เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2568 ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ทนายความเดินทางเข้าเยี่ยม “อนุชา” อดีตช่างประจำโรงแรม ผู้ถูกคุมขังด้วยคดีมาตรา 112 ในวัย 50 ปี ตั้งแต่ปลายปี 2567 หลังถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2568 อนุชาถูกย้ายตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาคุมขังที่เรือนจำนี้
วันเวลาที่ผ่านไป อนุชาเล่าถึงความแตกต่างของกฏเกณฑ์เรือนจำแต่ละแห่ง ความท้าทายในการปรับตัวเข้ากับระบบที่เขาเรียกว่าอนุรักษ์นิยม พร้อมกับพูดถึงการปฏิรูประบบราชทัณฑ์ให้ทันสมัยและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
อนุชายังร้องเรียนเรื่องปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะโรคตะมอยที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และเชื่อมโยงไปถึงปัญหาด้านสุขอนามัยโดยรวมในเรือนจำ ซึ่งเห็นว่าควรได้รับการแก้ไข และสุดท้ายแม้จะมีข้อจำกัดเวลาเข้าเยี่ยมเพียง 15 นาที แต่อนุชาก็ถ่ายทอดความคิดความกังวล และความหวังที่ยังคงอยู่แม้ในสถานการณ์ช่วงชีวิตที่ยากลำบาก ขณะเดียวกันก็ยังรอลุ้นผลจากการอภัยโทษที่เกิดขึ้นในเดือนที่ผ่านมา ทำให้คาดว่าเขาจะได้รับการปล่อยตัวในเร็ววันนี้
____________________________________
เมื่อแรกเจอเจ้าหน้าที่ในเรือนจำแจ้งว่า การเยี่ยมครั้งนี้ได้เพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น โดยอ้างว่าเนื่องจากเป็นคดีที่เด็ดขาดแล้ว เมื่อสอบถามว่าเวลาเยี่ยมดังกล่าวใช้กับในทุกคดีหรือไม่ คำถามที่ตามมาโดยไม่มีคำตอบใดย้อนกลับ ปรากฏแต่เสียงกำชับอีกครั้ง ได้แค่ 15 นาทีเท่านั้น ทั้งที่โดยปกติการเยี่ยมของทนายความในเรือนจำส่วนใหญ่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้เช่นนี้
หลังจากรอประมาณ 10 นาที อนุชาก็เดินเข้ามาในห้องเยี่ยม เมื่อนั่งลงที่เก้าอี้แล้ว เขากล่าวย้ำว่า เจ้าหน้าที่แจ้งเขาว่าสามารถพูดคุยกับทนายได้เพียง 15 นาทีเท่านั้น ไม่นานนัก มีเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งเดินตามมา ยืนประจำการอยู่ข้างหลัง พร้อมย้ำเรื่องระยะเวลาดังกล่าวกับเขาอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินออกไป
ทนายเอ่ยปากว่าอนุชาติดปัญหาในเรื่องนี้หรือไม่ อนุชาส่ายหน้าก่อนเริ่มบทสนทนา “ที่เรือนจำนี้เขามีวัฒนธรรมของเขา และดูปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะมีความต่างจากที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และเรือนจำคลองเปรม ให้ลักษณะที่มีความอนุรักษ์นิยม และการปฏิบัติต่าง ๆ ยังเคร่งครัด”
ผู้ต้องขังอดีตช่างประจำโรงแรม เล่าอีกว่า “สำหรับเรื่องที่ผ่านมานั้นผมไม่ตระหนกสะทกสะท้านถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เป็นสิ่งที่ผมหวังดี ต้องการที่จะให้เรือนจำมีการปฏิรูป ทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อผ่านระยะเวลาหนึ่งไปแล้วจำต้องมีการปรับตัว ผมยืนในหลักการที่ถูกต้อง และต้องการปรับความคิดในแวดล้อมที่เจอให้เท่าทันสากล”
ก่อนอนุชาเล่าว่าเขาได้รับเอกสารที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับวันแรกที่เข้าเรือนจำ และวันที่จะได้ปล่อยตัว ในเอกสารฉบับนั้นระบุวันปล่อยคือ 24 พ.ค. 2569 แต่เขาเข้าใจว่าตัวเองน่าจะเข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ที่ออกมาเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาด้วย แต่ยังต้องรอดูรายชื่อทางการ และดูว่าจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อใด ซึ่งคาดว่าจะในเวลาอีกไม่นานนัก
ความหวังยังคงแสดงออกมาในคำพูดของเขา “ผมคาดการณ์ว่าอาจจะมีรายชื่อให้อบรมโคกหนองนาเป็นชุดที่ 2 แต่มันก็ไม่แน่นอนครับว่าจะเป็นชุดที่ 2 จริงหรือไม่ ผมอาจจะได้ชุดสุดท้ายเลยก็ได้ อีกทั้งได้ยินมาจากคนอื่นนะครับที่เรือนจำนี้อบรมเสร็จแล้ว แต่ก็ยังไม่ปล่อยตัวเสียที ปล่อยตัวค่อนข้างช้า ก็ไม่ทราบเช่นกันเพราะเหตุใด”
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับข่าวสารภายนอก “ผมก็พอทราบข่าวจากที่คนมาเยี่ยมแล้วก็อัปเดตให้ครับ และช่วงนี้ทางเรือนจำชอบเปิดรายการที่เสก โลโซ ไปแสดงคอนเสิร์ตในนามของราชทัณฑ์ครับ เปิดวนไปมาหลายรอบอยู่ครับ”
ระหว่างการสนทนา เจ้าหน้าที่ทั้งผู้ชายและผู้หญิงเดินเข้ามาในห้องเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ภายในห้องเยี่ยม บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่อนุชายังคงพูดต่อในเหตุการณ์ที่ผ่านมา “ช่วงนี้ผมทำเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับของโรคตะมอยครับ” เขาชี้ที่ขาของตนเองให้ดู ปรากฏร่องรอยของการเป็นโรคตะมอย (หิด) ที่ช่วงข้อเท้า มีหลายหลุมขึ้นอยู่ตรงข้อเท้าและบริเวณหัวเข่า หลุมแผลเหล่านั้นมีลักษณะเป็นแล้วหายเรียบร้อยแล้ว
“ที่ผมบอกว่าทำการร้องเรียนนั้นเนื่องจากเคยเป็นโรคมะตอยแต่พอหายแล้ว ไม่พ้น 2 สัปดาห์ ก็กลับมาเป็นซ้ำ ผมอยากให้มีการใส่ใจในเรื่องนี้ ตลอดทั้งความสะอาดต่าง ๆ อย่างในห้องนอนนั้น พวกผ้าห่ม ที่นอน ก็ไม่ได้มีการทำความสะอาด อาจจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้”
เขาอธิบายต่อด้วยความกังวล “ในห้องนอนนั้นมีพัดลมอยู่ก็จริง แต่พัดลมนั้นก็พัดวน ๆ ในห้อง การถ่ายเทอากาศไม่ดี เมื่อใครสักคนหนึ่งป่วย หรือใครสักคนมีสะเก็ดแผลต่าง ๆ เมื่อใครคนนั้นเกาสะเก็ดดังกล่าว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะพัดวน ๆ อยู่ในห้อง และส่งผลเสียให้แก่เพื่อนร่วมห้อง”
ไม่นาน เสียงเตือนก็ดังขึ้น เหลือเวลาอีกแค่ 2 นาที อนุชารีบสรุป “ในส่วนของการพยาบาลผมเข้าใจดีครับ แพทย์ พยาบาลคงดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตามขั้นตอนของเขา แต่ด้วยความที่ผู้ต้องขังมีจำนวนมากกว่า จึงอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง”
เมื่อครบ 15 นาที เจ้าหน้าที่รีบเดินมาที่ข้างหลังอนุชา แจ้งหมดเวลาแล้ว เสียงประกาศดังขึ้นอย่างเด็ดขาด อนุชายืนขึ้นช้า ๆ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแม้ในสถานการณ์เช่นนี้ “ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ” เขาโบกมือลาก่อนจะหันหลังเดินออกไป
จนถึงปัจจุบัน (25 ส.ค. 2568) อนุชาถูกคุมขังมาแล้ว 251 วัน ย้อนไปเมื่อปี 2564 หลังถูกจับกุมในคดี อนุชาเคยถูกฝากขังมาแล้วเป็นระยะเวลารวม 24 วัน ก่อนจะได้ประกันตัว
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รู้จัก “อนุชา” ผู้ต้องขังคดี ม.112 และการต่อสู้อย่างสามัญชน
ดู ฐานข้อมูลคดี >> คดี 112 อนุชา ชูป้ายใน “ม็อบตำรวจล้มช้าง” 23 กุมภา
