จับ “สมณะดาวดิน” ครั้งที่ 2 ข้อหาแต่งกายคล้ายพระ ก่อนศาลอนุญาตให้ประกัน กำหนดห้ามกระทำการตามที่ถูกกล่าวหาอีก

22 เมษายน 2564 เวลาประมาณ 10.50 น. ที่ด้านหน้าของศาลอาญา รัชดาฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่เทศกิจ นับ 10 นาย ได้เข้าควบคุมตัว “สมณะดาวดิน” อดีตสมณะชาวสันติอโศก หรือนายดาวดิน ชาวหินฟ้า อายุ 58 ปี เป็นครั้งที่ 2 ภายหลังที่มีการจับกุมตัวมาแล้ววานนี้ (21 เมษายน 2564) และได้มีการแจ้งข้อหา แต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นพระภิกษุ สามเณร โดยมิชอบโดยสมณะดาวดินถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ก่อนได้รับอนุญาตให้ประกันตัวด้วยเงินสด 9,000 บาท

>> จับสมณะดาวดิน หลังนั่งอดอาหารหน้าศาลอาญา 8 วัน ก่อนได้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 9,000 บาท

มูลเหตุของการเข้าควบคุมตัวในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่สมณะดาวดินยังคงยืนยันที่จะขอปักหลักอดอาหารที่ด้านหน้าของศาลอาญาฯ แม้จะถูกจับกุมตัวและดำเนินคดี เพื่อแสดงการประท้วงต่อการคุมขังแกนนำกลุ่มราษฎร โดยภายหลังจากที่ได้รับการประกันตัวไปเมื่อวาน สมณะดาวดินได้เดินทางกลับมาที่ศาลอาญา และปักหลักอดอาหารต่อเป็นวันที่ 9

ในคลิปการจับกุมโดยเพจ สำนักข่าวราษฎร – Ratsadon News พบว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้เข้าควบคุมตัวสมณะดาวดินขึ้นรถตู้พร้อมย่ามและข้าวของส่วนตัว โดยที่สมณะฯ ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนการจับกุมแต่อย่างใด มีพยานเป็นประชาชนจำนวนหนึ่งที่มาร่วมอดอาหารและเจ้าหน้าที่คอยบันทึกภาพการเข้าควบคุมตัวในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังได้แจ้งว่า สมณะดาวดินจะถูกนำตัวไปยัง สน.พหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาวานนี้ รวมไปถึงยังมีการยึดรถมอเตอร์ไซค์ของประชาชนที่มาร่วมอดอาหารที่จอดอยู่บริเวณริมถนนด้านหน้าศาลฯ ไปไว้ที่สำนักงานเขตฯ ด้วย

ต่อมา ทางเพจ Friends Talk ได้เดินทางไปที่ สน.พหลโยธิน เพื่อติดตามความคืบหน้าของการควบคุมตัว และได้สัมภาษณ์ผู้ช่วยของสมณะดาวดิน ซึ่งได้เล่าว่า ภายหลังจากที่มีการจับกุมและปล่อยตัวเมื่อวานนี้ พบว่าทางเจ้าหน้าที่เทศกิจได้นำแผงเหล็กมากั้นที่บริเวณด้านหน้าศาล อีกทั้งยังมีการนำน้ำตาลมาโปรยไว้จนทั่วบริเวณรั้วของศาลฯ คาดว่าต้องการจะให้มดขึ้น เป็นอุปสรรคสำหรับสมณะฯ และประชาชนที่เดินทางมาอดอาหาร นอกจากนี้ ครูใหญ่อรรถพล บัวพัฒน์ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที ยังได้เดินทางมาที่ สน. เพื่อติดตามการจับกุมด้วย โดยครูใหญ่ได้แถลงข่าวต่อสื่อ ระบุว่า นักบวชสันติอโศก ถือเป็นนักบวชตามพระพุทธศาสนา แต่ไม่เป็นนักบวชตามมหาเถรสมาคม และมีความชอบธรรมในสมณะเพศทุกประการ

ในส่วนของบันทึกจับกุมระบุว่า ในคดีนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รรท.ผบก.น.2 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมด 8 นาย นำโดย พ.ต.ท.รัฐฉัตร์ อัศวเลิศหิรัญ สารวัตรสืบสวน สน.พหลโยธิน เข้าทำการจับกุมสมณะดาวดิน โดยในคดีนี้ มีผู้ร้องเรียนคือ ร.ต.อ.ตฤน รตนแก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจศาลสังกัดศาลอาญา มากล่าวโทษให้ดำเนินคดีในช่วงเช้าวันนี้

ในส่วนของพฤติการณ์ระบุว่า เมื่อ 22 เมษายน 2564 เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตํารวจศาล ว่ามีบุคคลแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ในศาสนาพุทธมานั่งอยู่ที่บริเวณทางเดินเท้า หน้าศาลอาญา จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาเวลาประมาณ 10.50 น. เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศกิจ สํานักงานเขตจตุจักร ได้เดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับการร้องเรียน เมื่อไปถึงพบว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ตํารวจจับกุมไปแล้วเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564 คือ นายดาวดิน ชาวหินฟ้า โดยแต่งกายห่มคลุมผ้าซึ่งคล้ายกับพระภิกษุในพุทธศาสนา ในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกจับกุมครั้งหนึ่งแล้ว

นายดาวดินฯ แจ้งว่าเป็นนักบวชที่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยของพุทธศาสนา ไม่มีหนังสือสุทธิและไม่ได้สังกัดในคณะสงฆ์ จึงได้แจ้งให้นายดาวดินฯ ทราบว่าการกระทําดังกล่าว เป็นการกระทําผิดฐานแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นพระภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวชในศาสนาพุทธโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่า และยังเป็นความผิดซึ่งหน้าต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจ จึงได้ทําการจับกุม

ภายหลังจากการรับทราบข้อกล่าวหา สมณะดาวดินได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การในรายละเอียดว่า ที่มานั่งหน้าศาลอาญาก็เพื่อต้องการสื่อสารให้สังคมได้เห็นว่า ขณะนี้มีนักโทษทางการเมืองถูกคุมขังอยู่โดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัวออกมาสู้คดี โดยจะให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2564

ต่อมาในเวลา 13.30 น. หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการที่ สน. พนักงานสอบสวนนำตัวสมณะฯ ไปยังศาลแขวงพระนครเหนือเพื่อยื่นคำร้องผัดฟ้องและขอฝากขังครั้งที่ 1 โดยอ้างว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จำเป็นต้องสอบพยานอีก 5 ปาก และต้องรอผลตรวจสอบพิมพ์มือผู้ต้องหา 

นอกจากนี้ หากมีการยื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหา ทางพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหากระทำความผิดซ้ำซาก ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย หากได้ประกันตัวเชื่อว่าน่าจะกระทำความผิดอีก ประกอบกับการสอบสวน พบว่า ในขณะที่ผู้ต้องหาไปนั่งที่ด้านหน้าศาลอาญา พบว่ามีกลุ่มยูทูปเบอร์ (Youtuber) มาถ่ายทำรายการแล้วขอรับเงินบริจาคจากประชาชนที่ติดตาม

ทางทนายความของผู้ต้องหาได้แถลงต่อศาล ขอคัดค้านคำร้องฝากขังด้วยวาจา ระบุว่า

  1. คดีนี้ ข้อหาเกี่ยวกับการแต่งกาย ไม่ใช่ข้อหาร้ายแรง และมีอัตราโทษที่ไม่สูง
  2. พยานหลักฐานในคดีอยู่ในความครอบครองของพนักงานสอบสวนทั้งหมด พยานบุคคลอีก 5 ปากที่ต้องสอบเพิ่มนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา และผู้ต้องหาก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร
  3. พฤติการณ์ในคดีแค่นั่งเฉยๆ เพียงเท่านั้น ไม่ได้มีความร้ายแรงใดๆ อีกทั้งผู้ต้องหาเองก็มีหลักทรัพย์สำหรับประกันตัวพร้อมต่อศาล
  4. ผู้ต้องหาในคดีนี้เป็นสมณะเพศ ดำรงตนอยู่ในศีล ไม่ได้มีท่าทีจะหลบหนี หากไม่ฝากขังผู้ต้องหา ก็ไม่กระทบต่อการสอบสวน
  5. คดีนี้ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ประสงค์จะต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จึงยังไม่ได้เป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาว่ามีความผิด

ต่อมาในช่วงเวลาราว 17.00 น. ผู้พิพากษาคือ นางสาว ธนิดา นิรันตรัตน์ ได้อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาโดยวางหลักทรัพย์เป็นเงิน 9,000 บาท กำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำความผิดตามที่ถูกผัดฟ้องฝากขังอีก และนัดรายงานตัวครบผัดฟ้องครั้งที่ 1 ในวันที่ 27 เมษายน 2564 โดยทางทนายความได้ใช้เงินจากกองทุนราษฎรประสงค์ในการวางเป็นหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราวสมณะดาวดิน 

More from my site