ศาลยกคำร้องประกันตัว “แอมป์” ณวรรษ คดี ม.112 เหตุชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน – “ครูใหญ่” คดี ม.116 เหตุชุมนุม 19 กันยาฯ ระบุ ยังไม่ได้วินิจฉัยหรือมีคำสั่งตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

วันที่ 27 ส.ค. 2569 ทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง 2 ราย ได้แก่ “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ในคดีมาตรา 112 จากกรณีเข้าร่วมชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน เมื่อปี 2563 ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงคดีเดียวที่ยังไม่ได้รับการประกันตัว และ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ ในคดีมาตรา 116 จากเหตุชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อปี 2563 ซึ่งทั้งสองคดีเป็นกรณีที่ครูใหญ่และแอมป์ “ถอนประกัน” ตนเองระหว่างถูกขัง แต่เมื่อได้รับการปล่อยตัวในคดีอื่นแล้ว คดีดังกล่าวศาลยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว อีกทั้งคดีของครูใหญ่ในข้อหาตามมาตรา 116 นั้นเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข

ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ศาลมีคำสั่งยกคำร้องประกันตัวทั้งสองคน โดยกรณีของ “แอมป์” ณวรรษ ระบุว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ส่วนกรณีของ “ครูใหญ่” อรรถพล ระบุว่า ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยหรือมีคำสั่งใด ๆ ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

.

กรณีของ “ครูใหญ่” อรรถพล ก่อนหน้านี้ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในคดีมาตรา 112 กรณีชุมนุมปราศรัยภูเขียวและได้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) ตามคำสั่งศาลแล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับคดีมาตรา 116 เหตุชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ศาลยังคงมีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัวอย่างต่อเนื่อง แม้คดีอยู่ระหว่างการสืบพยาน ทำให้อรรถพลต้องติดอุปกรณ์ดังกล่าวระหว่างถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยการยื่นคำร้องครั้งล่าสุดนี้นับเป็นครั้งที่ 9 แล้ว

เนื้อหาในคำร้องมีสาระสำคัญระบุว่า แม้คดีนี้จะมีจำเลยบางรายถูกฟ้องในข้อหามาตรา 112 แต่ข้อหาหลักที่โจทก์กล่าวหาจำเลยคือความผิดตามมาตรา 116 เพียงมาตราเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 อันเป็นกฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรมแก่บุคคลที่กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองได้ประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายแล้ว เมื่อนำข้อเท็จจริงตามคำฟ้องมาปรับเข้ากับหลักเกณฑ์ตามกฎหมายดังกล่าว กรณีของจำเลยจึงต้องด้วยหลักเกณฑ์แห่งการได้รับนิรโษกรรม กล่าวคือ

ด้วยเหตุดังกล่าว จำเลยย่อมได้รับนิรโทษกรรมโดยผลของกฎหมายและคดีนี้ในส่วนของจำเลยย่อมต้องถูกยุติการพิจารณาและจำหน่ายออกจากสารบบความ ดังนั้นจึงขอศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยเพื่อให้ได้รับการปล่อยตัวโดยเร็วต่อไป

ต่อมา เวลาประมาณ 18.15 น. ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์แล้ว ศาลนี้และศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว และศาลนี้ยังไม่ได้วินิจฉัยหรือมีคำสั่งอย่างใด ๆ ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ดังกล่าว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง” 

สำหรับคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ศาลอาญามีนัดสืบพยานครั้งถัดไปในวันพรุ่งนี้ (28 ส.ค.) และวันที่ 1 – 4 ก.ย. 2569 ที่จะถึงนี้ โดย “ครูใหญ่” อรรถพล จะถูกเบิกตัวมาศาลพร้อมกับ “แอมป์” ณวรรษ และจำเลยร่วมคดีคนอื่นด้วย

.

กรณีของ “แอมป์” ณวรรษ การยื่นคำร้องขอประกันตัวครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 5 หลังจากก่อนหน้านี้ศาลอาญากรุงเทพใต้และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องประกันตัวต่อเนื่องมาโดยตลอด กรณีของณวรรษนั้นถูกขังในคดีมาตรา 112 มาตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. 2567 และถูกคุมขังจนครบกำหนดโทษเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 แต่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากปัจจุบันมีเพียงคดี #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว หลังจากได้ถอนประกันไประหว่างที่ถูกคุมขังในคดีหลัก 

สำหรับเนื้อหาในคำร้องครั้งนี้ ระบุสาระสำคัญว่า จำเลยเคยได้รับอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างการพิจารณามาโดยตลอด และต่อมาในวันที่ 15 ส.ค. 2568 จำเลยได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวระหว่างพิจารณาเนื่องจากเข้าใจว่าตนจะเป็นบุคคลผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งต่อมาศาลนี้เคยมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวมาแล้ว 

นอกจากนี้ คดีที่จำเลยเคยมีหมายขังและหมายจำคุกที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ได้รับการอนุญาตให้ประกันตัวและได้รับหมายปล่อยแล้ว เหลือเพียงคดีนี้คดีเดียวที่จำเลยยังคงถูกคุมขังอยู่ เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ การคุมขังจำเลยในคดีนี้ไว้ต่อไปย่อมกระทบต่อสิทธิต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ทั้งยังกระทบสิทธิของจำเลยที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

อนึ่ง หากศาลอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยยินยอมให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) เพื่อเป็นหลักประกันว่าจำเลยไม่มีเจตนาหลบหนี อีกทั้งยังขอให้อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะในขณะที่จำเลยศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี เป็นผู้รับรองและกำกับดูแลให้จำเลยปฏิบัติตามคำสั่งและเงื่อนไขของศาลทุกประการ

ต่อมา เวลาประมาณ 17.40 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่ง “ยกคำร้อง” ระบุโดยสรุปว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงเป็นเหตุให้ณวรรษยังคงถูกคุมขังต่อไป 

สำหรับคดีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ศาลอาญากรุงเทพใต้มีนัดสืบพยานครั้งถัดไปในวันที่ 8 – 10 และ 15 ก.ย. 2569 

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สรุปสถานการณ์การประกันตัว ‘ไผ่-ครูใหญ่-แอมป์’: เมื่อศาลสูงให้ประกันตัว แต่ศาลชั้นต้น “ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม”

เปิดหนังสือเรือนจำ แสดง “แอมป์” ได้ปล่อยตัวคดีเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงคดี #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ที่ศาลยังไม่ให้ประกัน

สถานการณ์ประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง ครึ่งปี 2569 พบศาลยกคำร้องกว่า 91% และการ ‘ได้ประกันตัว แต่ยังถูกขัง’ จากคดีถอนประกัน

กำไล EM กับกุญแจเท้า: ความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นเมื่อการได้ประกันตัวกับการคุมขังเกิดขึ้นพร้อมกัน

X