“คนอื่นอาจจะบอกว่าเกลียดวันจันทร์ แต่ผมกลับชอบวันจันทร์ และเฝ้ารอว่าจะมีใครมาเยี่ยม”: คุยกับ “โด่ง” ประสงค์ ผู้ต้องขังคดี ม.112 ในเวลาจำกัด 15 นาที

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. และ 21 ก.ย. 2569 ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ทนายความเข้าเยี่ยม “โด่ง” ประสงค์ โคตรสงคราม ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่ถูกกล่าวหา จากการโพสต์และแชร์เฟซบุ๊กรวม 2 ข้อความ เขาถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. 2569 หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษายืน ลงโทษจำคุก 2 ปี 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2564 ภายหลังถูกจับกุม ศาลอาญาตลิ่งชันเคยไม่อนุญาตให้ประกันตัวประสงค์ในระหว่างสอบสวน ทำให้เขาถูกคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวทุ่งน้อย จ.นครปฐม ซึ่งอยู่ภายในพื้นที่เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 เป็นเวลา 21 วัน ก่อนจะถูกกักตัวต่อ เนื่องจากผู้ต้องขังในห้องเดียวกันติดโควิด-19 

จนกระทั่งศาลอนุญาตให้ประกันตัว ในวันที่ 4 ส.ค. 2564 รวมถูกคุมขังในช่วงแรกทั้งสิ้น 27 วัน ก่อนครั้งนี้จะเป็นการถูกคุมขังครั้งที่สองหลังคดีสิ้นสุดลง

การเยี่ยมสองครั้งนี้ โด่งเล่าว่าเขามีความเครียดสะสมมาตั้งแต่ก่อนฟังคำพิพากษา จนปัจจุบันก็ยังไม่สามารถยอมรับกับคำพิพากษาได้ ส่วนเรื่องที่กังวลคืออนาคตหลังพ้นโทษ เช่น จะมีงานทำไหม แต่ก็พยายามอยู่กับปัจจุบันให้ได้

แม้จะยากลำบาก โด่งยืนยันว่าอุดมการณ์ยังเหมือนเดิม สิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจคือ “วันจันทร์” ซึ่งเป็นวันเยี่ยมญาติ ที่เขาเฝ้ารอว่าจะมีใครมาเยี่ยมบ้าง

___________________________

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2569 โด่งนั่งรอทนายอยู่ที่ห้องเยี่ยม สวมใส่แมสก์ ภายหลังการถูกกักโรค โด่งเล่าว่าได้ย้ายมาอยู่ที่แดน 2 แล้ว ก็รู้สึกโอเคขึ้น เนื่องจากแดนนี้ค่อนข้างสะอาดและเพื่อนที่อยู่ร่วมห้องก็โอเค ถ้าถามถึงสภาพเรือนจำที่เข้ามาอยู่ เขาคิดว่าพอรับได้ ดีกว่าช่วงที่กักตัวอยู่ที่แดน 6 ที่นั่นคนเยอะวุ่นวาย และสกปรก

 อาจจะเป็นเพราะเป็นแดนแรกรับ และมีแดนพยาบาลอยู่ด้วย

แดน 2 ของเรือนจำพิเศษธนบุรี มีผู้ต้องขังอยู่ประมาณ 200 กว่าคน แต่ละห้องอยู่ร่วมกันประมาณ 30 คน ไม่แออัดมาก ด้านสภาพจิตใจ เขาเล่าว่ายังเครียดอยู่ อาจเพราะน่าจะสะสมมาตั้งแต่ก่อนเข้าเรือนจำ มีหลายเรื่องให้คิดก่อนที่จะถึงวันพิพากษา พอเข้ามาในนี้ก็ยังคงคิดอยู่ 

“ผมก็พยายามที่จะไม่คิดเรื่องข้างนอก ถ้าถามว่ามีเรื่องกังวลอะไรไหม ก็คงเป็นเรื่องอนาคตตัวเอง ว่าออกไปจะมีงานทำไหม ออกไปจะทำอะไร แต่ตอนนี้ก็พยายามไม่คิดเรื่องพวกนี้ พยายามอยู่กับปัจจุบัน”

ส่วนข้อความที่เขาฝากถึงผู้คน คือเขาคิดถึงเพื่อน ๆ และพี่น้องภายนอกทุกคน แม้พยายามจะไม่คิดเยอะแล้ว แต่ก็ยังทำไม่ได้

.

ในวันที่ 21 ก.ย. 2569  โด่งเล่าว่าตอนนี้ห้องขังที่เขาอยู่เหลือเพื่อนร่วมห้อง 26 คน ช่วงนี้ผู้คุมเปิดซีรีส์ให้ดู เป็นซีรี่ส์เกาหลี และซีรีส์จีน แต่จะไม่เปิดช่องข่าวให้ดู ทำให้เขาไม่ได้รับรู้ข่าวสารความเป็นไปข้างนอกเลย 

ด้านอาหาร การกินเขาบอกว่าตอนนี้ก็ปรับตัวอยู่  าหารนั้นพอกินได้แต่เนื้อสัตว์จะไม่ค่อยมี เลยเน้นเครื่องปรุงเพิ่มรสชาติเอาแทน 

“ตอนนี้ผมนักโทษชั้นกลาง ที่นี่มีหนังสือให้อ่าน แต่ก็เป็นหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เพราะยิ่งดูมันก็ยิ่งอยากออกไป ก็เลยไม่ค่อยอ่าน ในแดนมีกีตาร์อยู่ 1 ตัว ตอนนี้ก็เลยทำหน้าที่สอนเพื่อนในแดนเล่นกีตาร์ ก็ถือว่าทำให้ไม่ฟุ้งซ่านได้ ถ้าให้พูดถึงสภาพจิตใจตอนนี้ ก็ยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่”

เมื่อถามถึงสิ่งที่ใช้สร้างความหวัง โด่งตอบว่า “สิ่งที่หล่อเลี้ยงผมตอนนี้คือวันจันทร์ คนอื่นอาจจะบอกว่าเกลียดวันจันทร์ แต่ผมกลับชอบวันจันทร์และเฝ้ารอว่าวันจันทร์นี้จะมีใครมาเยี่ยม ต่อให้เตรียมใจมาเท่าไหร่ แต่พอเข้ามาอยู่ในนี้จริง ๆ ก็ต้องยอมรับว่าก็ยังไม่โอเค แต่อุดมการณ์ผมก็ยังเหมือนเดิม”

“ช่วงที่ผ่านมาผมฝันสัปดาห์ละประมาณสามครั้ง ในฝันผมมักจะฝันถึงคนอื่น ๆ แต่คือตัวเองยังติดคุกอยู่ มันเหมือนในความฝันก็ยังติดคุก ตอนนี้มันก็แปลกเหมือนกันว่า ทำไมเราถึงฝันซ้ำ ๆ อยู่แบบนี้”

ในการเยี่ยมประสงค์ที่เรือนจำพิเศษธนบุรีทั้ง 2 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทนายเข้าเยี่ยมที่ห้องเยี่ยมญาติและให้เยี่ยมเพียง 15 นาที แม้ทนายความจะยืนยันว่าผู้ต้องขังมีสิทธิที่จะพบทนายแม้คดีความถึงที่สุดแล้ว 

โดยปกติการเยี่ยมของทนายความในหลายเรือนจำไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้เช่นนี้ แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันจะให้เข้าเยี่ยมแบบญาติ โดยอ้างว่าประสงค์เป็นผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดแล้ว และให้มาเยี่ยมได้แค่วันจันทร์เท่านั้น

ก่อนหน้านี้ กรณีดังกล่าวยังเกิดขึ้นกับ “อนุชา” อดีตผู้ต้องขังคดี ม.112 ที่เคยถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษธนบุรีเช่นเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลในทำนองเดียวกันว่าเป็นแนวปฏิบัติสำหรับผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดแล้ว 

แม้กรณีเช่นนี้จะไม่ได้พบในทุกเรือนจำ แต่ก็พบว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ และไม่ได้มีมาตรฐานที่ชัดเจน กลายเป็นเรื่องแนวทางของแต่ละเรือนจำที่แตกต่างกันไป บางเรือนจำก็ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องนี้ หรือบางเรือนจำ แม้พบปัญหาในตอนแรก แต่หลังการพูดคุย ยืนยันสิทธิในการพบทนายความ พร้อมยื่นคำพิพากษาของศาลปกครอง ซึ่งเคยมีคำวินิจฉัยเรื่องสิทธิของผู้ต้องขังในการพบทนายความแม้คดีจะถึงที่สุดแล้วก็ตาม เจ้าหน้าที่เรือนจำก็เปลี่ยนเป็นอนุญาตให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังได้ 

.

เกี่ยวกับประสงค์ เขามีพื้นเพเป็นคนจังหวัดลพบุรี อาศัยอยู่กับแม่บุญธรรมที่ชรามากแล้ว โดยเขาเคยทำงานดูแลผู้สูงอายุเพื่อหารายได้ โด่งเป็นคนชอบเล่นดนตรีโดยเฉพาะกีตาร์มาตั้งแต่เด็ก และเคยเป็นสมาชิกวงดนตรีของโรงเรียน หลังจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย เขาเข้าเรียนสาขาดนตรีสากลที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร แต่ต้องลาออกเพราะปัญหาการเงิน 

จากนั้นเขาจึงไปทำงานด้านระบบเสียง และเริ่มมีความสนใจทางการเมืองในช่วงปี 2563  โด่งเริ่มเข้าร่วมการชุมนุม หรือบางครั้งก็ดูผ่านไลฟ์สด เขามักโพสต์เรื่องการเมืองบนเฟซบุ๊กส่วนตัว จนถูกควบคุมตัวและดำเนินคดีตามข้อหา ม.112 

อ่านเพิ่มเติม 

“ถ้าประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ เขาก็มีสิทธิที่จะพูดไม่ใช่เหรอ” คำถามเคล้าเสียงสะอื้นจากแม่ของ “ประสงค์” หนุ่มผู้ถูกคุมขังคดี 112 

ปัญหาเรือนจำไม่ให้ทนายความเยี่ยม ‘ผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดแล้ว’ ยังเกิดขึ้นในหลายเรือนจำ 

X