อจากโทษของจำเลยในคดีของศาลแขวงดุสิต 2 คดีนี้ด้วย อีกทั้งในคดีแต่งกายเลียนแบบพระ อัยการยังขอให้ศาลริบผ้าจีวร ของกลาง

หลังทนายจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลมีคำสั่งอนุญาต โดยให้ใช้หลักประกันเดิมในชั้นฝากขัง ซึ่งใช้ประกันตัวเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 64 รวม 3 หมื่นบาท โดยเป็นหลักทรัพย์จากกองทุนราษฎรประสงค์  ก่อนกำหนดวันนัดพร้อมทั้งสองคดีในวันที่ 4 ต.ค. 64 เวลา 09.00 น.

อนึ่ง เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา สมณะดาวดินเพิ่งถูกพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ จากกรณี แต่งกายเลียนแบบพระ รวม 2 คดี หากนับรวมคดีในวันนี้แล้ว ถือเป็นคดีที่ 4 คดีที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลหลังออกมาทำกิจกรรมทางการเมือง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

>>> “สมณะดาวดิน” รับทราบข้อกล่าวหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีร่วม #หมู่บ้านทะลุฟ้า แต่ถูกแจ้งเพิ่มอีกคดี เหตุแต่งกายคล้ายพระครั้งที่ 3

>>> จับสมณะดาวดิน หลังนั่งอดอาหารหน้าศาลอาญา 8 วัน ก่อนได้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 9,000 บาท

>>> จับ “สมณะดาวดิน” ครั้งที่ 2 ข้อหาแต่งกายคล้ายพระ ก่อนศาลอนุญาตให้ประกัน กำหนดห้ามกระทำการตามที่ถูกกล่าวหาอีก