เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 ทนายความและนายประกันยื่นขอประกันตัว “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ นักกิจกรรมทางการเมือง จำนวน 3 คดี ของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ยังมีหมายขังอยู่ ได้แก่ คดี #ม็อบ26ตุลา63 ชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมนี, คดีปราศรัยในการชุมนุมวันที่ 18 พ.ย. 2563 ที่แยกราชประสงค์, คดีชุมนุม #ม็อบ10กุมภา64 “รวมพลคนไม่มีจะกิน ตีหม้อไล่เผด็จการ” ก่อนศาลอาญากรุงเทพใต้และศาลอุทธรณ์ทยอยมีคำสั่งยกคำร้อง
การประกันตัวดังกล่าว เกิดขึ้นในวันที่ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดสืบพยานคดีชุมนุม #ม็อบ26ตุลา63 หรือคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี โดยอรรถพลยังมีหมายขังอยู่ใน 4 คดี หลังจากศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในคดีชุมนุมที่อำเภอภูเขียวตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ มีความพยายามยื่นประกันตัวในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ของศาลอาญา ซึ่งยังอยู่ระหว่างสืบพยาน พร้อมกับ “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา แต่ศาลอาญายังยกคำร้องเรื่อยมา รวมทั้งอรรถพลไม่ได้ประกันตัวในคดีอื่น ๆ ของศาลอาญากรุงเทพใต้
สำหรับสามคดีที่มีการยื่นประกันตัวของศาลอาญากรุงเทพใต้นี้ ได้แก่
– คดี #ม็อบ26ตุลา63 ข้อหาหลักตามมาตรา 112 คดียังอยู่ระหว่างสืบพยาน อรรถพลเคยได้รับประกันตัวระหว่างพิจารณาคดีก่อนหน้านี้ แต่ภายหลังจากอรรถพลถูกคุมขังในคดีภูเขียว จึงได้ยื่นถอนประกันเองไปเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2568
– คดีชุมนุม 18 พ.ย. 2563 ข้อหาหลักตามมาตรา 112 คดีนี้ อรรถพลเคยได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาและต่อสู้คดีเรื่อยมา ก่อนศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2568 ระหว่างที่อรรถพลถูกคุมขังอยู่ โดยให้ลงโทษจำคุก 3 ปี แต่คดียังอยู่ระหว่างอุทธรณ์คำพิพากษา
– คดีชุมนุม #ม็อบ10กุมภา64 ข้อหาหลักตามมาตรา 215, กีดขวางทางสาธารณะ และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ คดีนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาไปเมื่อปี 2566 ลงโทษจำคุก 9 เดือน และปรับ 525 บาท โดยอรรถพลได้รับประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ แต่ได้ยื่นถอนประกันตัวเองระหว่างที่ถูกคุมขังเช่นกัน
ในคำร้องประกันตัว ยืนยันว่าก่อนหน้านี้ จำเลยเคยได้รับการประกันตัว และได้ยื่นขอถอนหลักประกันหลังจากถูกคุมขังในคดีจากการชุมนุมที่อำเภอภูเขียวเอง หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 ศาลฎีกาได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในคดีของศาลจังหวัดภูเขียวแล้ว นอกจากนั้นยังได้สั่งให้จำเลยไปดำเนินการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และทำสัญญาประกัน โดยศาลฎีกายังวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และมีเหตุอันสมควรที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ดังนั้นการที่จำเลยต้องถูกคุมขังอยู่ในคดีเหล่านี้ มิใช่เพราะมีพฤติการณ์หลบหนีหรือฝ่าฝืนคำสั่งศาลแต่อย่างใด
.
ในวันเดียวกัน ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้มีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัวในคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี โดยเห็นว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ในส่วนอีกสองคดี ได้มีคำสั่งส่งคำร้องไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย
ต่อมาวันที่ 20 มิ.ย. 2569 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งลงวันที่ 19 มิ.ย. 2569 ยกคำร้องในอีกสองคดีที่เหลือ โดยในคดีชุมนุม 18 พ.ย. 2563 คำสั่งระบุว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหามีอัตราโทษสูง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี และนับโทษจำคุกในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอื่น หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี ประกอบกับศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาเคยไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์มาแล้ว และเหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง”
ส่วนคดีชุมนุม #ม็อบ10กุมภา64 คำสั่งไม่ให้ประกันตัวระบุว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 3 ตามฟ้องเป็นการก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยที่ 3 จะหลบหนี ประกอบกับศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาเคยไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 3 ในระหว่างอุทธรณ์มาแล้ว และเหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 3 ในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง”
สำหรับอรรถพลถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. 2568 พร้อมกับจตุภัทร์ หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษายืนในคดีชุมนุมที่อำเภอภูเขียว และศาลฎีกามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวในชั้นฎีกา ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากยังมีหมายขังในคดีอื่น ๆ
ทั้งนี้ อรรถพลและจตุภัทร์ยังมีนัดสืบพยานในคดีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 23-26, 30 มิ.ย. และ 1-3 ก.ค. 2569 ทั้งคู่จะถูกนำตัวไปร่วมสืบพยานในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ที่ศาลอาญาต่อไป
.
ย้อนอ่านบทสัมภาษณ์อรรถพล
สนทนาหลายช่วงเวลาชีวิต “ครูใหญ่” จำเลย ‘112’ ปราศรัยจำกัดงบกษัตริย์ฯ
.
