บันทึกเยี่ยม ‘พรชัย’ ผู้ต้องขัง ม.112 : “ต้องสู้ให้ถึงที่สุดเพื่อตัวเราและลูกหลาน ขออย่ายอมแพ้”

วันที่ 16 เมษายน 2564

ทนายความได้เข้าเยี่ยม “พรชัย” หนุ่มปกาเกอะญอวัย 37 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หลังยื่นประกันตัวไปสองครั้ง ศาลยังคงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ทำให้จนถึงปัจจุบัน พรชัยยังถูกคุมขังในเรือนจำกลางเชียงใหม่เป็นระยะเวลากว่า 37 วันแล้ว แม้ว่า “พรชัย“ ยังคงเป็น “ผู้บริสุทธิ์” อยู่ก็ตาม

ตั้งแต่ที่ทนายความได้เข้าเยี่ยมพรชัย ที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 6 เมษายน ก่อนทางเรือนจำจะปิดรับการเยี่ยม เนื่องจากวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาและสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเวลากว่าสิบวันแล้วที่ไม่ได้พบ “พี่พรชัย”

วันนี้มีเรื่องราวมากมาย เนื่องจากเป็นระยะเวลาหลายวันที่เราไม่ได้คุยกัน เราทักทาย โบกมือและยกมือไหว้กันตามกิจวัตร พี่พรชัยยังคงถามถึงราษฎรและการเคลื่อนไหวของโลกภายนอกในช่วงสงกรานต์ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง แกนนำคนอื่นๆ ยังอยู่ในเรือนจำอยู่หรือไม่

ทนายเล่าถึงกิจกรรมของหลากหลายกลุ่มที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ “คนเมือง Movement” ที่ทำกิจกรรมปั่นจักรยานเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา ม.112 ในจังหวัดเชียงใหม่ หรือกิจกรรม #ยืนหยุดขัง112นาที ที่ร่วมยืนสงบนิ่งเป็นระยะเวลา 112 นาที เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยผู้ต้องหาในคดีทางการเมืองด้วยเช่นกัน เมื่อได้ฟังพี่พรชัยก็ค่อนข้างตื่นเต้นกับกิจกรรมใหม่ๆ ที่หลายพื้นที่ร่วมกันจัดเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่เหล่าผู้ต้องหา

เมื่อทนายถามพี่พรชัยว่า ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง พี่พรชัยก็ตอบกลับมาว่า “ตอนนี้ก็ยังคงรอว่าเมื่อไหร่จะได้ออกไป เพราะผมไม่ผิด ผมอยากออกไปสู้ข้างนอก ออกไปคงได้ทำอะไรมากกว่าอยู่ในนี้ ผมว่าผมไม่ผิดนะ ผมอยากออกไปสู้แล้ว ตอนนี้เหมือนความยุติธรรมมันไม่มีเลย”

ในส่วนของคดีความ ทนายยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องคดีของพรชัย ถึงขั้นตอนที่ทางตำรวจยื่นขอฝากขังเป็นครั้งที่ 4 และการที่ศาลไม่ให้ประกันตัวเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา โดยศาลให้เหตุผลว่า “ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม” พี่พรชัยค่อนข้างกังวลเนื่องจากมีการพูดคุยผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ระหว่างพี่พรชัยและศาลเมื่อวันที่ 5 เมษายน โดยไม่มีทนายความให้คำแนะนำอยู่ในระหว่างสนทนาด้วย ซึ่งอาจทำให้ความเข้าใจของพี่พรชัยระหว่างที่พูดคุยคลาดเคลื่อนได้ และกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อคดีในอนาคตหรือไม่

ทั้งนี้ ทนายได้เล่าถึงการอดอาหารประท้วงของ “เพนกวิน” ในเรือนจำให้ฟัง พี่พรชัยแสดงสีหน้าค่อนข้างกังวลและพูดว่า “เป็นห่วง เพนกวินมาก” ทนายจึงเล่าต่อว่าตอนนี้มีการ “เขียนจดหมายขอเพื่อนเลิกอดอาหาร” พี่พรชัยจึงฝากข้อความเพื่อขอเป็นอีกหนึ่งคน ที่ขอวิงวอนให้เพนกวินเลิกอดอาหาร

ขอให้เพนกวินเลิกอดอาหาร เพนกวินคือไอดอลขอลผมนะ ผมฟังและดูสิ่งที่เพนกวินทำเสมอ ผมเรียนรู้และตาสว่างได้เพราะเพนกวิน ผมเชื่อว่าเพนกวินคือแกนนำคุณภาพ อยากให้เพนกวินรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี ออกไปสู้ข้างนอกย่อมดีกว่าเสมอ เพราะตอนนี้ถึงอดอาหารไป ก็มีแต่สุขภาพตัวเองแย่ พวกรัฐบาลหรือพวกผู้มีอำนาจเขามองไม่เห็นความลำบากนี้ เพราะเค้าไม่มีจิตใจที่จะเห็นใจคนอื่น หรือประชาชน เพราะพวกเขาเป็นเหมือนเครื่องจักร ไม่มีเมตตา แต่เพนกวินยังเป็นแสงสว่างให้แก่คนอื่นได้ อยากให้เพนกวินจุดไฟให้ตัวเองตอนนี้ก่อน เลิกอดอาหารและออกมาจุดประกายให้ผู้อื่นต่อคงจะเป็นประโยชน์กว่าการที่เพนกวินล้มหายไป” พรชัยฝากทนายมาส่งข้อความนี้ไปให้เพนกวิน ด้วยความเป็นห่วงไอดอลของเขา

ก่อนจากกันเช่นเคย พี่พรชัยยังคงฝากข้อความถึงเพื่อนๆ ว่า “ขอคนข้างนอกยังคงยึดมั่นอุดมการณ์ และตั้งมั่นในข้อเรียกร้องของเราให้ดี ต้องสู้ให้ถึงที่สุดเพื่อตัวเราและลูกหลานเรา ขออย่ายอมแพ้”

 

19 เมษายน เข้าสู่วันที่ 40 ที่พรชัยยังคงถูกจองจำที่เรือนจำกลางเชียงใหม่

กฤษติยากรณ์  แก้วกิริยา

ทนายเครือข่ายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

 

อ่านเรื่องราวของพรชัย

บันทึกทนายความ: การเข้าเยี่ยม “พรชัย” หนุ่มปกาเกอะญอ ผู้ถูกคุมขังในคดี ม.112

“ผมขอเป็นเทียนเล่มหนึ่ง”: ‘พรชัย’ ผู้ต้องขัง ม.112 เชียงใหม่ ประกาศอดข้าว-อดน้ำ หากล้มป่วยขออย่ายื้อชีวิต

“พรชัย” ผู้ต้องขัง ม.112 ปวดท้องหนัก จนตัดสินใจยุติการอดข้าว-อดน้ำ

บันทึกเยี่ยม “พรชัย” ผู้ต้องขัง ม.112 ศาลยังคงให้ฝากขังต่อเป็นครั้งที่ 3 จับตาการยื่นประกันตัวอีกครั้ง